ข่าว

ปืนยิงผีแดง1-0หงส์ชนะสบายเรือใบเฉือน2-1

ปืนยิงผีแดง1-0หงส์ชนะสบายเรือใบเฉือน2-1

02 พ.ค. 2554

แชมป์พรีเมียร์ชิพเปิดกว้างอีกครั้ง หลัง "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ไปพ่าย "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล 0-1 ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แซงขึ้นที่ 5 หลังเปิดบ้านต้อน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล สบายๆ 3-0 ด้าน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เกาะที่ 4 แน่น เฉือน "ขุนค้อน" เวสต์แฮ

ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จ่าฝูงออกไปเยือน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ด้วยทีมชุดใหญ่เต็มที่ ขณะที่เจ้าถิ่นไม่มี เชส ฟาเบรกาส ที่ติดโทษแบน ซึ่งเกมในครึ่งแรก อาร์เซนอล เปิดเกมรุกอยู่เกือบข้างเดียว แต่ก็แทบจะหาจังหวะยิงจะจะไม่ได้ จนนาทีที่ 32 อาร์เซนอล น่าจะได้จุดโทษ เมื่อ ธีโอ วัลคอตต์ เปิดบอลจากทางขวา เนมันยา วิดิช โหม่งพลาดบอลไปโดนแขน แต่ผู้ตัดสินไม่เป่า จบครึ่งแรกจึงเสมอกันอยู่ 0-0

 ครึ่งหลังกลับมาเล่นได้ 4 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด มีลุ้นจากฟรีคิก เวย์น รูนีย์ ปั่นเข้ากรอบแต่ วอยเซียก เชสนี พุ่งปัดไว้ได้ทัน และนาทีที่ 56 อาร์เซนอล ได้ประตูนำจนได้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ไหลบอลให้ อารอน แรมซีย์ ยิงในเขตโทษเข้าเสาไกลเป็น 1-0 จากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามจะลุยเอาคืน แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด จึงยังมีแค่ 73 แต้มจาก 35 นัด นำหน้า เชลซี แค่ 3 แต้ม และอาร์เซนอล 6 แต้ม ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์กลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง

 ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์รับ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล และหากเอาชนะได้จะขึ้นอันดับ 5 ทันที แต่ยังไม่มี แอนดี คาร์โรลล์ ลงสนามเป็นตัวจริง ซึ่งเริ่มเกมแค่ 10 นาที ลิเวอร์พูล ก็ออกนำก่อน เมื่อ มักซี โรดริเกซ ยิงแฉลบกองหลังเป็น 1-0

 ก่อนที่ครึ่งหลังเล่นไปถึงนาทีที่ 59 สกอร์ขยับเป็น 2-0 หลุยส์ ซัวเรซ ถูก ไมค์ วิลเลียมสัน ทำฟาวล์ในเขตโทษ เดียร์ก เคาท์ รับหน้าที่สังหารเข้าไป และอีก 6 นาทีต่อมาเป็นจังหวะของ ซัวเรซ ที่พาบอลแหวกเข้าไปยิงผ่าน ทิม ครูล เข้าไปได้ จบเกม ลิเวอร์พูล ชนะสบาย 3-0 มี 55 แต้ม แต่ประตูได้เสียดีกว่า สเปอร์ส จึงแซงขึ้นที่ 5

 "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เล่นในซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ รับ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ทีมบ๊วย และออกนำก่อน 2-0 จากการยิงไกลของ ไนเจล เดอยอง นาทีที่ 10 และนาทีที่ ลาร์ส ยาคอปเซน กองหลังทีมเยือนสกัดบอลจากการผ่านของ ดาวิด ซิลบา เข้าประตูตัวเองเป็น 2-0 ก่อนที่ เดมบา บา เก็บตกยิงบอลที่หน้าประตูตีไข่แตกให้ เวสต์แฮม นาทีที่ 33 แต่จากนั้น แมนฯ ซิตี้ ก็ยังมีลุ้นมากกว่าจนจบเกมชนะไป 2-1 มี 62 แต้ม โอกาสคว้าอันดับ 4 สูง ส่วน เวสต์แฮม ยังมี 32 แต้มเป็นทีมบ๊วย

 ขณะที่เกมอีกคู่เป็นการลุ้นหนีตกชั้นระหว่าง "เดอะบลูส์" เบอร์มิงแฮม กับ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน เป็นทีมเยือนที่ออกนำตั้งแต่นาทีที่ 7 จากจุดโทษของ สตีเฟน เฟลตเชอร์ เป็น 1-0 แต่นาทีที่ 27 เจ้าถิ่นตีเสมอได้จากความผิดพลาดของแนวรับ วูล์ฟส์ เซบาสเตียน ลาร์สสัน เก็บส้มหล่นยิงเป็น 1-1 ก่อนที่อีก 2 นาทีต่อมา เบอร์มิงแฮม ต้องเหลือแค่ 10 คน เครก การ์ดเนอร์ ไปพุ่งล้มทำให้ถูกใบเหลืองใบที่สอง แต่ทั้งคู่ก็ยิงกันเพิ่มไม่ได้เสมอกันไป 1-1 ทำให้ เบอร์มิงแฮม มี 39 แต้มใกล้รอดตกชั้น ขณะที่ วูล์ฟส์ มี 34 แต้มเป็นรองบ๊วย

 ด้านเกมวันที่ 30 เมษายน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี รองจ่าฝูง เปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบกับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมเยือนพลิกนำก่อนจากลูกยิงไกลสุดสวยของ ซานโดร ในนาที 19 ก่อนที่เจ้าถิ่นมาตีเสมอ 1-1 ในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก จากลูกยิงไกลของ แฟรงค์ แลมพาร์ด แล้ว เอเรลโญ โกเมส นายทวารไก่เดือยทองรับบอลลอดหว่างขา ก่อนไปควักบอลออกจากเส้นประตูได้ทัน แต่ผู้ตัดสินให้เป็นประตู หลังจากปรึกษากับผู้กำกับเส้นแล้ว

 จากนั้นในนาที 89 เชลซี พลิกกลับมาขึ้นนำ 2-1 ในนาที 89 จากการยิงของ ซาโลมอง คาลู ตัวสำรอง ซึ่งเป็นจังหวะค้านสายตาอีกครั้ง เนื่องจากตำแหน่งของ คาลู ล้ำหน้า หมดเวลา เชลซี เอาชนะไปได้ 2-1 เก็บ 3 แต้มสำคัญ ทำให้มี 70 คะแนน ยังมีลุ้นแชมป์ต่อ

 หลังเกม คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือเชลซี ออกมายอมรับว่า ทีมของเขาได้ประโยชน์อย่างมหาศาล จากคำตัดสินที่ออกมาในจังหวะที่ได้ทั้ง 2 ประตู ขณะที่ แฮร์รี เรดแนปป์ นายใหญ่สเปอร์ส หัวเสียอย่างยิ่งกับคำตัดสิน พร้อมกับชี้ว่า ถึงเวลาแล้วที่ฟุตบอลต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยตัดสิน

 ส่วนผลฟุตบอลกัลโช ซีรีส์ เอ เอซี มิลาน ชนะ โบโลญญา 1-0, ซามพ์โดเรีย เสมอ เบรสชา 3-3, คาตาเนีย ชนะ กายารี 2-0, คิเอโว ชนะ เลชเช 1-0, ปาร์มา ชนะ ปาแลร์โม 3-1 และ ฟิออเรนตินา ชนะ อูดิเนเซ 5-2 ส่งผลให้ เอซี มิลาน ขอชัยชนะอีกนัดเดียวจาก 3 นัดสุดท้ายจะคว้าแชมป์ทันที สรุปอันดับคะแนน เอซี มิลาน 77 แต้ม, อินเตอร์ 69 แต้ม, นาโปลี 68 แต้ม, ลาซิโอ 60 แต้ม และ อูดิเนเซ 59 แต้ม