
ความตายที่รออยู่
เสียงกระแสน้ำเริ่มเบาบาง และจางหายไปกับกาลเวลาหลังฝนซาลงไป ผู้คนเริ่มหายหน้าหายตาไปจากกรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ดินแดนที่เป็นตำนานมายาวนานถึงถิ่นของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่อยู่ซีกตรงข้ามรัฐบาลในช่วงปี 2518-2522
และเป็นดินแดนที่ถูกกระแสน้ำจากเทือกเขาหลวงไหลลงมาซัดเอาสารพัดสิ่งไปกับสายน้ำ สร้างความสูญเสียมากที่สุดในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา และสูญเสียยิ่งกว่าเกิดการน้ำท่วมใหญ่แห่งบ้านกระทูน ต.พิปูน เมื่อปี 2531 เสียอีก ถนนขาด สะพานหายไป สวนยางพาราโค่นล้มระเนระนาดไปหมด นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาวบ้านกรุงชิง แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดี เพราะไม่มีใครเสียชีวิตแม้แต่รายเดียว
ผู้คนที่เริ่มหายไปนั้นคือปรากฏการณ์ที่น่าเป็นห่วงของชาวกรุงชิง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้จบไปพร้อมกาลเวลา ยังมีท่อนซุงอีกจำนวนมาก ยังมีหินก้อนใหญ่ๆ อีกนับไม่ถ้วน ยังมีรอยแยกอีกมากมายบนภูเขา ที่ยังไม่มีใครเข้าไปสำรวจตรวจสอบอย่างแท้จริง แต่ชาวกรุงชิงที่เป็นชาวบ้านธรรมดา ได้เดินเท้าเข้าไปสำรวจมาแล้วพบสิ่งเหล่านั้นมากมาย พบท่อนซุง พบก้อนหินใหญ่ๆ ค้างคาอยู่บนเขาอีกจำนวนมาก ที่พร้อมจะถล่มลงมาซ้ำเติมชาวบ้านในฝนหน้าอีก 5 เดือน รอยแตกรอยแยกของภูเขาพบมากมายบนเทือกเขาหลวง บ้างก็กว้าง 50 ซม. บ้างก็ 80 ซม.ความยาวยังไม่มีใครวัด แค่คาดคะเนได้ว่า ยาวนับกิโลเมตร
บางจุดหินที่ถูกโยนลงไปตามรอยแยกรอยแตกของภูเขา ไม่ได้ยินเสียงเลยแม้แต่น้อย อันเป็นการสะท้อนถึงความลึกของรอยแตกรอยแยก และถ้าฝนใหม่มาถึงและกัดเซาะรอยแตกรอยแยกให้กว้างขึ้น ถูกเขาก็พร้อมจะถล่มลงมาอีกเช่นกัน นั้นคือฝันร้ายของชาวกรุงชิงที่นอนรอความตาย หรือชะตากรรมที่กำลังจะมาเยือนไม่รู้วันไหน เพราะแม้ฝนจะจางซาลงไปแล้ว แต่จู่ๆ ตกลงมาโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยก็มี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีเสียงเพรียกหาความช่วยเหลือจากรัฐบาลให้เข้าไปสำรวจอย่างจริงจัง และหาทางช่วยเหลือด่วน เพราะนั้นคือชะตาชีวิต
รัฐบาลคือนักการเมืองที่เวลานี้นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้เวลาอยู่กับการแก้ไขปัญหานี้ไม่เกินวันที่ 7 พฤษภาคม ก็จะโบกมืออำลาไปลงสู่สนามเลือกตั้งใหม่แล้ว แพ้ชนะอย่างไรยังไม่มีใครรู้ แต่ที่รู้แน่ๆ ก็อยู่ที่ปัญหาของชาวบ้านอาจจะถูกทิ้งร้างไว้พร้อมกับการ "ยุบสภา" นักการเมืองก็กระโดดลงสู่สนามเลือกตั้ง ปล่อยให้ชาวบ้านแห่งเทือกเขาหลวงนอนรอรับชะตากรรมต่อไป เพราะเขาไม่อาจเข้าไปทำอะไรได้ เมื่ออุทยานแห่งชาติกรุงชิงประกาศแล้วว่า ต้นไม้ และก้อนหินเหล่านั้น ห้ามเคลื่อนย้ายไปใช้ประโยชน์ เป็นทรัพย์สินของทางราชการ ชาวบ้านจึงทำได้แค่ร้องแรกแหกกระเชอ และรอให้นักการเมืองเข้าไปเป่าประกาศ ตั้งเวทีปราศรัย บอกนโยบายพรรคสร้างความเชื่อให้ชาวบ้านหลงเลือกเข้าไปนั่งชะเง้อคอดูชาวบ้านเดือดร้อนกันต่อไป



