
องอาจสั่ง4จ.ชายแดนเขมรสร้างหลุมหลบภัย
"องอาจ"สั่ง 4 จ.ชายแดนไทยเขมรเร่งสร้างหลุมหลบภัย 169 แห่ง หลังไม่ไว้ใจเขมรยุติยิงจริงหรือไม่ เผยเหตุปะทะที่ผ่านทหารสังเวย 8 - พลเรือน 4 แถลง ประชาชนในศูนย์อพยพเริ่มกลับภูมิลำเนาแล้ว กำชับ"ผวจ.สุรินทร์-บุรีรัยม์"ประสาน"ตชด.-ตร."คุ้มกันปชช.ในพื้นที่หมู่บ้า
(2พ.ค.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ฐานะผู้อำนวยการติดตามและดูแลสถานการณ์อพยพประชาชนในพื้นที่ที่มีการปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชา แถลงที่รัฐสภา เมื่อเวลา 11.20 น. ภายหลังการหารือกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่และผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และสุรินทร์ ว่า ขณะนี้ประชาชนในศูนย์อพยพได้เริ่มทยอยกลับภูมิลำเนาแล้ว หลังเหตุการณ์ปะทะเริ่มนิ่งแล้ว ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยได้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และสุรินทร์ประสานขอกำลังตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจในพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหมู่บ้านที่เป็นพื้นที่กระสุนตกเป็นประจำ และให้เร่งสร้างหลุมหลบภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.ศีรสะเกษ, จ.อุบลราชธานี พื้นที่อ.น้ำขุ่น, จ.สุรินทร์ และจ.บุรีรัมย์ เบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ได้สั่งให้สร้างหลุมหลบภัยจำนวน 169 แห่ง แบ่งเป็น อ.กาบเชิง จำนวน 131 แห่งและอ.พนมดงรัก 38 แห่ง ให้แล้วเสร็จภายในปลายสัปดาห์นี้
นายองอาจ กล่าวอีกว่าสำหรับรายงานผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ล่าสุด มีทหารเสียชีวิตแล้ว 8 นาย และบาดเจ็บ 131 นาย ส่วนพลเรือน พบว่าเสียชีวิต 4 ราย แบ่งเป็น เสียชีวิตจากเหตุปะทะ 1 รายและเสียชีวิตจากโรคประจำตัวระหว่างมีการปะทะจำนวน 3 ราย
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากที่ประชาชนเริ่มกลับเข้าพื้นที่จะมีหลักประกันใดว่าฝั่งกัมพูชาจะไม่ยิงอาวุธ และสร้างความเสียหายให้กับพลเรือนไทยอีก นายองอาจ กล่าวว่า ตนยอมรับว่าไม่มีหลักประกันใดที่จะรับรองว่าฝ่ายกัมพูชาจะไม่ยิงอีก แต่เหตุที่ให้ประชาชนกลับพื้นที่เพราะจากเหตุปะทะทั้ง 10 วัน พบว่าใน 5 วันหลังนั้น เป็นการปะทะตามแนวชายแดนระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคงเท่านั้น และไม่มีการเคลื่อนไหวกำลังพล หน่วยงานในพื้นที่จึงเห็นร่วมกันว่าสามารถโยกย้ายประชาชนกลับพื้นที่ได้แล้ว
เมื่อถามถึงการดูแลด้านการทำอาชีพของประชาชน นายองอาจ กล่าวว่า ตอนนี้พบปัญหากับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ในจ.ศีรสะเกษ ที่ในช่วงมีปะทะโรงงานหีบอ้อยปิดไม่รับซื้อ ตนได้ประสานไปยังนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ประสานโรงงานหีบอ้อยให้ขยายเวลาการรับซื้อ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการตั้งทนายเพื่อต่อสู้คดีที่รัฐบาลกัมพูชายื่นเรื่องปราสาทพระวิหารต่อศาลโลก นายองอาจ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดูแล โดยตนคาดว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 พ.ค. ทางกระทรวงการต่างประเทศอาจเสนอเป็นวาระเรื่องแจ้งเพื่อทราบ



