
ส่งร้านเครื่องไทยเทศเจาะตลาดนอก"ง่วนสูน"มองขยายตัวดีตามธุรกิจร้านอาหารไทย
ร้านเครื่องเทศไทย "สไปซ์สตอรี่" รุกตลาดต่างประเทศ รองรับการขยายตัวของร้านอาหารไทยทั่วโลก ประเดิมสิงคโปร์ลงทุนกว่า 10 ล้าน เจรจาซูเปอร์มาร์เก็ตในอังกฤษอีก 2 แห่ง ตั้งเป้า 5 ปีเปิด 5-6 แห่ง
นายวิศิษฐ์ ลิ้มประนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาจจิตต์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็พเพอร์ แอนด์ สไปซ์ จำกัด (ง่วนสูน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรุงรสอาหารภายใต้แบรนด์ตรามือ และสไปซ์ สตอรี่ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะขยายร้านจำหน่ายเครื่องเทศสไปซ์ สตอรี่ ไปต่างประเทศ เพื่อขยายตลาดเครื่องเทศของไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก รองรับการขยายตัวของธุรกิจร้านอาหารไทยในทั่วโลก วางเป้าหมาย 5 ปีจากนี้จะเปิดร้านสไปซ์ สตอรี่ใน 5-6 ประเทศใหม่เป็นอย่างน้อย
ทั้งนี้ ในช่วงปลายปีนี้จะเปิดบริการในประเทศสิงคโปร์ 1 แห่ง โดยใช้งบลงทุนกว่า 10 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเจรจาขยายสาขาในซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศอังกฤษ อย่างน้อย 2 แห่ง ลงทุนเฉลี่ยแห่งละ 10 ล้านบาทเช่นเดียวกัน นับเป็นการต่อยอดธุรกิจร้านจำหน่ายสินค้าเครื่องเทศ อาหาร และไอศกรีมเครื่องเทศสมุนไพร
"เราต้องการสร้างการรับรู้ในกลุ่มธุรกิจเครื่องเทศและส่วนผสมอาหารในวงกว้าง ภายใต้เป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำตลาดใน 10 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะกลุ่มผงปรุงรสสำเร็จรูปที่สามารถนำไปต่อยอดธุรกิจร้านอาหารที่มีสาขาจำนวนมาก ไม่ต้องพึ่งพาพ่อครัวแบบเดิม แต่สามารถใช้ผงปรุงรสประกอบอาหาร ได้รสชาติตามสูตร" นายวิศิษฐ์กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทดลองเปิดร้านอาหาร "มวยไทย" ในประเทศบาห์เรน ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับนักธุรกิจท้องถิ่น ซึ่งมีแผนขยายตลาดในวงกว้างเช่นเดียวกัน โดยการบุกตลาดต่างประเทศในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวใน 7 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีรายได้รวม 500-600 ล้านบาท
นายวิศิษฐ์ กล่าวในฐานะประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่า ธุรกิจร้านอาหารในต่างประเทศมีการขยายตัวสูง ปัจจุบันมีเครือข่ายกว่า 1.3 หมื่นแห่งทั่วโลก สะท้อนการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องเทศได้เป็นอย่างดี ขณะที่ภาครัฐมีการสนับสนุนไม่ครบวงจร มุ่งอยู่เพียง "ปลายน้ำ" คือ ธุรกิจร้านอาหาร จำเป็นต้องส่งเสริม สนับสนุนกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับส่วนประกอบในการทำอาหาร ส่วนผสม เครื่องปรุงต่างๆ อย่างจริงจังมากขึ้น
ทั้งนี้ รัฐและเอกชน เตรียมจัดงาน "ฟู้ด อินเกรเดียน เอเชีย 2011" (Food Ingredients Asia 2011) ระหว่างวันที่ 21-23 กันยายนนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถือเป็นงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมเฉพาะส่วนผสมอาหาร มีผู้จัดแสดงจาก 30 ประเทศทั่วโลกกว่า 400 ผู้ประกอบการ ร่วมจัดแสดง มีผู้เข้าชมงานในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารกว่า 1 หมื่นราย สร้างมูลค่าทางธุรกิจไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท



