
ครม.ไฟเขียวกู้ชดเชยขาดดุลเพิ่ม 9.4 หมื่นล้าน
ครม.ไฟเขียวกู้เงินชดเชยขาดดุลเพิ่ม 9.4 หมื่นล้านบาท ส่งผลยอดหนี้พุ่ง 44% ของจีดีพี สบน.รับต้นทุนกู้เงินต่างประเทศสูงขึ้นหลังถูกปรับลดเครดิตจากเหตุความไม่สงบทางการเมือง
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินในประเทศ เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณวงเงิน 9.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลเต็มเพดานตามกฎหมายการบริหารหนี้สาธารณะเป็นครั้งแรก รวมเป็นการกู้เงิน 4.41 แสนล้านบาท ในปีงบประมาณ 2552 ส่งผลให้ยอดหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 44% หรือเพิ่มขึ้น 1% ภายใต้สมมติฐานว่าจีดีพีปีนี้ไม่ติดลบ
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การจัดเก็บรายได้ที่อาจต่ำกว่าเป้าหมาย 2 แสนล้านบาท ทำให้การกู้เงินดังกล่าวไม่เพียงพอ สบน.ได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร
“นอกจากการขาดดุล 3.47 แสนล้านบาทแล้ว หากรายได้หายไปอีก 2 แสนล้านบาท การกู้เงิน 9.4 หมื่นล้านบาท อาจไม่เพียงพอ จึงต้องเตรียมแผนรองรับเอาไว้” นายพงษ์ภาณุ กล่าวและว่า ส่วนการกู้เงิน 9.4 หมื่นล้านบาท จะดำเนินการในไตรมาส 3 โดยจะออกเป็นพันธบัตร 3.4 หมื่นล้านบาท ตั๋วเงินคลัง 3 หมื่นล้านบาท ตั๋วสัญญาใช้เงิน 2 หมื่นล้านบาท และพันธบัตรออมทรัพย์ 1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ส่งผลให้มีตราสารหนี้ภาครัฐเข้าสู่ตลาดรวม 6.2 แสนล้านบาท จากเดิม 5.25 แสนล้านบาท ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าสภาพคล่องในระบบยังมีอีกมาก ส่วนพันธบัตรที่จะออกนั้นมีทั้งอายุตั้งแต่ 2 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี และ 20 ปี โดย 1.8 หมื่นล้านบาทอายุ 2 ปี เป็นพันธบัตรอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ที่เหลือเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ ซึ่งการออกพันธบัตราดอกเบี้ยลอยตัวถือเป็นครั้งแรก และเชื่อว่าตลาดจะตอบรับเป็นอย่างดี
ส่วนต้นทุนการกู้เงินของภาคเอกชนและภาครัฐในตลาดเงินโลกอาจสูงขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศขึ้น แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะเพิ่มขึ้นท่าใด จากปัจจุบันอยู่ที่ดอกเบี้ยตั๋วเงินคลังของสหรัฐบวก 3.5% แต่การกู้เงินจากในประเทศจะมีต้นทุนที่ถูกกว่าและน่าจะเพียงพอรองรับแผนลงทุนอีก 1.56 ล้านล้านบาท ใน 3 ปีข้างหน้า



