
เงินเฟ้อเม.ย.พุ่งสูงสุดรอบ15เดือนพาณิชย์เผยเพิ่มขึ้น 4%-ผลพวงราคาผัก-เนื้อหมูแพง
เงินเฟ้อเดือนเมษายนพุ่ง 4.04% สูงสุดในรอบ 15 เดือน พาณิชย์ชี้เป็นไปตามฤดูกาล อากาศแปรปรวนส่งผลราคาพืชผัก อาหารสำเร็จรูปขยับสูงขึ้น มั่นใจดูแลไม่เกินเป้าหมาย 3.2-3.7% ชูมาตรการธงฟ้ารับมือ สั่งเพิ่มเมนูธงฟ้า ข้าวไข่เจียว-ข้าวผัดกระเพรา
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนเมษายน 2554 ปรับเพิ่มขึ้น 4.04% เป็นอัตราเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 15 เดือน นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 ที่ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้น 4.1% และสูงขึ้นเกินเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ไว้ทั้งปีที่ 3.2-3.7% อย่างไรก็ตาม ยังมองว่าเป็นการขยายตัวในระดับที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2554 เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1.38% โดยสินค้าที่นำมาคำนวณในดัชนีปรับสูงขึ้น 198 รายการ ลดลง 64 รายการ และไม่เปลี่ยนแปลง 155 รายการ
ทั้งนี้ เงินเฟ้อที่สูงขึ้นเป็นไปตามฤดูกาลที่เข้าสู่หน้าร้อน สภาพภูมิอากาศแปรปรวน และน้ำท่วม ส่งผลให้ราคาพืชผักปรับสูงขึ้นมาก โดยราคาผักสดปรับสูงขึ้น 14.4% ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับสูงขึ้น 5.6% ราคาเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น 7.2% เช่น หมูเนื้อแดงราคาเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 8.90% และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 9.58% หรือเพิ่มขึ้นจากราคาเฉลี่ย 115-130 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 125-145 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากนี้ราคาไข่ไก่ และน้ำมันเชื้อเพลิง ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะยังคงเป้าหมายเงินเฟ้อไว้ที่ 3.2-3.7% โดยจะเน้นการดูแลราคาสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะเน้นดูแลราคาเนื้อหมู ไข่ไก่ ข้าว และน้ำตาลทราย และดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายให้แก่ประชาชน ซึ่งแนวทางการเพิ่มรายได้ของกระทรวงพาณิชย์คือเร่งขยายการส่งออก เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร
ส่วนแนวทางการลดรายจ่าย จะขยายเครือข่ายและมิตรธงฟ้าให้มากขึ้น ซึ่งราคาอาหารสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น ได้สั่งให้กรมการค้าภายในจัดทำเมนูอาหารธงฟ้าเพิ่มขึ้น เช่น ข้าวไข่เจียวธงฟ้า และข้าวผัดกะเพราธงฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีโครงการปุ๋ยธงฟ้าที่รัฐบาลกำลังดำเนินการในขณะนี้อีกด้วย
นายยรรยง กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะยังคงเน้นชะลอการปรับราคาสินค้า โดยดูแลให้เหมาะสมสำหรับสินค้าที่ใช้วัตถุดิบและผลิตภายในประเทศ แต่สำหรับสินค้าที่ต้องใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศนั้นยอมรับว่าควบคุมได้ยาก โดยคาดว่าดัชนีเงินเฟ้อเฉลี่ยไตรมาส 2 ปี 2554 จะอยู่ที่ 3.45% ซึ่งยอมรับว่ายังเป็นทิศทางขาขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอมที่บรรดาผู้ปกครองจะซื้อสินค้าสำหรับการเรียนของลูก นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่เกษตรกรต้องซื้อปัจจัยการผลิต ขณะเดียวกันผลผลิตสินค้าทางการเกษตรก็ลดลง



