ข่าว

กกพ.ขึ้นค่าเอฟที8.93สตางค์หั่นเงิน3การไฟฟ้า2.6 พันล.ลดภาระประชาชน

กกพ.ขึ้นค่าเอฟที8.93สตางค์หั่นเงิน3การไฟฟ้า2.6 พันล.ลดภาระประชาชน

04 พ.ค. 2554

กกพ. มีมติขึ้นค่าเอฟทีงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม อีก 8.93 สตางค์ต่อหน่วย หลังค่าน้ำมันเตา ค่าก๊าซ พุ่ง ดันค่าไฟฟ้าเพิ่มเป็น 3.23 บาทต่อหน่วย พร้อมเรียกเก็บเงินที่ไม่ได้ลงทุนตามเป้าของ 3 การไฟฟ้าเข้ามาช่วยอุ้มอีก 2.6 พันล้านบาท ชี้หากไม่ใช้เงินส่วนนี้ช่วยจะต

 นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า คณะกรรมการได้มีมติที่จะขึ้นค่าเอฟทีงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2554 อีก 8.93 สตางค์ จากงวดที่ผ่านค่าเอฟทีอยู่ที่ 86.88 สตางค์ต่อหน่วย รวมแล้วค่าเอฟทีในงวดใหม่นี้จะขึ้นไปเป็น 95.81 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 2.27 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากประชาชนจะอยู่ที่ 3.23 บาทต่อหน่วย โดยจะมีผลในบิลค่าไฟฟ้าเดือนพฤษภาคม-สิงหาคมนี้

 ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 4.4% ค่าน้ำมันเตาอยู่ที่ 82.5-115.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมงวดก่อนคำนวณที่ 78.2-78.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาก๊าซธรรมชาติในงวดต่อไปคาดว่าจะอยู่ที่ 236-251 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 224-230 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู และค่าเงินบาทอยู่ที่ 30.27 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากเดิมที่ประเมินอยู่ที่ 31.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น 2.6% ตามที่คาด ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 0.66%

 อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงจากตัวเลขที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ค่าเอฟทีของงวดใหม่จะต้องปรับขึ้นไปอีก 13.78 สตางค์ต่อหน่วย แต่ กกพ.เกรงว่าหากปรับขึ้นไปตามอัตราจริง จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนจนเกินไป จึงได้เรียกเก็บเงินจากการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ที่ไม่ได้ลงทุนตามเป้าหมายที่วางไว้ภายในรอบปี 2551-2553 ที่มียอดเงินทั้งสิ้น 9.5 พันล้านบาท มาช่วยพยุงค่าเอฟที ในงวดที่จะถึงนี้

 โดยจะดึงเงินก้อนดังกล่าวนี้มาช่วยพยุงประมาณ 2.6 พันล้านบาท แบ่งเป็นการหักมาจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) จำนวน 1,197.17 ล้านบาท การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จำนวน 729.43 ล้านบาท และการไฟฟ้าภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 673.41 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลืออีก 6,900 ล้านบาทนั้น จะหักมาช่วยค่าเอฟทีในงวดต่อไปหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้กระทบต่อสถานภาพทางการเงินของการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง

 นายปุณณชัย ฟูตระกูล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ กลุ่มธุรกิจ สำรวจ ผลิตและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงปัญหาก๊าซเอ็นจีวีที่ขาดแคลนปั๊มที่สงขลา นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2554 ในขณะนี้ได้มีการแก้ไขปัญหาแล้ว และจะเร่งการจัดส่งก๊าซธรรมชาติโดยเร็ว