
เปิดเวทีถกรับมือ"ภัยพิบัติ"เน้นคนพื้นที่เสี่ยงรู้วิถีธรรมชาติ
นครศรีธรรมราช-อบจ.เมืองคอน เปิดเวทีสาธารณะ ระดมกึ๋นทุกฝ่ายร่วมถกในกิจกรรม รวมพลังคนคอนเตรียมรับมือภัยพิบัติ" นักวิชาการแนะให้ความรู้เรื่องภัยจากธรรมชาติคนพื้นที่เสี่ยง
ที่ศาลาประชาคมโรงละครองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช นายพิชัย บุณยเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช ได้เปิดการเสวนาเวทีนโยบายสาธารณะ “รวมพลังคนคอนเพื่อรับมือภัยพิบัติ” เมื่อวันที่ 27 เมษายน โดยนายพิชัย กล่าวว่า การจัดเสวนาครั้งนี้สืบเนื่องจากอุทกภัยและดินถล่มในนครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินประชาชน จึงจำเป็นต้องหาทางรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
พล.ต.ดร.นพรัตน์ เศรษฐกุล ผู้เชี่ยวชาญปฐพีธรณีวิทยา อาจารย์ประจำสำนักวิศวกรรมและทรัพยากร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้ร่วมเสวนา เสนอข้อมูลว่าขอให้มีการสร้างองค์ความรู้ความความเข้าใจด้านธรณีภัยพิบัติให้แก่ชุมชน และโรงเรียนพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อประเมินสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง ซึ่งจะอพยพไปอยู่พื้นที่ปลอดภัยทันท่วงที หรือทำให้ความเสียหายลดลง นอกจากนี้ควรมีการจัดหาเครื่องมือง่ายๆ นอกจากกระบอกตวงน้ำฝน ที่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ง่ายและเที่ยวตรง รวมถึงจัดหาระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเมื่อเกิดภัย เพราะโทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์มือถือไม่สามารถใช้การได้ขณะเกิดเหตุการณ์
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเกิดซ้ำอีกแน่นอนในอนาคตและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ตราบที่ยังมีความแปรปรวนของธรรมชาติยังมีอยู่อย่างมากและไม่สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้เช่นในปัจจุบัน” พล.ต.ดร.นพรัตน์กล่าว
จ่าโทโกเมศร์ ทองบุญชู เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน กล่าวว่า เครือข่ายมองไว้ 3 ส่วน คือ โซนต้นน้ำ เกิดดินถล่ม น้ำหลาก โซนกลางน้ำ น้ำไหลผ่านโซนปลายน้ำ น้ำแช่ขัง ถ้าเราดูเทือกเขาหลวง เห็นเป็นร่องน้ำเต็มทั้งภูเขา คงไม่ต้องรอให้ใครคำนวนให้ คงต้องวิ่งหนี เพราะยังมีต้นไม้ที่ค้างอยู่ เราจะเห็นมีการเลือกทำเลตั้งบ้านริมคลอง ด้านหลังเป็นภูเขา ถ้าถามสาเหตุ ชั้นผิวดินนิดเดียว ต้นไม้ใหญ่รากไม่ได้หยั่งลึก แต่แผ่ออกไป เมื่อดินพังลงมา ก็ถล่มตามกันลงมา
สำหรับโซนกลางน้ำ มีการทำถนนและทำเกาะกลางถนนกั้นทางน้ำไว้ ไม่มีช่องระบายน้ำ ปัจจัยสำคัญเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน โซนปลายน้ำ น้ำทะเลหนุนขึ้นมา ประตูน้ำเปิดบ้าง ไม่เปิดบ้างก่อนภัยมา ต้องมีการเตรียมรับ เฝ้าระวัง การเตือนภัยสำคัญที่สุด เช่น ไม้เสียบ อ่างแข็งแรง แต่มีน้ำล้นอ่างมาเมตรกว่าแล้ว อีกกี่ชั่วโมงไหลถึงชุมชน มันถูกระบายลงพื้นที่ลุ่มน้ำ ควรมีการสื่อสาร การเฝ้าระวังภัย การเตือนภัยที่ชัด เพราะช่วงภัยมา เกิดความสับสนที่สุด และบทบาทของท้องถิ่นสำคัญที่สุด แต่ยังขาดความพร้อม ไม่มีเรือ ไม่มีเสื้อชูชีพ เราคิดแต่เรื่องถุงยังชีพ



