ข่าว

มิคสัญญีเริ่มแล้วหรือ ?

มิคสัญญีเริ่มแล้วหรือ ?

18 เม.ย. 2552

จากเพียงแค่เตรียมการสังหารองคมนตรี ชาญชัย ลิขิตจิตถะ ที่หลายต่อหลายคนยังเคลือบแคลงอยู่ว่า จริง-เท็จ-จัดฉาก เหตุการณ์ที่ช็อกคนทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่ว่าจะกลุ่มรักพันธมิตร หรือกลุ่มเสื้อแดง เมื่อมือปืนใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญของพันธ

เหตุที่ว่านี้ ฟังจากพยานที่เห็นเหตุการณ์ ยังสับสน แค่สีของรถกระบะ 4 ประตู ที่พามือปืนมานั้น ก็ยังแตกต่างกัน
 แต่ที่แน่ๆ กลุ่มมือปืนยิงถล่มสนธิด้วยอาวุธสงคราม จนทำให้รถตู้สุดหรู อัลพาร์ด พรุนไปทั้งคัน แต่สนธิกับคนติดตามกลับรอดอย่างปาฏิหาริย์ มีเพียงคนขับรถที่บาดเจ็บสาหัส

 ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน เพราะบ้านเมืองเพิ่งจะปลอดการชุมนุมเผาบ้านเผาเมือง แต่ใครหลายคนก็เชื่อว่า ความรุนแรงการเผชิญหน้ายังคุกรุ่นและพร้อมที่จะปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ เพราะรู้ดีว่า ความรุนแรงที่มุดลงดินนั้น เพื่อหลบหลีกเงื้อมือของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ต่างก็รู้ดีว่า อยู่ได้แค่ "ชั่วคราว"

 เพราะรู้ดีว่า ทุกคนก็เฝ้ารอการตัดสินใจยกเลิกการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาล ซึ่งกำหนดนัดจะประกาศเลิกใช้ในวันที่ 20 เมษายน เมื่อมาเจอเหตุการณ์ร้ายแรงกลางเมืองเช่นนี้ รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไป

 และนั่นคือที่มาของข้อสันนิษฐาน หรือความเป็นไปได้ ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงที่รวบรวมเอาไว้ว่า 3 กลุ่ม น่าจะได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้

 กลุ่มคนมีสี

 กลุ่มคนสร้างสถานการณ์

 กลุ่มใต้ดินที่สนับสนุนกลุ่มคนเสื้อแดง

 สำหรับกลุ่มแรก ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคนเสื้อเหลือง ที่กดดัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้จัดการกับผู้ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง ที่ดูดายต่อเหตุการณ์ล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา กับการชุมนุมของคนเสื้อแดง

 ตรงนี้ตกหนักอยู่กับรัฐบาล เพราะจะถูกโจมตีว่า สองมาตรฐาน คนเสื้อแดงสั่งทหารสลายชุมนุม แต่กับเสื้อเหลืองชุมนุม เหตุใดทหารถึงไม่เข้าสลาย

 ถึงแม้ว่าการตัดสินใจใช้กำลังทหารเป็นอำนาจของผู้นำรัฐบาล แต่เมื่อเหตุการณ์มาถึงตรงนี้แล้ว เสื้อแดงที่ไหนจะมาฟังคำอธิบายว่า ที่ทหารไม่สลาย เพราะ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ ขณะนั้นไม่ได้สั่ง

 คำถามคือ เป็นไปได้หรือไม่ที่มีบางคนบางกลุ่มต้องการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้แรงกดดันไปยังรัฐบาลให้ปลด สุเทพ เทือกสุบรรณ และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ?

 สำหรับกลุ่มคนสร้างสถานการณ์ กลุ่มนี้อาจใกล้ชิด หรือเคยสนิทชิดเชื้อกับสนธิ และรู้ดีว่า เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ ย่อมจะเกิดความไม่พอใจ มีการรวมตัวเรียกร้องให้จับกุมกลุ่มมือปืน และผู้ชักใยมาลงโทษ

 แน่นอนว่า การชุมนุมจะพุ่งเป้าไปยังรัฐบาล ที่เพิ่งจะพ้นจากวิกฤติชุมนุมของคนเสื้อแดง และมีหลายคนเริ่มออกมาชี้ทางออกให้ประเทศแล้วว่า หากไม่ยุบสภา-ลาออก ก็ต้องหาช่องทางจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

 ถึงแม้ สนธิ จะโชคดีที่มัจจุราชยังเอื้อมมือมาไม่ถึง แต่เอาเข้าจริงสถานการณ์อาจจะหนักหนาสาหัสกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำไป

 สำหรับกลุ่มสุดท้าย ก็มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีคนที่โกรธเกลียดสนธิ เพราะทำให้ ทักษิณ ชินวัตร ไม่อาจกลับประเทศไทยได้ ครอบครัวต้องหนีร้อนออกไปเมืองนอก ขณะเดียวกัน การต่อสู้ด้วยการปลุกแดงทั้งประเทศ ก็พ่ายจนหมดรูป

 จะทำหรือไม่ ไม่มีใครรู้ หรือมีคนทำแทน ก็ไม่อาจพิสูจน์ แต่ถามว่า มีเหตุผลมากพอหรือไม่ ตรงนี้น่าจะมีคำตอบในใจของทุกคนอยู่แล้ว
 แต่ที่แน่ๆ ทักษิณเคยพูดจาต่อรอง หลังจากแกนนำกลุ่มเสื้อแดงถูกจับกุมว่า ให้รีบปล่อยตัวคนเหล่านั้น หาไม่แล้วเหตุการณ์จะรุนแรงกว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดง

 ...ขนาดสนธิ ที่มีการ์ดติดตามการเดินทาง ยังโดนขนาดนี้ การเดินทางของรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้แตกต่างจากสนธิมากเท่าใด แล้วใครจะรู้ว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นกับบุคคลระดับวีไอพีของเมืองไทย

 "มิคสัญญี" กำลังเริ่มขึ้นแล้วหรือ ?

 ไม่มีใครตอบได้ แต่ดูเหมือนว่า ระดับแกนนำรัฐบาลจะได้กลิ่นคาวเลือดตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ยิงถล่มสนธิ

 มีคำสั่งให้เพิ่มกำลังดูแลอารักขานายกรัฐมนตรีอย่างเต็มที่

 กำลังทหารจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ตำรวจกองปราบปราม เจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร จากมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) และคนรอบตัวนายกรัฐมนตรี รวม 5 ชุด
 เรียกได้ว่า มีกองกำลังประจำตัวติดอาวุธเต็มอัตราศึก

 ส่วนรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงอย่างสุเทพ ก็สั่งซื้อบีเอ็มดับเบิลยูกันกระสุน ไปแล้วเช่นกัน
 แน่นอน งานนี้ไม่ได้ซื้อหามาเพื่อป้องกันกระถางต้นไม้ หรือคันธงเพียงอย่างเดียวแน่ๆ

 ข้อสันนิษฐานทั้งหมดนั้น ยังต้องรอให้วัน-เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เหตุรุนแรงที่เกิดกับสนธิ ใครคือผู้บงการ ใครคือผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์...แน่นอน ไม่ใช่ประเทศไทย...ไม่ใช่แน่ๆ


ทีมข่าวความมั่นคง