
จับตาเครือข่าย"ฮัมบาลี-อิสราเอล"
พลันที่ "บารัก โอบามา" ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกมาประกาศชัยชนะ หลังกองกำลังเฉพาะกิจของเขาสามารถปลิดชีพ "โอซามา บิน ลาเดน" หัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายอัล-ไกดา เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้สร้างความยินดีปรีดาให้แก่พลเมืองสหรัฐ และผู้คนในหลายประเทศทั่วโ
แต่หลังสิ้นเสียงตะโกนโห่ร้องด้วยความอิ่มเอมใจจบลงไม่นาน ความหวาดหวั่นสะพรึงกลัวถึงภัยจากการก่อการร้ายก็ปะทุขึ้นทันที โดยหลายประเทศทั่วโลกต่างวิตกว่า การเสียชีวิตของผู้นำขบวนการก่อการร้ายหมายเลข 1 ของโลก จะเป็นการจุดชนวนให้เครือข่ายของเขาก่อวินาศกรรมสถานที่สำคัญๆ ทั่วโลก เพื่อแก้แค้น
สำหรับประเทศไทยเองแม้จะไม่มีความเกี่ยวโยงกับการปลิดชีพหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายชื่อก้องโลกผู้นี้แม้แต่น้อย แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรักษาความปลอดภัยก็ไม่ประมาท มีการเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยสถานที่สำคัญๆ ต่างๆ อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสถานทูตสหรัฐอเมริกาและประเทศในกลุ่มพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐ
“คงไม่ใช่เฉพาะสถานทูตสหรัฐเพียงที่เดียว ที่เราเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ คงต้องรวมไปถึงสถานทูตอังกฤษ และสถานทูตของประเทศที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐทั้งหมด ซึ่งได้มอบหมายให้ตำรวจ สน.ลุมพินี ร่วมกับฝ่ายสืบสวนของกก.สส.น.5, เจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนบช.น., ตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ และกองกำกับการต่อต้านการก่อการร้ายซึ่งมีหน่วยอรินทราชอยู่ในสังกัด ประสานงานกันจัดวางมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่เหล่านี้อย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง" พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. เปิดเผยถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญในพื้นที่รับผิดชอบ
ตำรวจที่ได้รับคำสั่งโดยตรงจากผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะมีการตั้งด่านตรวจค้นบุคคลและรถยนต์ต้องสงสัย บริเวณก่อนถึงหน้าสถานทูตแต่ละแห่งอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะที่หน้าสถานทูตสหรัฐ จะมีรถสายตรวจของ บก.สปพ.จำนวน 2 คัน มีเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธพิเศษครบมือประจำการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันเหตุร้าย ขณะที่ภายในสถานทูตทุกแห่งมีกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลอย่างเข้มงวดเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกบช.น. ยืนยันว่า นับตั้งแต่ทราบข่าว "โอซามา บิน ลาเดน" เสียชีวิต จนถึงปัจจุบันยังไม่มีข่าวเกี่ยวกับการก่อการร้ายที่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด แต่เพื่อความไม่ประมาท กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สำคัญๆ ต่างๆ เช่นสถานทูตสหรัฐอเมริกา ปากีสถาน และลิเบีย รวมถึงบ้านพัก สถานที่เชิงสัญลักษณ์ของชนชาติอเมริกัน แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งพักอาศัยที่คนอเมริกันและคนในแถบตะวันออกกลางอาศัยอยู่จำนวนมาก เช่นย่านนานา ข้าวสาร สุขุมวิท สีลม และพัฒนพงษ์
"ยืนยันได้ว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข่าวเหตุรุนแรงใดๆ ไม่มีเรื่องก่อการร้ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่เพื่อความไม่ประมาทเราก็ต้องจัดกำลังเข้าไปดูแลในสถานที่ที่ล่อแหลมที่มีโอกาสเสี่ยงจะเกิดเหตุ นอกจากกำลังของสายตรวจแล้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนจัดกำลังเข้าสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งที่พักของชาวตะวันออกกลาง และแหล่งที่พักของชาวต่างชาติอื่นๆ ด้วย เพื่อป้องกันเหตุร้ายอีกทาง" พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
ไม่ใช่เฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาลเท่านั้นที่มีความเคลื่อนไหวในการจัดกำลังดูแลความปลอดภัยตามสถานที่สำคัญๆ ทั่วกรุงเทพมหานครเพื่อป้องกันเหตุร้าย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็มีการเตรียมความพร้อมในการป้องกันเหตุร้ายเช่นกัน
พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบก.สส.บก.สตม. เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้จัดชุดสืบสวนออกตรวจสอบบุคคล หรือหาข่าวในพื้นที่ ซึ่งมีบุคคลสัญชาติที่เป็นปรปักษ์ต่อประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศในกลุ่มพันธมิตร อย่างเข้มงวด หากพบบุคคลต้องสงสัยก็ให้ควบคุมตัวมาสอบสวนจัดทำประวัติทันที และหากมีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศก็ให้จับกุมดำเนินคดีทันที
แม้จนถึงขณะนี้จะยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายในประเทศไทย แต่ "คม ชัด ลึก" ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวระดับสูงในหน่วยงานด้านความมั่นคงรายหนึ่งว่า ก่อนที่นายโอซามา บิน ลาเดน จะเสียชีวิตไม่นาน มีกลุ่มผู้ต้องสงสัยซึ่งมีสัญชาติอิสราเอลจำนวน 10 คน ซึ่งอาจมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับแกนนำเครือข่ายก่อการร้ายหมายเลข 1 ของโลกผู้นี้ เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงกำลังตรวจสอบอยู่ว่าคนกลุ่มนี้เดินทางไปที่ไหนและมีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง
นอกจากนี้ยังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่าย นายริดวน อิซามุดดิน หรือ ฮัมบาลี หนึ่งในแกนนำกลุ่มก่อการร้ายญะมาอะห์ อิสลามิยะห์ หรือเจไอ ที่ใกล้ชิดกับ นายโอซามา บิน ลาเดน แม้นายฮัมบาลีจะถูกทางการไทยร่วมกับสหรัฐอเมริการจับกุมได้ที่ จ.พระนครศรีอยุธยาเมื่อหลายปีก่อน แต่ปัจจุบันเครือข่ายของแกนนำกลุ่มเจไอผู้นี้ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทยทั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงได้ติดตามความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด เพราะมีกระแสข่าวออกมาเป็นระยะว่าจะลงมือก่อเหตุรุนแรงเพื่อล้างแค้น



