ข่าว

ศูนย์ดุลความแตกร้าวที่บาห์เรน

ศูนย์ดุลความแตกร้าวที่บาห์เรน

02 พ.ค. 2554

ผ่านมาสี่เดือนแล้วความไม่สงบในแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลางยังไม่จบ แม้ว่าส่วนใหญ่ฝ่ายรัฐบาลจะยังครองอำนาจไว้ได้ยกเว้นที่อียิปต์กับตูนิเซีย แต่การประท้วงและความรุนแรงก็ยังขยายวงมากขึ้น แม้แต่รัฐอ่าวอย่างบาห์เรนที่เคยสุขสงบและร่ำรวยก็ปรากฏการนองเลือดตายไปคร

เอาแค่การระบาดที่ชนชั้นล่างฮึดขึ้นสู้กับชนชั้นปกครองก็ทำให้ชาวมุสลิมในประเทศที่เกิดเรื่องแตกแยกกันอย่างหนักอยู่แล้ว รัฐชาติมุสลิมใหญ่ๆ ก็พยายามเข้าแทรกแซงสกัดกั้นปัญหาถึงโพ้นทะเล แต่ถ้าถึงขั้นส่งทหารเข้าไปร่วมรักษาสันติภาพโดยตรงแบบจัดการกันเองเฉพาะกลุ่มนั้นเป็นเรื่องใหญ่ นำมาซึ่งประเด็นวิพากษ์อย่างหนัก ศูนย์กลางเรื่องนี้อยู่ที่บาห์เรน รัฐที่มีผู้ปกครองยึดหลักการปกครองประเทศแบบเดียวกับรัฐอ่าวอื่นๆ การที่เพื่อนร่วมชะตากรรมกำลังไฟลุกติดชายบ้านซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้สองรัฐหลังต้องส่งกำลังมาดับไฟเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2554 แต่ก็เท่ากับไปเข้าทางแข้งของฝ่ายความมั่นคงบาห์เรนที่กล้ากวาดล้างผู้ประท้วงโดยผู้รักษาสันติภาพไม่เห็นจะทำอะไรได้ ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายยิ่งดิ่งจมทั้งภายในและภายนอกประเทศ

 ขณะที่ชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นชีอะต์ ผู้ปกครองบาห์เรนกลับเป็นสุหนี่ จึงทำให้เป็นที่แน่นอนว่าโภคทรัพย์ทั้งหลายที่ประเทศได้จากน้ำมันต้องไปกองพูนที่ชาวสุหนี่กว่าใคร ชาวชีอะต์ที่จำทนจนอึดมานานก็ต้องลุกฮือขึ้นต่อต้าน แต่ก็เพิ่งจะมีทีท่าว่าจะพอสู้กับรัฐได้ก็ปีนี้หลังวิกฤติจลาจลลามไปทั้งภูมิภาคแล้ว นั่นจึงทำให้รัฐอ่าวอีก 5 ชาติที่เหลือเห็นว่าต้องช่วยเพื่อนสุลต่านด้วยกำลัง งานนี้สหรัฐก็วางเฉยเพราะบาห์เรนนั้นเป็นมิตรกันมานานต่างจากซีเรียหรือลิเบีย ทั้งยังต้องการให้กองกำลังระดับภูมิภาครักษาสันติภาพกันเองบ้าง ผลก็คือสหรัฐพลอยโดนด่าจากฝ่ายสิทธิมนุษยชนเรื่องสองมาตรฐานไปด้วย ส่วนพวกรัฐอ่าวที่อ้างว่าจะมาปกป้องอสังหาริมทรัพย์ให้ปลอดภัยจากการโดนเผาทำลายเสี่ยงวอดวายเศรษฐกิจโดยรวมนั้นก็โดนประณามเช่นกันว่าเข้าข้างผู้ปกครองบาห์เรนบีฑาประชาชนชัดๆ

 ถึงแม้ว่าการเข้าแทรกแซงของรัฐบาลริยาดกับอาบูดาบีจะทำให้ระบอบบาห์เรนคงอยู่ต่อไป แต่ความไม่สงบยังไม่ยุติง่ายๆ ยังมีการประท้วง ปะทะ จับกุมกันทุกวัน คนก็ตายเจ็บเพิ่มขึ้น อยู่กันอย่างหวาดผวาด้วยกฎอัยการศึก เดือนเศษแล้วยังไม่สงบดีซึ่งต่างจากจอร์แดนหรือคูเวตที่ปลดชนวนด้วยความนุ่มนวลไปซะตั้งแต่ไฟยังไม่ติด ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็เห็นกันแล้วในเรื่องเศรษฐกิจที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นทั่วโลกและจะต้องวุ่นวายในด้านอื่นๆ ต่อไป ทางออกที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดนั้นฝ่ายรัฐยังให้ไม่ได้เพราะเห็นว่าอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศและของตนเอง