
สำรวจ"สมรภูมิรบ-ยุทธภูมิหลัก"พรรคการเมือง
การช่วงชิงคะแนนเสียงเพื่อเอาชนะคู่แข่งในการเลือกตั้ง ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะมองข้ามไม่ได้เลย "สมรภูมิรบ-ยุทธภูมิหลัก" ที่พรรคการเมือง จะใช้ในการหาเสียงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
และนี่คือแผนปฏิบัติการ "ยึดหัวหาด" ในการหาเสียงเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมือง เมื่อเสียงปี่กลองเลือกตั้งดังขึ้นหลังยุบสภา
"ประชาธิปัตย์" ตั้งแนวรบหัวเมืองใหญ่
“ประชาธิปัตย์” วางขุนพลตามหัวเมืองใหญ่ทั่วภูมิภาค เน้นรักษาพื้นที่เดิม 139 ที่นั่ง
“ปักษ์ใต้” ให้ “วิทยา แก้วภราดัย” ดูแลต่อยอดนโยบายสร้างรถไฟไทย-จีนลงสู่ภาคใต้ เพิ่มศักยภาพท่องเที่ยว-ขนส่ง
“ภาคกลาง" ให้ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน-สาธิต ปิตุเตชะ” ส่ง “อรรถพร พลบุตร” ดูแลเมืองเพชรบุรี-กาญจนบุรี “สามารถ ราชพลสิทธิ์” ดูแลนครปฐม-ปทุมธานี “นิพนธ์ บุญญามณี” คุมฉะเชิงเทรา “นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์” ดูแลอ่างทอง “ภุชงค์ รุ่งโรจน์” คุมราชบุรี
“อีสาน” ส่ง "บัญญัติ บรรทัดฐาน-ไตรรงค์ สุวรรณคีรี-วิฑูรย์ นามบุตร" มี “สุทัศน์ เงินหมื่น” เป็นกองหนุน ดูแลมุกดาหาร-นครพนม-สกลนคร-อุดรธานี ส่วน “พุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย” คุมชัยภูมิ และ พ.อ.วินัย สมพงษ์ ดูนครราชสีมา
“ภาคเหนือ” ส่ง เทอดพงษ์ ไชยนันทน์-ไพฑูรย์ แก้วทอง-นพ.บรรพต ต้นธีรวงศ์ ผนึกกำลังส่ง “พล.อ.พิชาญเมธ ม่วงมณี” คุมด่าน “ล้านนา” ตีทัพเสื้อแดง “เชียงใหม่-เชียงราย” ส่วน “สุรสิทธิ์ ตรีทอง” คุมเกมแม่ฮ่องสอน-ลำปาง-ลำพูน
และหากพบ “ช่องโหว่” จะส่งผู้ใหญ่ อาทิ “ชวน หลีกภัย” ลงพื้นที่อุด “รอยรั่ว”
"เพื่อไทย" จัด "ปาร์ตี้ลิสต์" พื้นที่เป็นรอง
“พรรคเพื่อไทย” ตั้งเป้าเป็นรัฐบาลพรรคเดียว เริ่มปราศรัยใหญ่เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2 จังหวัดคือ เชียงใหม่และขอนแก่น ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เรียกว่า “สไกป์” ตอบโต้กันไปมา
ส่วนคิวปราศรัยใหญ่ต่อไปที่อุบลราชธานี พิษณุโลกและกำแพงเพชร ต้องเสร็จก่อนวันที่ 6 พฤษภาคม ก่อนย่อย อุดรธานี หนองคาย ยโสธร และสกลนคร จะแบ่งเป็น 4 ทีม
แผนปราศรัยไม่เว้นแม้ จ.บุรีรัมย์ บ้านเกิด “เนวิน ชิดชอบ” พื้นที่ไหนพรรคสู้ไม่ไหวพรรคเพื่อไทยจึงเน้นไปที่ยุทธวิธี “สงสารทักษิณ ขอคะแนนปาร์ตี้ลิสต์” ให้พรรคเพื่อไทย เช่น จ.ยโสธร นครราชสีมา และสระบุรี
ส่วนภาคเหนือ เช่น จ.สุโขทัยและสนาม กทม. ถ้าพรรคสู้ไม่ไหวจะขอคะแนนปาร์ตี้ลิสต์แทนเช่นกัน
ขณะที่ภาคใต้พรรคตั้งเป้าคะแนนปาร์ตี้ลิสต์อย่างเดียว เน้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลในเรื่องการให้ความช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยล่าช้าเป็นหลัก
"ภูมิใจไทย"ขอคืนพื้นที่อีสาน
“ภูมิใจไทย” พรรค “ตัวแปร” ตั้งรัฐบาลที่กำหนดหมากเกมโดย “เนวิน ชิดชอบ” จาก “พลังประชาชน” ก่อนมาเป็น “คู่แข่ง” พรรคเพื่อไทยทุกวันนี้เมืองแรกที่ถูกทำเครื่องหมายคือ “โคราช” ปะทะพรรคการเมืองพันธุ์ใหม่ที่เปิดหน้าชกอย่างพรรค “ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน” ของคู่หูเลือดอีสาน “สุวัจน์-ไพโรจน์” กับตัวเลขทอง “15 ที่นั่ง” คาดไว้ต้องได้เก้าอี้ไม่ต่ำกว่า 3 ตัว
จังหวัด 77 “บึงกาฬ” ปั้น 2 ผู้แทนส่งญาติผู้น้อง “ทรงศักดิ์ ทองศรี” บัญชาการแนวรบที่ “ขอนแก่น” 9 ที่นั่ง ประธาน ส.ส.พรรคอย่าง "ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ" นั่งคุม
ส่วนฝั่ง “นครพนม” ของ “ศุภชัย โพธิ์สุ” รมช.เกษตรฯ ยังเป็น “แนวหน้า” ผนวกกับแรงบวก “มหาสารคาม” ของ “สุชาติ โชคชัยวัฒนากร” ที่ขึ้นปาร์ตี้ลิสต์ ส่งทายาทลงแทน
สำหรับ “บุรีรัมย์” 9 ที่นั่ง เล็งยกจังหวัด โดยเฉพาะ “อีสานใต้” สุรินทร์-อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-ชัยภูมิ-อำนาจเจริญ-ยโสธร เป็นความหวังทั้งสิ้นรวมแดนอีสานใต้ตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่า 20
ภาคกลางเป็นหน้าที่ของก๊วน “มัชฌิมา” ที่มั่นหลัก “สุโขทัย-ชัยนาท” กองหนุน “ทัพใหญ่” มี “สมศักดิ์ เทพสุทิน” และ “อนุชา-พรทิวา นาคาศัย” คุมเกมมั่นใจกวาดทั้ง 2 จังหวัดได้หมด
เหนือตอนล่าง กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ให้ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล ผนึกกับตระกูล “เลิศนุวัฒน์” เจ้าถิ่นเมือง “เชียงราย” ตีฐานพรรคเพื่อไทย แอบหวัง จ.น่าน อีก 1 จังหวัด
“ชาติไทยพัฒนา”ยึดภาคกลาง-ขยายฐานทุกภาค
"พรรคชาติไทยพัฒนา" เน้นฐานเดิมในภาคกลาง ขณะที่หัวเมืองน้อย-ใหญ่ทั้ง “อ่างทอง-อุทัยธานี-สิงห์บุรี-ลพบุรี-อยุธยา” มอบ "ประภัตร โพธสุธน-จองชัย เที่ยงธรรม-สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล-นพดล พลเสน" ที่แม้จะถูกถอนสิทธิ์เกาะติดพื้นที่
ภาคเหนือตอนล่างหวัง “กลุ่มประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์” ยกทัพใหญ่มาช่วย “เสธ.หนั่น" เพื่อพิชิตแถบ “พิจิตร-พิษณุโลก-กำแพงเพชร-เพชรบูรณ์-สุโขทัย”
ขณะที่ภาคอีสานเริ่มปราศรัยตั้งแต่ประตูสู่อีสาน จากชัยภูมิ กาฬสินธุ์ สุรินทร์ ไปจบที่อุบลราชธานี
ส่วนภาคใต้ มอบให้ “กูเซ็ง ยาวอหะซัน" ที่ทำงานท้องถิ่นมานาน จนสามารถเจาะยางนั่งแท่นเป็นผู้แทนนราธิวาสได้ ดูแลโดยเฉพาะ 2 ที่นั่งนราธิวาส ยังอยู่ในกำมือ
ยุทธศาสตร์หลังจากนี้ คือการแบ่งทัพออกเป็นหลายสายโดยทัพใหญ่นำศึกโดย“ชุมพล-บรรหาร-เสธ.หนั่น” ขึ้นเวทีตั้งจุดปราศรัย พื้นที่เป้าหมายที่มีความน่าจะเป็นว่าจะได้แบบ 50 : 50
จรยุทธ์ชิงชัยของพรรคชาติไทยพัฒนาคือ ไม่กระโตกกระตากไม่ตีแสกหน้า แต่ได้แบบเนียนๆ !
“พลังชล”หวังพิชิต8ที่นั่ง
“พลังชล" พรรคน้องใหม่ภายใต้การนำ ของ “สนธยา คุณปลื้ม” ตั้งเป้ายึด 8 ที่นั่งของ จ.ชลบุรีทั้งหมด เน้นพื้นที่เดิม เพราะมั่นใจเสียงตอบรับจากคนเมืองชล มุ่งขยายพื้นที่ข้างเคียง ระยอง -จันทบุรี-ตราด
ภาคอีสานจะมีการวางตัวผู้สมัครลงในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย เรียกได้ว่านับจากนี้ไป “พลังชล” ขอเดินหน้าเต็มที่ เพื่อพิชิตพื้นที่ตั้งมั่นให้ได้ ส่วนพื้นที่รอบข้างเป็นแค่น้ำจิ้ม ที่ได้ก็เป็นสีสัน
แต่ที่เป็นเนื้อเป็นหนัง ต้อง 8 ที่นั่งชลบุรี ที่ทุ่มกันแบบเต็มร้อย!
"ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน” ยึดโมเดล “น้าชาติ”
“พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน” ยุทธศาสตร์หาเสียงหลักคือ พื้นที่อีสานตอนบน (อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย เลย มุกดาหาร สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด) ให้ “พินิจ จารุสมบัติ” ดูแล
ส่วนพื้นที่อีสานตอนล่างบางส่วน (ชัยภูมิ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร) ให้ “ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ” ดูแล
ขณะที่พื้นที่เมืองหลวงอย่าง “นครราชสีมา” มี "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" และ "ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี" ดูแลพร้อมพ่วง 2 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์
งานนี้ “พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน” ต้องรักษาศักดิ์ศรี ไม่ยอมให้พรรคการเมืองใด...มาตีพื้นที่ไปได้ง่ายๆ จะต่อยอดนโยบายเด่น พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เน้นพรรคสายกลาง
“รักษ์สันติ”กรุงเทพฯ-เมืองคือหัวใจ
“รักษ์สันติ” ของร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ จะเน้นพื้นที่หวังผลได้จริงๆ ในพื้นเขตเมืองใหญ่ และ “ให้น้ำหนัก” ไปที่ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อขณะที่ระบบเขตได้มาที่นั่งเดียว นั่นคือโบนัส
นโยบายตามสโลแกน “ก้าวไปด้วยกันกับพรรครักษ์สันติ เส้นทางสู่อนาคตที่สดใสของไทย(เรา)”
ส่วนการหาเสียงจะเน้นปราศรัยในกรุงเทพฯ ปริมณฑลจากนั้นจะประเมินกระแสตอบรับ หากพบว่ากระแสของผู้สมัครมีโอกาสชนะ ก็จะโหมโรงลงพื้นที่ “อัด” หวังชนะใจประชาชนเป็นดาบสุดท้าย
สำนักข่าวเนชั่น



