
เขมรยิงปะทะอีกทหารไทยตาย1เจ็บ3
เขมรเมินเจรจายิงปะทะกลางดึกทหารไทยตาย 1 นาย เจ็บ 3 ยอดทหารไทยพลีชีพรวมแล้ว 8 ขณะชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยตามแนวชายแดน ที่อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่กลับเข้าไปใช้ชีวิตในบ้านตัวเองเป็นวันแรก หลังปิดศูนย์อพยพ ยังผวาและไม่มั่นใจในความปลอดภัย ทั้งไม่กล้าเข้ากรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีการเจรจาหยุดยิง ระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา และได้มีการอพยพชาวบ้านกลับภูมิลำเนาเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุปะทะขึ้นอีกครั้ง ในเวลาประมาณ 20.00 น .วันที่ 2 พ.ค. บริเวณปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก โดยทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธปืนประจำกาย ปืนค. และระเบิดมือขว้าง ซึ่งไม่พบการปะทะด้วยอาวุธปืนใหญ่แต่อย่างใด ขณะที่ชาวบ้านตามแนวชายแดนที่อพยพกลับมาถึงบ้านวันแรก ได้ยินเสียงปืนปะทะต่อเนื่อง ต่างแตกตื่น พากันวิ่งเข้าหลุมหลบภัยกันอย่างโกลาหล ขณะที่ชาวบ้านไทยนิยมพัฒนา ต.บักได ซึ่งเป็นหมู่บั้านที่ตั้งอย่ใกล้ปราสาทตาควาย บางส่วนได้อพยพออกจากหมู่บ้านเนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัย
จนถึงเวลา 03.00 น. วันนี้ (3พ.ค.) ก่อนที่เสียงปืนจะสงบลง เจ้าหน้าที่ทหารไทยจึงเข้าตรวจสอบพื้นที่พบศพพลทหารไทยเสียชีวิตอีก 1 นาย คือ พลทหารธวัชชัย บุญมั่ง สังกัด ร .8 พัน 2 ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่รักแร้ทะลุปอด เสียชีวิตทันที ทั้งนี้ยังมีทหารได้รับบาดเจ็บอีก 3 นาย คือ อส.ทพ.สันติ จันทเข้ สังกัด กองร้อยทหารพรานจู่โจมที่ 2602 ส.อ.สริวิทย์ วิเศษชาติ, พลทหารอำพล ญาติปลื้ม ทั้งสองสังกัด ร .8 พัน 2 ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด รวมทหารไทยเสียชีวิตแล้ว 8 นาย เจ็บอีกกว่า 120 นาย
พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า หลังจากที่เกิดการปะทะกันที่บริเวณปราสาทตาควาย คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา สะท้อนว่าทางฝ่ายกัมพูชาเองยังไม่สามารถที่จะควบคุมทหารบางส่วนของตนเองได้ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ พลทหารธวัชชัย บุญมั่ง สังกัดพลทหารราบที่ 8 กองพันทหารราบที่ 2 หรือ ร. 8 พัน 2 ขอนแก่น เสียชีวิต 1 นาย และมีทหารบาดเจ็บอีก 3 นาย ซึ่งหลังจากที่เกิดการปะทะกัน ทางกองทัพภาคที่ 2 ก็ได้ส่งผู้บังคับหน่วยทหารที่ประจำอยู่แนวหน้า ซึ่งมีการวางกำลังใกล้ชิดกันได้เข้าไปคุยกับผู้บังคับหน่วยทหารฝ่ายกัมพูชาเพื่อสอบถามถึงสาเหตุและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งคาดว่าจากนี้ไปสถานการณ์จะดีขึ้น
"เหตุที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้(2พ.ค.)ถือเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด จึงส่งผลให้ทหารไทยได้รับความสูญเสีย ผมก็พยายามที่จะจี้ให้ทางฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าจุดใดที่ยังคงเป็นปัญหา เพื่อให้ฝ่ายกัมพูชาเร่งดำเนินการแก้ไขเร่งด่วน ซึ่งเดิมทีแล้วจุดที่เป็นปัญหาตามแนวชายแดนตั้งแต่จังหวัดสุรินทร์ไปถึงบุรีรัมย์มีทั้งหมด 3 จุด แต่หลังจากที่มีการพูดคุยกันมาโดยตลอดปัญหาก็จะเหลืออยู่เพียงจุดเดียวคือที่บริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ ซึ่งหากทางผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ได้เข้าไปพูดคุยหารือกับฝ่ายทหารกัมพูชาในวันนี้หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ปะทะขึ้น เป็นไปด้วยดีสถานการณ์ก็น่าจะดีขึ้นและจะเรียบร้อยได้ ส่วนตัวแล้วเข้าใจว่าไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นแต่ทุกสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าจะดูแลเรื่องของสวัสดิการของทหารที่เสียชีวิตอย่างดีที่สุด "
แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า หากเหตุการณ์ยังเกิดขึ้นอีกทางทหารไทยจำเป็นที่จะต้องตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ จะให้หยุดการตอบโต้แล้วให้ทหารไทยเอาหน้าอกไปรับกระสุนอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้ และทาง
ไทยขอยืนยันว่าสถานการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นฝ่ายทหารไทยไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และไม่เคยรุกเข้าไปในพื้นที่ของกัมพูชา เป็นเพียงแค่การปกป้องอธิปไตยของประเทศเท่านั้น
สำหรับการเตรียมพร้อมของกองทัพขณะนี้ก็ได้มีการเสริมกำลังเข้าไปในจุดที่ยังเป็นปัญหา เพื่อป้องกันและรักษาอธิปไตยของประเทศไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนการดูแลความปลอดภัยของผู้อพยพที่กลับคืนหมู่บ้านก็ได้มีการจัดกำลังดูแลอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ประกาศปิดศูนย์อพยพทั้ง 9 ศูนย์ เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา และอนุญาตให้ชาวบ้านเดินทางกลับบ้านทั้งหมดแล้ว จากการเข้าไปสำรวจบรรยากาศในหมู่บ้านสายโท 12 ใต้ ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด ซึ่งเป็น 1 ใน 29 หมู่บ้านที่ลี้ภัยการสู้รบระหว่างทหารไทยกับฝ่ายกัมพูชา เข้าไปพักพิงอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวต่างๆ ที่ทางอำเภอจัดเตรียมไว้ให้ เนื่องจากมีลูกกระสุนปืนใหญ่จากการปะทะตกใส่บริเวณสวนยางพาราหลายลูก ทำให้ต้นยางได้รับความเสียหายหลายสิบต้น
โดยชาวบ้านที่กลับเข้ามาใช้ชีวิตที่บ้านเป็นวันแรก หลังต้องลี้ภัยอยู่ที่ศูนย์อพยพมานานถึง 11 วัน ต่างยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยังไม่มั่นในความปลอดภัย โดยเฉพาะชาวบ้านที่มีอาชีพทำสวนยางพารา ก็ยังไม่กล้าเข้าไปกรีดยาง เพราะเกรงจะเกิดเหตุปะทะขึ้นอีก ทั้งเกรงจะได้รับอันตรายจากกระสุนปืนใหญ่ที่ตกเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งบางลูกอาจจะยังไม่ระเบิด ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเคลียร์พื้นที่ และเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือลูกกระสุนปืนใหญ่ที่อาจจะยังหลงเหลือ ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะเข้าไปกรีดยางตามปกติ
อย่างไรก็ตามถึงแม้ทางจังหวัดจะอนุญาตให้กลับเข้าบ้าน แต่สถานการณ์ด้านชายแดน จ.สุรินทร์ ที่ยังไม่น่าไว้วางใจ จึงยังให้ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน และชุดรักษาความปลอดภัย (ชรบ.) เฝ้าติดตามสถานการณ์และดูแลรักษาความปลอดภัย อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยตามหมู่บ้าน จนกว่าสถานการณ์ตามแนวชายแดนจะคลี่คลายหรือเข้าสู่สภาวะปกติ
ด้านนายสมพงษ์ ลับพะโส อายุ 42 ปี ชาวบ้านบ้านสายโท 12 ใต้ ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด กล่าวว่า ถึงแม้ทางราชการจะอนุญาตให้กลับเข้ามาใช้ชีวิตตามปกติที่บ้านได้แล้ว แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย เพราะหมู่บ้านตั้งอยู่ห่างจากตะเข็บชายแดนเพียง 5 กิโลเมตร ซึ่งใกล้ระยะวิถีกระสุน จึงอยากเรียกร้องให้ทางภาครัฐได้เร่งเข้ามาก่อสร้างหลุมหลบภัยที่มีมาตรฐานภายในหมู่บ้านอย่างน้อย 5 - 6 หลุม เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านหากเกิดเหตุปะทะขึ้นอีก เนื่องจากขณะนี้ในหมู่บ้านไม่มีหลุมหลบภัย มีเพียงที่โรงเรียน และสถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเท่านั้น ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้าน



