
กล้องของเนวี่ซีลถ่ายภาพยิงบินลาเดน
ผู้นำสหรัฐดูภาพสดการสังหารโอซาม่า บิน ลาเดน จากกล้องที่หมวกของหน่วยเนวี่ ซีล ระบุ บิน ลาเดน ถูกปลิดชีพด้วยกระสุน 2 นัด
(3พ.ค.) เว็บไซท์แท็บลอยด์ เดลี่ เมล รายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐ ได้ดูภาพจากจอทีวี ตอนที่ชุดปฏิบัติการพิเศษยิงสังหารโอซาม่า บิน ลาเดน ผ่านทางกล้องวีดีโอที่ติดอยู่ที่หมวกของของสมาชิกคนหนึ่งของหน่วยเนวี ซีล ทำให้ผู้นำชาติมหาอำนาจแห่งโลกเสรี มองเห็นภาพผู้ก่อการร้ายตัวฉกาจของถูกยิงเข้าที่ตาซ้ายได้อย่างชัดเจน ก่อนจะยิงตามซ้ำอีก 1 นัด ที่ในวงการทหารเรียกว่า " ดับเบิล แทป " หรือ การยิงแบบสองนัดซ้อน เป็นเทคนิคในการยิงต่อสู้ที่ใช้หลักที่ว่า เมื่อบิงถูกศัตรูแล้วให้ยิงต่อเนื่องจนกว่าศัตรูจะล้มลงหมดสภาพที่เป็นภัยคุกคาม
กระสุนนัดที่สอง เจาะเข้าที่อก เพื่อให้แน่ใจว่า บิน ลาเดน เสียชีวิต ภาพของการยิงปะทะกันในงานของบิน ลาเดน ในปากีสถาน ได้ส่งถึงทำเนียบขาวผ่านทางสัญญาณดาวเทียม และยังทำให้เห็นว่า หนึ่งในภรรยาของเขาได้ทำตัวเป็นโล่ห์มนุษย์ ในขณะที่เขายิงต่อสู้ด้วยปืนไรเฟิล AK 47 ผลปรากฎว่า ภรรยาของเขาเสียชีวิตพร้อมกับผู้ชายอีก 3 คน รวมทั้งลูกชายคนหนึ่งของบินลาเดน และอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ศพของบิน ลาเดน ก็ถูกนำไปฝังในทะเล
แม้ว่า ประธานาธิบดีโอบาม่า จะอ้างว่า การตายของบิน ลาเดน จะทำให้โลกปลอดภัยขึ้น และน่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม แต่ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ได้เตือนว่า พวกผู้ก่อการร้ายอาจจะล้างแค้น และเป็นคำเตือนที่เกิดขึ้นหลังจากความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถานกับสหรัฐกลับเขม็งเกลียวขึ้นมาอีก อันเนื่องมาจากความไม่เชื่อที่ว่า บรรดาหัวหน้าข่าวกรองปากีสถานจะไม่รู้ว่า บิน ลาเดน ซ่อนตัวอยู่ในบ้านที่อยู่ห่างสถาบันทหารอันทรงเกียรติ เทียบเท่าโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์ต เพียงแค่ 800 เมตร
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐอ้างความชอบธรรมในเรื่องการทรมานนักโทษที่กวนตานาโม จนสามารถฝ่าฟันอุปสรรคในการไล่ล่า และแกะรอยไปจนถึงตัวบิน ลาเดน และยังได้ข้อมูลจากผู้ก่อการร้ายที่ถูกจับในปากีสถาน เมื่อปี 2547 ด้วยว่า อัล ไกดา จะใช้ระเบิดนิวเคลียร์ถล่มสหรัฐ ไม่ว่า บิน ลาเดน จะถูกจับเป็นจับตาย
นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ ได้เตือนว่า การตายของบิน ลาเดน ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของอันตรายจากการเผชิญหน้ากับลัทธิก่อการร้าย และจะต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา เขาได้เป็นประธานการประชุมของคณะกรรมาธิการวางแผนฉุกเฉิน ที่เรียกว่า คอบร้า เพื่อประเมินสถานการณ์ความมั่นคงของสหราชอาณาจักร ซึ่งสถานที่ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี อาจเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและย่านธุรกิจ รวมทั้ง สภาผู้แทนราษฎร , คานารี วาล์ฟ และลอนดอน อาย
เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำเนียบขาวได้เผยแพร่ภาพประธานาธิบดีโอบาม่า และทีมด้านความมั่นคงรวมทั้ง นางฮิลลารี คลินตัน กำลังดูภารกิจปลิดชีพบิน ลาเดน ที่ห้องสถานการณ์ในทำเนียบขาวซึ่งนายจอห์น เบรนแนน ที่ปรึกษาด้านการต่อต้านการก่อการร้ายของประธานาธิบดีโอบาม่าถึงช่วงเวลาดังกล่าวว่า อาจจะเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลมากที่สุดในชีวิตของทุกคนที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์เลยก็ว่าได้ นาทีที่ผ่านไปยาวนานเหมือนกับวัน และประธานาธิบดีโอบาม่าก็ห่วงใยต่อความปลอดภัยของบุคลากรที่กำลังปฏิบัติภารกิจ
ในขณะที่ในห้องสถานการณ์เต็มไปด้วยผู้ชาย และแสดงสีหน้าไร้ความรู้สึกตอนที่เห็นภาพสดๆจากกล้องที่ติดอยู่กับหมวกของหนึ่งในสมาชิกเนวี ซีล นั้น นางคลินตัน ได้แสดงสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเครียดอย่างชัดเจน เธอไม่สามารถซ่อนความอารมณ์ความรู้สึก สำหรับช่วงเหตุการณ์ที่เฝ้ารอมานานกว่าทศวรรษ ขณะที่สายตาของประธานาธิบดีโอบาม่า ได้จับจ้องไปที่จอ โดยมีกำปั้นข้างขวากดเกร็งอยู่ที่ปาก แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย แม้กระทั่งถึงตอนที่มีเสียงดังย้ำว่า" วี ไอดี เจอโรนิโม " (We've ID Geronimo) ซึ่งเป็นรหัสลับหมายถึง บิน ลาเดน และหลังจากบิน ลาเดน ถูกยิง โอบาม่า ได้พูดว่า เราได้ตัวเขาแล้ว ( We got him)
หลังภารกิจลุล่วง ภายในห้องดูผ่อนคลายลง สมาชิกที่ร่วมเป็นสักขีพยานการปฏิบัติการครั้งนี้คือ ประธานาธิบดีโอบาม่า , นางคลินตัน , รองประธานาธิบดีโจ ไบเดน , ทอม ดานิลอน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ , โรเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหม , พลเรือเอกไมค์ มุลเล่น ประธานเสนาธิการทหารร่วม , จอห์น เบรนแนน ผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ , เจมส์ แคลปเปอร์ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ และบิล ดาลี่ หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว แต่ไม่มีภาพของนายลีออน พาเน็ตต้า ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ซึ่งอยู่ในทำเนียบขาวในหลายช่วงเวลาสำคัญ หลังจากนั้น ประธานาธิบดีโอบาม่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับบรรดาผู้นำชาติพันธมิตร รวมทั้งนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ
เจ้าหน้าที่สหรัฐ ระบุว่า มั่นใจ 99.9 เปอร์เซ็นต์ จากหลักฐานการพิสูจน์ DNA ว่า บิน ลาเดน ตายแล้วนักวิทยาศาสตร์ได้เปรียบเทียบตัวอย่างที่ได้จากศพ กับตัวอย่างที่ได้จากสมองของน้องสาวของเขาที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ภาพถ่ายของศพยังถูกส่งผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ใบหน้า ด้วยการเปรียบเทียบกับภาพอื่น ๆ ของผู้นำอัล ไกดา
การทดสอบ DNA ได้อย่างรวดเร็วของสหรัฐ ได้ก่อให้เกิดข้อสงสัย เพราะปกติแล้วจะต้องส่งตัวอย่างไปยังห้องแล็บ ซึ่งตามขั้นตอนแล้วต้องใช้เวลานานพอสมควร แต่ด้วยวิทยาการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ย่อมหมายความว่า ขั้นตอนที่ว่านี้สามารถเร่งให้เร็วขึ้น และมีความเป็นไปได้ว่า สหรัฐจะเก็บตัวอย่าง DNA ของคนในตระกูลบิน ลาเดน เอาไว้ ที่ฐานทัพแห่งหนึ่งในอัฟกานิสถาน
เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม ระบุว่า ภาพถ่ายของศพและวีดีโอเทปบันทึกภาพการนำศพไปหย่อนลงทะเล อาจถูกเผยแพร่เพื่อตอบข้อสงสัยที่ว่า บิน ลาเดน ถูกสังหารจริงหรือไม่ ซึ่งในช่วงปฎิบัติการพลิกแผ่นดินไล่ล่า บิน ลาเดน นั้น CIA ได้ยึดทุกอย่างที่เชื่อว่า ผ่านการสัมผัสของบิน ลาเดน รวมถึงค้นทุกสถานที่ที่เชื่อว่าเขาเคยพักอาศัย ทันตแพทย์และแพทย์หลายคนถูกสอบปากคำด้วยความหวังว่าจะได้ฟัน หรือ อินทรียวัตถุที่ถูกเก็บเอาไว้
แต่จากข้อมูลหลังวินาศกรรม 11 กันยายน ได้ให้ข้อสันนิษฐานว่า สหรัฐหันไปเสาะแสวงหาตัวอย่างพันธุกรรมจากเครือญาติของบิน ลาเดน ที่บ่งชี้ว่า CIA คว้าน้ำเหลวในการหาตัวอย่างพันธุกรรมที่เป็นของตัวเขาจริง ๆ และตัวอย่างพันธุกรรมที่ถูกนำมาใช้เปรียบเทียบกับตัวอย่างที่เก็บจากศพของบิน ลาเดน ในปากีสถาน คือ เนื่อเยื่อจากสมองของน้องสาวของเขา ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในโรงพยาบาลในบอสตัน เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางหรือ FBI ได้ขอคำสั่งศาลยึดศพของเธอไว้ และได้มีการเอาเนื้อเยื่อและตัวอย่างเลือดจากสมองของเธอไปเป็นฐานข้อมูล DNA เพื่อเอาไว้เทียบกับบิน ลาเดน
แม้ตัวอย่างจากญาติ พี่น้อง จะไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า ศพที่ถูกสังหารคือ บิน ลาเดน แต่การที่พี่น้องมีสายเลือดที่ใกล้ชิดกัน ก็บ่งชี้ว่า สมาชิกคนหนึ่งในตระกูลได้ถูกสังหารไปแล้ว แต่ด้วยองค์ประกอบอื่น ๆ รวมทั้ง ภาพถ่าย และความสูงของศพประมาณ 196 เซ็นติเมตร และแหล่งกบดานที่อยู่ในศูนย์กลางของเครือข่ายอัล ไกดา ก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับสหรัฐ และเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง ก็บอกด้วยว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เชื่อว่า เป็นหนึ่งในภรรยาของเขา ก็ยืนยัน ชายที่เสียชีวิตคือ บิน ลาเดน



