
มะกันชั่งใจโชว์ศพ'บินลาเดน'แก้กังขา
สหรัฐชั่งใจกับการเผยแพร่ภาพศพ"บิน ลาเดน"เพื่อพิสูจน์ว่าผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายอัลไกด้าตายจริง ด้านภรรยาของ"บิน ลาเดน" ทำตัวเป็นโลห์มนุษย์ป้องกันสามี
(3พ.ค.) ทำเนียบขาวของสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวานว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะมีการเผยแพร่ภาพศพของโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำเครือข่ายก่อการร้ายอัลไกด้าหรือไม่ หลังการแถลงข่าวว่าบินลาเดนถูกปลิดชีพแล้วในเมืองอับบอตตาบัดของปากีสถานเมื่อวานตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีเรียกร้องจากนักการเมืองคนสำคัญบางคนที่ต้องการหลักฐานพิสูจน์ว่าบิน ลาเดนตายแล้วจริงๆ
นายจอห์น เบรนนัน ที่ปรึกษาด้านการปราบปรามการก่อการร้ายของประธานาธิบดีบารักโอบามา บอกว่า รัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครสามารถปฏิเสธเรื่องที่เราสามารถจัดการกับบิน ลาเดนได้แล้ว ดังนั้นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งจะรวมถึงภาพถ่ายด้วยหรือไม่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ขณะที่โจเซฟ ลีเบอร์แมน ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงภายในของวุฒิสภา บอกว่าแม้ว่าภาพอาจจะไม่น่าดูนักเพราะเขาถูกยิงที่ศีรษะ แต่ก็จำเป็นต้องมีการเผยแพร่เพื่อให้สามารถคลายข้อสงสัยในเรื่องนี้ เพราะอาจมีบางคนที่ไม่ยอมรับผลการตรวจดีเอ็นเอ นอกจากนี้ไมค์ โรเจอร์ส ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองสภาผู้แทนราษฎร บอกว่า การเผยแพร่ภาพศพหรือไม่จะต้องคำนึงถึงการเคารพเกียรติศักดิ์ศรีของผู้เสียชีวิต เพื่อไม่ก่อให้จุดชนวนปัญหาในที่อื่นๆทั่วโลก
ขณะเดียวกันก็เพื่อพิสูจน์ว่าศพนั้นเป็นบิน ลาเดนจริงๆ ก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2546 กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้เผยแพร่ภาพลูกชายสองคนของซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรักเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเสียชีวิตจากปฏิบัติการของกองกำลังสหรัฐจริง และในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน สหรัฐได้เผยแพร่ภาพการจับกุมซัดดัม แต่ปลายเดือนธันวาคม 2549 มีการลงโทษประหารชีวิตซัดดัมด้วยการแขวนคอ และภาพวิดีโอการแขวนคอที่หลุดออกมาถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ทำให้เกิดกระแสโกรธแค้นในหมู่ชาวมุสลิม
หนึ่งในภรรยาของโอซาม่า บิน ลาเดน ได้ทำตัวเป็นโล่ห์มนุษย์ปกป้องเขาจากการโจมตีของหน่วยเนวี ซีล ของสหรัฐ ในขณะที่บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อการร้ายที่โลกต้องการตัวมากที่สุดในโลก ถูกยิงจากการโจมตีทางอากาศที่เซฟเฮ้าส์ในปากีสถาน แหล่งกบดานที่อยู่ไม่ไกลจากสถาบันทหาร และกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของประเทศ
รายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการตายที่เรียกความสนใจไปทั่วโลกของผู้นำอัล ไกดา ได้ปรากฎออกมา หลังจากประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ประกาศทางโทรทัศน์เมื่อช่วงใกล้เที่ยงคืนว่า บิน ลาเดน ถูกสังหารแล้ว โดยในขณะที่ประธานาธิบดีโอบาม่า มั่นใจว่า ผู้นำอัล ไกดา อยู่ในบ้านต้องสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้รู้แน่ชัดว่า ผู้ก่อการร้ายอดีตลูกชายมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจก่อสร้างในซาอุดิอาระเบีย ที่สหรัฐตามล่ามานานถึง 10 ปี ถูกปลิดชีพ จนกระทั่งศพของเขาถูกนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ในชุดปฏิบัติการพิเศษ 1 ใน 4 ลำ ที่นำทหารอเมริกันเข้าไปปฏิบัติการลึกเข้าไปในปากีสถาน และมีรายงานว่า มีลำหนึ่งที่เสียหายขณะลงจอด และ
ระเบิดก่อนที่จะได้เดินทางกลับไปยังอัฟกานิสถาน
ประธานาธิบดีโอบาม่า กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การตายของบิน ลาเดน เป็นวันที่ดีสำหรับอเมริกาขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร ระบุว่า ผลการตรวจ DNA ของศพ ก่อนจะหย่อนจากเรือ ยูเอสเอส คาร์ล ลงสู่ทะเล นอร์ธ อาระเบีย ได้ยืนยันว่า เขาคือ บิน ลาเดน และจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายของสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA , การได้รับการยืนยันจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นหนึ่งในภรรยาของบิน ลาเดน และการเข้ากันได้ของรูปร่างหน้าตา เช่น ส่วนสูง ได้ช่วยยืนยันอัตลักษณ์
ของเขา ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาว่าจะเป็นการสมควรหรือไม่ที่เปิดเผยภาพศพของเขา ที่ถูกยิงหนือตาซ้าย ทำให้บางส่วนของกระโหลกศีรษะหายไป
นอกจากบิน ลาเดน แล้ว นายคาลิด หนึ่งในบุตรชายของเขา ก็ถูกสังหารในระหว่างการบุกจู่โจมครั้งนี้ด้วย เช่นเดียวกับภรรยาที่ช่วยปกป้องเขา ที่เหลือเป็นคนนำสารที่บิน ลาเดน ไว้ใจ และในจำนวนนี้ ใช้ชื่อเป็นเจ้าของบ้านที่ถูกบุกถล่มด้วย
ประธานาธิบดีโอบาม่า ได้ไฟเขียวให้ใช้ปฏิบัติการโจมตีตั้งแต่วันศุกร์ หรือในช่วงสั้น ๆ ก่อนเดินทางไปยังรัฐอลาบาม่า เพื่อลงพื้นที่ตรวจสภาพความเสียหายจากพายุทอร์นาโด ก่อนจะออกคำสั่งในขั้นสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งเขาและทีมที่ปรึกษาด้นความมั่นคงแห่งชาติ ได้ติดตามการใช้ปฏิบัติการโจมตีจากห้องสถานการณ์ในทำเนียบขาว และแสดงความผ่อนคลายที่กองกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษสามารถปลิดชีพบิน ลาเดน ได้ โดยที่ฝ่ายอเมริกันไม่สูญเสียชีวิต
ความสำเร็จครั้งนี้ มีขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ก่อนที่จะครบ 10 ปี เหตุวินาศกรรมโจมตีสหรัฐเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3 พันคน และนำไปสู่สงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน ทำลายความเชื่อที่ว่า ประเทศที่ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ จะไม่มีวันถูกโจมตีอย่างรุนแรงที่สุดขนาดนี้ได้
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนของ CIA ในคุกลับในยุโรปตะวันออกได้รวบรวมข้อมูลในเบื้องต้น ที่นำไปสู่การสังหารบิน ลาเดน ขณะที่เจ้าหน้าที่ข่าวกรองทราบมานานแล้วว่า บิน ลาเดน ไว้ใจคนนำสารคนหนึ่ง และเชื่อว่า เขาอาจจะซ่อนตัวอยู่กับบินลาเดน สหรัฐเพิ่งจะรู้ตัวชายคนนี้ เมื่อ 4 ปีก่อน และอีก 2 ปีต่อมา ก็เริ่มทราบขอบข่ายการเคลื่อนไหวของคนนำสาร จนกระทั่งแกะรอยไปเจอที่อยู่เมื่อเดือนสิงหาคม
จนกระทั่งกลางเดือนกุมภาพันธ์ ข่าวกรองที่รวบรวมได้จากหลายแหล่ง ได้ชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ประธานาธิบดีโอบาม่า ต้องการให้ภารกิจนี้ลุล่วง และอีก 2 เดือนครึ่ง เขาก็เป็นประธานจัดการประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ 5 ครั้ง ที่มุ่งเน้นในประเด็นที่ว่าบิน ลาเดน อยู่ในบ้านต้องสงสัยหรือไม่ และถ้าอยู่ จะเอาตัวเขาออกมาได้อย่างไร
เมื่อได้ข้อสรุป เฮลิคอปเตอร์ 4 ลำ ได้นำกองกำลังสหรัฐไปยังเมืองอั๊บบอตตาบัด ส่งหน่วย เนวี ซีล ลงไปด้านหลังกำแพง และเริ่มลงจอด ไม่มีเสียงปืน แต่ในช่วงสั้น ๆ หลังจากหน่วยเนวี ซีลลงถึงพื้น เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งเกิดร่วงลงสู่พื้น โดยที่รัฐบาลสหรัฐไม่ได้อธิบายสาเหตุ แต่ไม่มีสมาชิกหน่วยเนวี ซีล คนใดได้รับบาดเจ็บ และภารกิจดำเนินต่อไปโดยไม่ถูกรบกวน เฮลิคอปเตอร์ที่ใช้การไม่ได้ถูกทำลายก่อนที่หน่วยเนวี จะกรูออกมาจากเฮลิคอปเตอร์อีก 3 ลำที่เหลือ
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐ ไม่ยอมเปิดเผยว่า ได้จัดการให้เฮลิคอปเตอร์ 4 บำ บินข้ามชายแดนเข้าไปใกล้เมืองหลวงของปากีสถาน และใกล้กับสถาบันทหารได้อย่างไร โดยไม่มีใครล่วงรู้และหน่วยเนวี ซีล สามารถปฏิบัติการภารกิจอย่างรวดเร็วภายในเวลา 40 นาที ที่รวมถึงการยิงปะทะและการระเบิดทำลายเฮลิคอปเตอร์ โดยที่ทหารและตำรวจปากีสถาน ไม่ได้เข้าแทรกแซงได้อย่างไร



