
เรียงข่าวร้อยคน (พฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม 2554)
00 นายหัวไทรเพิ่งจะเดินทางไปกรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช บอกตามตรงว่า สิ่งที่ไปพบเห็นเจอะเจอ "ยังน่ากลัวมาก" กับร่องรอยของความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมใหญ่สุดในรอบหลายสิบปีของกรุงชิง เพราะปี 2531 ที่น้ำท่วมใหญ่ที่กะทูน อ.พิปูน ก็ไม่ได้หนักถึงขนาดนี้ และที่บอกว่าน่ากลัวมากๆ เพราะได้มีโอกาสเดินขึ้นไปสำรวจบนเทือกเขาหลวง อันเป็นป่าต้นน้ำของกรุงชิง ได้พบกับท่อนซุงที่เป็นต้นไม้สดๆ ถูกซัดลงมาค้างคาอยู่บนเขาอีกมาก และไม่ใช่แค่ท่อนซุงนะครับ ยังก้อนหินก้อนใหญ่ๆ ที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะเห็นกองอยู่เต็มไปหมด
00 ถามว่าแล้วมันน่ากลัวตรงไหนครับ ตอนนี้อุทยานแห่งชาติกรุงชิง ได้ออกประกาศให้ชาวบ้านได้รับทราบว่า ต้นไม้ที่โค่นลงมาพร้อมกับกระแสน้ำนั้นเป็นทรัพย์สินของอุทยานห้ามใครเข้าไปแตะต้อง มิฉะนั้นจะผิดกฎหมาย ชาวบ้านก็กลัวไม่กล้าที่จะเข้าไปทำอะไร ท่อนซุง และก้อนหินขนาดมหึมาจึงยังค้างเติ่งอยู่บนเขาอีกเป็นจำนวนมาก ที่น่ากลัวเพราะว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก็จะย่างเข้าสู่หน้าฝนที่แท้จริงของภาคใต้ และถ้าฝนตกหนักลงมา และไปกัดเซาะซากต้นไป ท่อนซุง และก้อนหินให้หล่นลงมาอีก ลองนั่งหลับตานึกดูครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่อนซุง ก้อนหินก้อนใหญ่ๆ เหล่านั้น จะถูกซัดลงมากระแทกกับหมู่บ้านที่อยู่ข้างล่าง...บอกตามตรงครับว่า หลับตานึกแล้ว ให้นั่งหวาดเสียว หรือเสียวไส้จริงๆ
00 นายพล จันทร์ชุม นายก อบต.ที่กรุงชิงเองก็ยังสาละวนอยู่กับการช่วยเหลือชาวบ้านเบื้องต้น และการสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นเพื่อนำข้อมูลเสนอต่อภาครัฐ แถมยังต้องคอยต้อนรับคนนั้นคนนี้ที่เดินทางเข้าไป เอาเป็นว่าแค่งานรายงานก็จะแย่อยู่แล้ว ไหนจะต้องยุ่งกับงานการเมืองที่ฝ่ายคู่แข่งพยายามแย่งฐานมวลชนกันอยู่เพื่อรองรับการเลือกตั้งในอีก 1 ปีข้างหน้า จึงยังไม่มีเวลาพอที่จะไปจัดการกับปัญหาตรงนั้น และงานใหญ่เกินกว่า อบต.จะจัดการได้
00 ในวันที่ผมเดินทางไปนอกจากจะได้พบกับนายก อบต.แล้ว ผมยังได้พบกับพี่อำไพ เจ้าของหนำไพรวัลย์ หญิงเหล็กที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงระดมสิ่งของไปช่วยชาวบ้าน 11 หมู่บ้านที่ติดอยู่ในกรุงชิงตั้งแต่ต้นด้วย และหนำไพรวัลย์ จึงกลายเป็นศูนย์รวมของการช่วยเหลือชาวบ้าน แม้แต่วันที่ผมไปยังพบคณะจากสภาพัฒน์ และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเดินทางไปประชุมที่นั้นด้วย
00 "แสงทอง นครศรี" หรือเจ้าของนามเดิม "แสงทอง อโนทัย" นักร้องดังแห่งลุ่มน้ำปากพนัง โทรมาแจ้งผมว่า ได้สูญเสียบิดาไปแล้วด้วยโรคชรา วัย 95 ปี สวดศพทุกคืนที่บ้านข้างวัดหงส์แก้ว ต.บางตะพง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และจะฌาปนกิจศพในวันที่ 5 พ.ค.จึงอยากเรียนเชิญทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
"นายหัวไทร"



