ข่าว

พาณิชย์สั่งคุมราคาเนื้อหมูรายภาคกทม.ไม่เกินกิโลละ140บาท-ขู่สอบภาษีย้อนหลัง

พาณิชย์สั่งคุมราคาเนื้อหมูรายภาคกทม.ไม่เกินกิโลละ140บาท-ขู่สอบภาษีย้อนหลัง

02 พ.ค. 2554

พาณิชย์ประกาศราคาแนะนำหมูเป็นหน้าฟาร์ม-หมูเนื้อแดงรายภูมิภาค หลังพบบางพื้นที่ราคายังขยับสูงขึ้น กรุงเทพฯ ราคาไม่เกินกิโลละ 140 บาท พร้อมสั่งชะลอส่งออกสุกรมีชีวิต เตรียมขยายพื้นที่หมูธงฟ้าให้ครบ 77 จังหวัด "ไตรรงค์" ขู่หากพบพ่อค้าขายเกินราคาแนะนำสั่งสรรพา

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากกระทรวงพาณิชย์ดำเนินโครงการหมูธงฟ้า ซึ่งดำเนินการแล้ว 43 จังหวัด 84 จุด ราคากิโลกรัมละ 110-120 บาท ซึ่งถูกกว่าท้องตลาดทั่วไปกิโลกรัมละ 15-20 บาท และติดตามภาวะราคาสุกรมีชีวิตในแต่ละพื้นที่นั้น แต่ยังพบว่าราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มในบางพื้นที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาขายปลีกหมูเนื้อแดงในตลาดสดของพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในระดับสูงขึ้นด้วย ดังนั้น กรมการค้าภายในจึงได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมโดยประกาศราคาขายสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม และราคาขายปลีกหมูเนื้อแดงที่เป็นธรรมในแต่ละภาค

 โดยกรุงเทพฯ ภาคกลาง ตะวันออกและตะวันตก ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มกิโลกรัมละไม่เกิน 70 บาท ราคาขายปลีกไม่เกินกิโลกรัมละ 140 บาท ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มไม่เกินกิโลกรัมละ 74 บาท ราคาขายปลีกไม่เกินกิโลกรัมละ 145 บาท และภาคใต้ ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มกิโลกรัมละไม่เกิน 76 บาท ราคาขายปลีกไม่เกิน 150 บาท

 นอกจากนี้ ได้ให้ชะลอการส่งออกสุกรมีชีวิต กรณีสถานการณ์ด้านปริมาณและราคาสุกรยังไม่คลี่คลายจะประกาศห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตในทุกกรณี และจะขยายพื้นที่ดำเนินการจัดจำหน่ายหมูธงฟ้า รวมทั้งไข่ไก่ธงฟ้าให้ครบทั้ง 77 จังหวัด และในแต่ละจังหวัดให้เพิ่มจุดจำหน่ายให้มากขึ้น

 นางพรทิวากล่าวด้วยว่า นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ยังได้ให้นโยบายว่ากรณีที่พบฟาร์มหรือผู้ประกอบการรายใดยังจำหน่ายสุกรและไข่ไก่เกินราคาแนะนำ ตามประกาศของกรมการค้าภายใน ซึ่งกรมการค้าภายในได้ประกาศราคาแนะนำสำหรับไข่ไก่ไปเมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มราคาฟองละ 3.10 บาท จะให้กรมสรรพากรเข้าไปทำการตรวจสอบรายได้และการเสียภาษีย้อนหลังของผู้ประกอบการรายดังกล่าวด้วย และหากพบว่ามีการจำหน่ายสุกรและไข่ไก่สูงกว่าราคาแนะนำ อาจมีความผิดตามกฎหมาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 สำหรับสถานการณ์ราคาไข่ไก่ที่พุ่งขึ้นสูงมากนั้น เนื่องจากมาจากสาเหตุของไก่เป็นโรคระบาดนิวคาสเซิล ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวนส่งผลให้ไก่ออกไข่ลดลง ส่งผลให้ผลผลิตลดลงไปมาก เป็นเหตุให้พ่อค้าฉวยโอกาสปรับราคาสูงขึ้น ขณะที่สาเหตุของหมูราคาแพงเกิดจากสภาพอากาศร้อนหมูโตช้า น้ำท่วมในภาคใต้ส่งผลให้ผลผลิตหายไปบางส่วน ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น