
เปิดปูมซีลทีมซิกส์ผู้ปลิดชีพบิน ลาเดน
ปฏิบัติการปลิดชีพโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำกลุ่มอัล-ไกดา ในปราการขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบไว้ด้วยกำแพงสูงเกือบ 10 เมตรในเมืองอัตบอตตาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันจันทร์ (2 พ.ค.)
หลังจากนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐได้สั่งการลับไปที่นายลีออง แพเนตต้า ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) เมื่อวันศุกร์ (29 เม.ย.) ให้ปฏิบัติการกำจัดหนามชิ้นโตที่ทิ่มแทงหัวใจชาวอเมริกัน จากเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 เมื่อผู้ก่อการร้ายกลุ่มอัล-ไกดา ภายใต้การนำของนายบิน ลาเดน จี้เครื่องบินโดยสารของสายการบินสหรัฐ 4 ลำพุ่งชนตึกแฝดเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ อาคารกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน และอีกลำหนึ่งมุ่งเป้าหมายไปยังสถานที่สำคัญในกรุงวอชิงตัน ดีซี แต่ได้ตกกลางทุ่งในรัฐแมริแลนด์ เสียก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 3,000 รายจากเหตุการณ์ครั้งนั้น
นายโอบามาได้แถลงเมื่อเวลา 11.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลา 10.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย ว่าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ "ซีล" ภายใต้การนำของผู้อำนวยการซีไอเอ ได้ "ทวงคืนความยุติธรรม" ให้ชาวอเมริกันได้เป็นผลสำเร็จ ขณะที่สื่อมวลชนของสหรัฐเชื่อว่าปฏิบัติการเด็ดชีพนายบิน ลาเดน ครั้งนี้ เป็นผลงานของหน่วย "ซีล ทีม ซิกส์" หน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพเรืออย่างแน่นอน แม้ว่านายโอบามาจะไม่ได้เอ่ยชื่อหน่วยปฏิบัติการอย่างชัดเจนออกมาก็ตาม
ซีล ทีม ซิกส์ เป็นชื่อของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งในภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่มพัฒนาปฏิบัติการสงครามพิเศษแห่งกองทัพเรือ (เดฟกรู) มีฐานปฏิบัติการหลักที่เมืองแดมเนค รัฐเวอร์จิเนีย รับผิดชอบปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อการร้ายในทะเล โดยมีหน้าที่หลักในการรวบรวมข่าวกรอง ต่อต้านการทำจารกรรม สืบสวน และรับผิดชอบด้านกิจการความมั่นคงของชาติ โดยจะปฏิบัติการในลักษณะกึ่งทหารกึ่งหน่วยสืบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เริ่มจากการโจมตีเป้าหมาย สังหาร หรือจับกุมผู้ต้องหา ก่อนจะรวบรวมหลักฐานที่ปรากฏในพื้นที่
หน่วยปฏิบัติการพิเศษชุดนี้ได้รับการฝึกทั้งในและนอกประเทศสหรัฐ ร่วมกับหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายชั้นนำในต่างประเทศ เช่น จีเอสจี 9 ของเยอรมนี หน่วยเรือพิเศษ (เอสบีเอส) ของอังกฤษ และหน่วยดำน้ำยุทธวิธีของฝรั่งเศส ทั้งยังมีคติประจำหน่วยว่า "ฝึกเพื่อรบ และรบดังที่ฝึก" เพื่อเตรียมความพร้อมในปฏิบัติการทุกรูปแบบ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยซีล ทีม ซิกส์ ได้ปฏิบัติการในเชิงลับ และเปิดเผยในหลายครั้งตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2523 เป็นต้นมา
เช่น ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายเมื่อเดือนตุลาคม 2523 ร่วมกับหน่วยเดลตา ฟอร์ซ ของกองทัพบกสหรัฐ ปฏิบัติการเออร์เจนท์ ฟิวรี เพื่อช่วยอพยพเซอร์พอล สคูน ผู้แทนพระองค์สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ออกจากประเทศเกรนาดา รวมทั้งการต่อต้านการจี้เรือสำราญอาชิเล ลอโร ในปี 2528 รวมทั้งปฏิบัติการ จัสท์ คอส ในปี 2532 โดยเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยทาสก์ ฟอร์ซ ไวท์
ส่วนใหญ่ ซีล ทีม ซิกส์ จะปฏิบัติการลับร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยซีไอเอ จนได้ชื่อว่าเป็นองครักษ์พิทักษ์ซีไอเอ เช่นปฏิบัติการในประเทศอิรักที่สถานการณ์กำหนดให้หน่วยข่าวกรองต้องปรับหน้าที่มาเป็นผู้ไล่ล่าทหารฝ่ายตรงข้ามที่ซ่อนตัวอยู่ ปฏิบัติการของหน่วยซีล รวมทั้ง ซีล ทีม ซิกส์ ในช่วงหลังมักจะเป็นปฏิบัติการลับ ที่น้อยคนนักจะรู้ว่าเป็นปฏิบัติการของหน่วยนี้ รวมทั้งปฏิบัติการในอิรัก และ อัฟกานิสถาน ซึ่งมักจะมีชื่อหน่วยเดลตา ฟอร์ซ ปรากฏเป็นข่าวอยู่เสมอ รวมทั้งการที่หน่วยเดลตา ฟอร์ซ ได้บุกเข้าจับกุมอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนแห่งอิรักในที่ซ่อนตัว รวมทั้งได้สังหารนายอูเดย์ และคูเซย์ ฮุสเซน บุตรชายทั้งสองของพลเอกซัดดัม เมื่อปลายปี 2546
จนทำให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษอื่นๆ เอ่ยแซวหน่วยซีลของกองทัพเรือว่าเป็นชื่อย่อมาจาก "Sleep eat lift" (นอนหลับ กินข้าว และเดินทาง) แทนคำว่า "Sea Air Land" (ทะเล อากาศ และบก) ซึ่งหมายถึงพื้นที่ปฏิบัติการของหน่วยซีล
นายเครก ซอว์เยอร์ วัย 47 ปี ที่ปรึกษาสตูดิโอถ่ายภาพยนตร์ในฮอลลีวู้ดเกี่ยวกับการทหาร อธิบายว่า หน่วยซีลเป็นที่รวบรวมของยอดฝีมือชั้นหัวกะทิ ที่ทำการฝึกอย่างหนักถึงกว่า 300 วันต่อปี เป็นเวลา 3 ปี กว่าที่จะเข้าปฏิบัติการในสถานการณ์จริง เพื่อลบจุดอ่อนและความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในปฏิบัติการ นายซอว์เยอร์ยังย้ำด้วยว่า "หน่วยซีล ทีม ซิกส์ ไม่มีตัวตนอย่างเป็นทางการ"
การฝึกของหน่วยซีล ได้ชื่อว่า โหดที่สุด เน้นการทดสอบจิตใจ และใช้ขีดความสามารถของร่างกายอย่างสูงสุดที่มากกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทำได้ ทำให้เหลือคนที่ผ่านการทดสอบในแต่ละรุ่นไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในช่วง " สัปดาห์นรก" ที่ถือว่าเป็น "ด่านที่หินที่สุด" ที่ผู้ฝึกแทบจะไม่ได้นอน และได้รับอาหารน้อยมาก มีหลายคนที่ถอดใจยอมลาออกในช่วงด่านนี้แต่ถ้าใครที่ผ่านด่านนี้ไปได้ ก็น้อยคนนักที่จะยอมลาออก
การได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยซีลของกองทัพเรือสหรัฐ ก็นับเป็นบุคคลชั้นหัวกะทิแล้ว แต่การได้เข้าร่วมในหน่วย "ซีล ทีม ซิกส์" ที่เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ "ลับ" ของรัฐบาลสหรัฐ ก็ต้องนับว่าเป็นยอดฝีมือชั้นสุดยอดที่สามารถปฏิบัติการในสถานการณ์พิเศษที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ ทั้งยังต้องเสียสละอย่างยิ่งเพราะชื่อของสมาชิกจะไม่ปรากฏต่อสาธารณชนโดยเด็ดขาด



