
เร่งเดินหน้า3แพ็กเกจอุ้มชาวนาธ.ก.ส.คาดใช้เงินกว่า1แสนล้าน
ธ.ก.ส.พร้อมเดินหน้า 3 แพ็กเกจอุ้มชาวนา คาดใช้วงเงินรวมกว่า 1 แสนล้านบาท ทั้งชดเชยประกันรายได้-จัดซื้อปุ๋ย และประกันภัยนาข้าว สั่งเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อม มั่นใจเดินหน้าไร้ปัญหา
นายวินัย เครือตรีประดิษฐ์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงการดำเนินโครงการประกันภัยพืชผลและการจัดสินเชื่อเพื่อซื้อปุ๋ยให้เกษตรกรที่เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า หลังจาก ครม.อนุมัติ ธ.ก.ส.พร้อมจะดำเนินการได้ทันทีในฤดูการผลิตข้าวนาปี 2554/2555 โดยจะทำเป็นแพ็กเกจเดียวกันหรือวันสต็อปเซอร์วิสสำหรับลูกค้าที่เข้าโครงการประกันรายได้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะส่วนใหญ่ ธ.ก.ส.มีรายชื่อลูกค้าไว้ทั้งหมดแล้ว
สำหรับวงเงินที่ใช้ในการจ่ายชดเชยส่วนต่างประกันรายได้ราคาข้าวนาปี การให้สินเชื่อจัดซื้อปุ๋ยน่าจะเป็นเงินรวมกันประมาณ 1 แสนล้านบาท สำหรับการปลูกข้าวทั่วประเทศเกือบ 60 ล้านไร่ โดยเป็นสินเชื่อเพื่อจัดซื้อปุ๋ยประมาณ 2 ล้านตัน ตันละ 1.5 หมื่นบาท คิดเป็นเงินประมาณ 3 หมื่นล้านบาท
ส่วนการเข้าร่วมโครงการประกันภัยพืชผลนั้น คาดว่าจะเก็บเบี้ยประกันภัย 130 บาทต่อไร่ โดยเกษตรกรจ่ายเอง 60 บาท ที่เหลือรัฐบาลจะจ่ายสมทบให้ ขณะที่ ธ.ก.ส.จะให้ส่วนลดดอกเบี้ย 1% จากอัตราปกติกรณีที่ลูกค้าขอสินเชื่อเพื่อการเพาะปลูกเพื่อให้มีเงินเหลือจ่ายค่าเบี้ยประกันดังกล่าว
“หลังจาก ครม.อนุมัติให้ทำโครงการประกันภัยพืชผลขั้นตอนต่อไปคงต้องเรียกบริษัทประกันเข้ามาเสนอราคาการคิดค่าเบี้ยประกันแม้จะกำหนดเบื้องต้นไว้ 130 บาทต่อไร่ แต่อาจจะให้แข่งขันราคากันอีกครั้ง โดยจะเลือกตัวแทนบริษัทประกันเพียงรายเดียวที่จะทำสัญญากับ ธ.ก.ส. แต่บริษัทประกันสามารถไปทำประกันต่อได้เพื่อกระจายความเสี่ยงในการประกันภัยนาข้าว" นายวินัยกล่าวและว่า
ธ.ก.ส.ได้เตรียมความพร้อมและชี้แจงพนักงานถึงการดำเนินโครงการประกันรายได้พ่วงประกันภัยและจัดซ้อปุ๋ยไว้แล้ว เชื่อว่าจะทำพร้อมกันทั้ง 3 อย่างโดยไม่มีปัญหา



