
กษิตเผยวีรชัยผู้แทนไทยสู้คดีพระวิหาร
"กษิต" ระบุไทยตั้งทนายสู้คดีพระวิหาร เข้าชี้แจงศาลโลก 30-31 พ.ค.นี้ ด้านสุเทพ ลั่นสู้คดีถึงที่สุด วอนสื่อไทยเอาข้อเท็จจริงให้ชาวโลกรู้ ครวญสงสารหม่อมเสนีย์เป็นทนายที่ถูกล่าวหาทำให้ไทยเสียพระวิหาร
(4พ.ค.) ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวหลังพบทนายต่างชาติสามคนที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ว่า เป็นการหารือเพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องการดำเนินการของไทยเกี่ยวกับการต่อสู้คดี ที่กัมพูชายื่นศาลโลกเรื่องปราสาทพระวิหาร ได้แจ้งให้ทีมกฏหมายต่างชาติของไทยทราบว่ามีการแจ้งครม.เรื่องการจัดตั้งทีมทนายฝ่ายไทยประกอบด้วย นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮค ประเทศเนเธอร์แลนด์ อธิบดีกรมสนธิสัญญา ทีมกฏหมายของกระทรวงการต่างประเทศ เป็นฝ่ายจัดเตรียมข้อมูล และทำงานควบคูู่ไปกัยทีมทนายความต่างชาติ
นายกษิต กล่าวว่า วันที่ 30 - 31 พ.ค. ศาลโลกได้จัดให้ไทย-กัมพูชา เข้าชี้แจงด้วยวาจาต่อองค์ประกอบคณะผู้พิพากษาศาลโลก ซึ่งฝ่ายไทยคนที่จะไปชี้แจงคือนายวีระชัย โดยการชี้แจงครั้งนี้ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงและหลังจากการชี้แจงแล้วแต่ละฝ่ายแล้ว จะจัดทำเอกสารเพื่อชี้แจงประเด็นข้อกล่าวหา ยื่นต่อศาลโลกก็ประกอบด้วยเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่ไทยได้ศึกษาค้นคว้า อย่างไรก็ตามการดำเนินการในลักษณะเช่นนี้ใช้เวลา 4-5 เดือน คาดว่าการตัดสินของศาลโลกจะเกิดขึ้นต้นปีหน้า ก็ต้องให้เวลาศาลโลกเนื่องจากมีการเปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษาศาลโลกเพราะบางท่านครบวาระการดำรงตำแหน่ง และมีหลายคดีที่ต้องพิจารณาไม่เพียงกรณีกของไทยและกัมพูชา
ด้านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่ทางกัมพูชายื่นฟ้องต่อศาลโลกว่า กระทรวงการต่างประเทศได้มารายงานให้ที่ประชุมคระรัฐมนตรี (ครม.) ทราบซึ่งทางเราก็เตรียมสู้คดี โดยเตรียมว่าจ้างทนายความ ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายระหว่างประเทศ ทางเขตแดน เตรียมประเด็นต่าง ๆ ในการสู้คดีอย่างเต็มที่และถือเป็นการทำหน้าที่ของเรา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมไทยต้องไปยอมรับคำฟ้องของกัมพูชา เพราะเรื่องจบไปนานแล้ว และคำฟ้องก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ประเด็นอยู่ที่ว่าเขาไม่ได้ฟ้องประเด็นใหม่ เขาเอาคดีเก่าที่ตัดสินเมื่อปี 2505 เข้ามายื่นคำร้องขอให้ศาลโลกได้พิจารณาคำวินิจฉัยเมื่อปี 2505 ของศาลโลก คือ พยายามให้ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อพระวิหารเป็นของกัมพูชา ที่ดินข้าง ๆ ก็ต้องเป็นของกัมพูชาด้วย โดยพยายามบอกว่ากัมพูชา เข้าใจอย่างนั้น แต่ไทยเข้าใจอย่างนี้ จึงให้ศาลโลกพิจารณาว่าความเข้าใจของใครถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กฎหมายของศาลโลกกับของไทยจะเหมือนกันหรือไม่ เพราะหากพระวิหารเป็นของเขา แต่ถ้าไม่มีทางเข้าออกจะถือว่าที่ดินข้าง ๆ เป็นของเขาได้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า เราก็ต้องไปสู้กัน ไปพิสูจน์กันในศาลโลก
เมื่อถามว่า เกรงจะเข้าทำนองว่า สมัยเป็นทนายเสียเขาพระวิหาร สมัยเป็นรัฐบาลจะเสียอะไร รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า โชคร้ายที่บังเอิญ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ถูกรัฐบาลไทยในขณะนั้นขอร้องให้ไปเป็นทนายความ ก็เลยกลายเป็นการถูกกล่าวหามาจนถึงทุกวันนี้ว่าทำให้แพ้คดี คิดว่าเรื่องมันคงมีหลายเหตุ หลายปัจจัย จะไปโทษม.ร.ว.เสนีย์ ไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลยังมีความมั่นใจแค่ไหน นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลมั่นใจว่าเราสามารถที่จะสู้คดีได้ เราก็ต้องปกป้องแผ่นดินของเรา ประเทศของเรา เมื่อถามถึงกรณีที่ทางกัมพูชา ไปฟ้องศาลโลกว่าไทยไปตั้งกองกำลังที่บริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหารนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า “ทางกัมพูชาก็พูดไปเรื่อย กัมพูชาเขาพูดเยอะแยะเลย แต่วันนี้สื่อมวลชนที่เป็นคนไทยก็ต้องเอาข้อเท็จจริงที่แท้ไปรายงานต่อชาวโลก และสื่อมวลชนที่มาจากทั่วโลกก็จะได้เห็น ” รองนายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ใครเป็นตัวแทนทีมกฎหมายของฝ่ายไทย รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า คงเปิดเผยไม่ได้ตอนนี้ บางเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ คงไม่พูด แค่ที่สื่อถามนี่ตนก็จะพูดมากไปแล้ว
เมื่อถามว่าในที่ประชุมครม.ได้อนุมัติทนายความชาวฝรั่งเศส เหตุผลที่ต้องเป็นชาวฝรั่งเศสเพื่อเอาไว้ไปต่อสู้ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนอยากให้อดใจรอ เพราะเมื่อมีการดำเนินการเสร็จรัฐบาลก็ต้องนำมาเปิดเผยให้ประชาชนทราบ แต่ถ้าเราฟังข่าวลือกันไปเอง แล้ววิพากษ์วิจารณ์ไปก็จะทำให้คลาดเคลื่อน รัฐบาลก็จะทำด้วยความรอบคอบ แต่ที่ไม่สามารถพูดรายละเอียดได้ในวันนี้เพราะมันมีขั้นตอน
“ต่อพงษ์”ค้านหวั่นขัดแย้งบานปลาย
นายต่อพงษ์ ไชยศาสน์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการพิจารณาเรื่องที่กัมพูชายื่นเรื่องต่อศาลโลกให้ทบทวนกรณีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505 ว่า กรรมาธิการได้เชิญนายธัชชยุติ ภักดี รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศมาชี้แจง ซึ่งนายธัชชยุติ ได้เปิดเผยรายละเอียดการตั้งคณะทำงานด้านกฎหมายของรัฐบาลไทย โดยทีมทนายนั้นได้ว่าจ้างนักกฎหมายชาวฝรั่งเศสจำนวน 3 คนให้เข้ามาดำเนินการ นอกจากนั้นแล้วได้ตั้งคณะทำงานกลไกเพื่อทำหน้าที่ประสานงาน โดยมีนายวีรชัย พลาดิศรัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอแลนด์ เป็นหัวหน้าทีม และมีปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อป้อนข้อมูลให้กับทีมทนาย
นายต่อพงษ์ กล่าวอีกว่านายธัชชยุติ เปิดเผยในที่ประชุมกมธ.การต่างประเทศด้วยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้เสนอแนะให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ งดให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว เพราะกังวลว่าอาจจะกระทบต่อรูปคดีด้วย
“คณะกรรมาธิการมีมติคัดค้านการตั้งทนายเพื่อต่อสู้คดีนี้ กับประเทศกัมพูชา เพราะกังวลว่าอาจทำให้เกิดความขัดแย้งที่บานปลาย กลายเป็นสงครามที่ชัดเจนได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าขณะนี้ยังมีเวลาที่ทั้ง 2 ประเทศจะหันหน้ามาเจรจาเพื่อยุติปัญหา” นายต่อพงษ์ กล่าว
“สุวิทย์”ตั้งเป้าคกก.มรดกโลกเลื่อนพิจารณา
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์กรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่งตั้งคณะกรรมการดูแลปัญหาการขึ้นทะเบียนมรดกโลกว่า เป็นทีมงานที่จะไปทำงานการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของปราสาทพระวิหารที่จะมีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเราจะต้องมีการเตรียมกระบวนการขั้นตอนข้อมูลต่าง ๆ ที่จะต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับคณะกรรมการมรดกโลก และคิดว่าเรามีประเด็นปัญหา ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ค่อนข้างมากที่จะไปรวบรวมนำเสนอ การดำเนินการจะต้องมีขั้นตอนต่อเนื่องกัน เพราะในส่วนที่ดำเนินการไปแล้วคณะกรรมการส่วนใหญ่จะทราบปัญหาดี ว่าอยู่ตรงไหน อย่างไร และสุดท้ายเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการชุดนี้ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการกระทบกระทั่งและเกิดปัญหาความรุนแรงจนทำให้เกิดเสียเลือดเนื้อและชีวิต ตลอดจนทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพพจน์ของคณะกรรมการมรดกโลกและภาคีอนุสัญญามรดกโลก
ที่ผ่านมาไม่มีคณะกรรมการดูแลตรงนี้ มีเพียงคณะผู้แทนไทยไปประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเท่านั้น ฉะนั้นกระบวนการเตรียมการและรูปแบบจะเป็นคนละรูปแบบกัน ตอนนี้เมื่อมีคณะทำงานที่กำหนดขึ้นเพิ่มเติมนอกเหนือจากอนุกรรมการภายใต้คณะอนุกรรมการมรดกโลกคิดว่าจะครอบคลุมหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินการครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นที่จะพูดคุยกับกัมพูชาในวันที่ 25 พ.ค. นี้ คืออะไร นายสุวิทย์ กล่าวว่า คงจะคุยกันในกระบวนการขั้นตอนที่จะมีการพิจารณากันในเดือนมิถุนายน โดยจะดูว่าไทยกับกัมพูชาจะร่วมกันหาข้อยุติปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ถือเป็นกระบวนการเริ่มต้นสำหรับการดำเนินการที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณามรดกโลก
เมื่อถามว่าข้อเสนอของไทยคืออะไร นายสุวิทย์ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วการดำเนินการในเรื่องนี้ทางผู้แทนพิเศษของผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโกที่มาเมืองไทย ได้บอกกับนายกรัฐมนตรีว่า การประชุมของทั้งสองฝ่ายเป็นการประชุมที่จะมีเงื่อนไขในการดำเนินการเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจกันและหาทางออกร่วมกันก่อนที่มีการพิจารณาในที่ประชุมมรดกโลก ซึ่งจะนำไปสู่การเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่ของกัมพูชาในเวทีมรดกโลก ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นของผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโกที่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่าเมื่อมีประเด็นในการเลื่อนการพิจาณาดังกล่าวทำให้กัมพูชาเดินแผนร้องไปที่ศาลโลกเพื่อให้มีการเคลื่อนทหารออกจากรอบพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร นายสุวิทย์ กล่าวว่า เรื่องศาลโลกกัมพูชาพูดมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาพูดตอนนี้ และเขาก็ไปดำเนินการ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องดูแลเรื่องของศาลโลก เมื่อถามว่าการขอคุ้มครองชั่วคราวให้ไทยเคลื่อนทหารออกจากรอบพื้นที่ปราสาทพระวิหารในพื้นที่ 4.6 ตางรางกิโลเมตร จะส่งผลต่อคณะกรรมการมรดกโลก หรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับศาลโลกต้องให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ชี้แจง ตนไม่สามารถก้าวล่วงไปได้ แต่ในส่วนของคณะกรรมการมรดกโลก เราก็ทำงาน แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางศาล กระทรวงต่างประเทศควรชี้แจงเอง เพราะข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศมีรายละเอียดค่อนข้างมาก หากตนพูดอะไรในขณะนี้อาจะมีผลต่อรูปคดีที่ทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ ฉะนั้น ตนคงพูดในเฉพาะคณะกรรมการมรดกโลกเท่านั้น
นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า การพิจารณาต่าง ๆ ในเวทีมรดกโลกขึ้นอยู่กับคณะกรรมการมรดกโลก 20 คน รวมทั้งกัมพูชาด้วย จะดำเนินการอย่างไรนั้นคิดว่าทุกคนเห็นปัญหาแล้วในสิ่งที่เราบอกตั้งแต่แรกว่าการขึ้นทะเบียน โดยที่ยังมีปัญหาความไม่ชัดเจนในเรื่องของเขตแดนและขอบเขตการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ภายใต้เงื่อนไขอนุสัญญาและกฎกติกาที่กำหนดไว้ ก็ไม่สามารถที่จะพิจารณาต่อไปได้ รวมทั้งรายละเอียดของแผนบริหารจัดการ ถ้าขอบเจตยังไม่ชัดเจน แผนบริหารจะชัดเจนคงเป็นไปไม่ได้
"การเดินทางไปฝรั่งเศสคราวนี้ไม่ได้ไปดำเนินการเรื่องมรดกโลกโดยตรง แต่ไปในฐานะผู้รับเชิญให้ไปพูดเรื่องการเคลื่อนย้ายของถิ่นฐานของมนุษย์ในส่วนของคณะกรรมการองค์กรวินัยเอกชนของยูเนสโก"นายสุวิทย์ กล่าว
ต่อข้อถามว่าจะใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจกับประเทศต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกด้วยหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า จะได้พูดคุยกับสมาชิกในประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นและพยายามทำความเข้าใจว่าปัญหาเกิดขึ้นอย่างไร เพราะอะไร เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นวันนี้ต้องยอมรับว่าก่อนที่จะมีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวได้ โดยไม่มีปัญหาเรื่องความตึงเครียด หรือความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา จนมีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารขึ้นเป็นมรดกโลกก็มีการปิดตัวไม่ให้มีการท่องเที่ยว จากนั้นก็มีเหตุการณ์ปะทะ 7-8 ครั้งบริเวณชายแดนและบริเวณพื้นที่ในปราสาทพระวิหาร
"ดังนั้นเห็นชัดเจนว่าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกทำให้เกิดปัญหาและการปะทะกันจนเสียเลือดเนื้อ ชีวิต ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน"นายสุวิทย์ กล่าว



