
เชื่อมั่นภาค 2
ถ้าไม่มีอะไร สะดุด! รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะ ยุบสภา ในสัปดาห์หน้าหน้า ไม่น่าเกินวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ "นายกฯ มาร์ค" มีคิวลัดฟ้าไปประชุมสุดยอดอาเซียนในฐานะรัฐบาลรักษาการที่กรุงจากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซีย
ทำเอาช่วงโค้งสุดท้ายของนายกฯ คนนี้ตั้งแต่หลังสงกรานต์ภารกิจแน่นเอี้ยด ทั้งตระเวนปาฐกถาตามโรงแรมเปิดประชุมโน่นนี้ชนิด "จัดเต็ม" ทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา
และอีกงานที่ขาดเสียไม่ได้ของ "นายกฯ มาร์ค" เห็นจะเป็นภารกิจตระเวนบันทึกเทปรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ที่จะทิ้งทวนรูดม่านปิดกล้องรายการในวันที่ 1 พฤษภาคม ครบ 118 ตอน ที่จะบันทึกเทปเอาไว้ตั้งแต่เย็นวันเสาร์ที่ 30 เมษายน ที่ระดมเชิญผู้ประกาศ-พิธีกร ที่เคยนั่งสัมภาษณ์อภิสิทธิ์ในรายการมารวมกลุ่มรุมซักถามกันเป็นครั้งสุดท้าย
โดยใช้เชื่องานแจ่มๆ ว่า “เชื่อมั่นประเทศไทย ตอน เปิดใจนายกฯ” และกระจอกข่าวได้ยินเสียงของทีมงานรายการบางคนร่ำร้อง “สาธุ...เป็นไปได้ขอกลับมาจัดรายการเชื่อมั่นฯภาค 2 ในรัฐบาลหน้าอีกเน่อ” แหะๆ ตั้งความหวังไว้สูงนะเนี่ย
จำกัดวง
ใครจะบอกว่าการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์หนนี้เป็นไปตามปกติ ไม่มีอะไรในกอไผ่คงยากจะเชื่อ ด้วยนับวันรอยร้าวที่เคยซ่อนข้างใน มันเผยให้เห็นเนื้อแท้ออกมาเรื่อยๆ
เห็นเอาจากหลังที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขตเลือกตั้งทั่วประเทศทั้ง 375 เขตแล้วเสร็จ ที่ทำเอาคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัครของค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผมต้องคิดหนัก เพราะต้องจัดโควตาให้ลงตัวทั้งคนเก่าและใหม่
โดยเฉพาะในส่วนของกรุงเทพฯ ที่มีการหั่นเขตเลือกตั้งลงจาก 36 เป็น 33 เขตซึ่งเป็นปัญหาอย่างมาก จนทำให้บรรดา ส.ส.หน้าเก่าเจ้าของพื้นที่ต้องร้อนๆหนาวๆ กังวลว่ารายชื่อตัวเองจะหลุดโผไปตามๆ กัน
หนึ่งในนั้นมี ส.ส.ขยันเป็นข่าวอย่าง “แจ็ค" วัชระ เพชรทอง ส.ส.เขตบางบอน-หนองแขม ซึ่งวันก่อนกะตั้งโต๊ะแถลงเปิดตัวหนังสือจวกฝ่ายตรงข้าม แฉการกระทำของอดีตเพื่อนเก่ารั้วพ่อขุน “ตุ๊ดตู่" จตุพร พรหมพันธุ์ เพียงอย่างเดียว แต่เมื่อกลับถูกนักข่าวถามถึงความชัดเจนที่จะลงพื้นที่เดิม ก็ทำให้ “วัชระ” ได้ทีออกลูกโวยขอความเป็นธรรมจากผู้ใหญ่ในพรรคผ่านหน้าสื่ออย่างที่เป็นข่าว
เช่นเดียวกับ “อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์” ส.ส.กรุงเทพฯ ที่ดันไปมีพื้นที่ทับซ้อนกับ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ในเขตเลือกตั้งที่ 2 (ปทุมวัน-บางรัก-สาทร) จนเมื่อมีข่าวค่อนข้างแน่ว่าผู้สมหวังคือรายหลัง “อรอนงค์” จึงตัดพ้อ ออกอาการน้อยใจ ถึงขนาดไม่ขอรับเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
จึงต้องดูต่อไปว่าอาการไม่เอ็นจอยของผู้ที่พลาดหวังในครั้งนี้จะกำจัดวงแค่กรุงเทพฯ หรือกระเพื่อมลามไปทั่ว
"เด็จพี่ทิ้งไมค์ไปชายแดน"
การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชายังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ มีประชาชนต้องอพยพหนีไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้วนับหมื่นราย
ผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ทั้ง 8 คนของพรรคเพื่อไทย สบช่องโกยคะแนนเรียกเรตติ้ง จึงประสานไปยังแกนนำพรรคเพื่อไทย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้าน
ภาระแบบนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่ากับ "เด็จพี่” พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย จึงต้องจำใจทิ้งไมค์ไปชายแดนชั่วคราว บังเอิญว่าการประชุมผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 28 เมษายน มีชื่อของ “พร้อมพงศ์ ” แต่ไม่มีลายเซ็นร่วมประชุม
กระจอกข่าวสายพรรคเพื่อไทยโทรตามกันจ้าละหวั่น นึกว่าตาม “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ไปอีกคน ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ
หลังรอสายอยู่นาน “เด็จพี่” ก็รับสายโทรศัพท์พร้อมชี้แจงว่า “ตอนนี้อยู่สุรินทร์ มาช่วยชาวบ้าน เลยต้องยอมทิ้งไมค์ชั่วคราว” พร้อมตบท้ายว่า “ข่าวลือเด็จพี่ไม่ลง ส.ส.หรือทิ้งไมค์พี่ขอปฏิเสธ เพราะงานนี้พี่มากับขาใหญ่”
พลันเสียงจากปลายสายก็ดังขึ้นว่า “เด็จพี่ ฉันคิดถึงผัวที่เขาต้องอยู่เฝ้าบ้านเพราะกลัวของหาย” ได้ยินดังนั้น “พร้อมพงศ์” หันกลับไปตอบทันทีว่า “ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้ว แต่ถ้าตอนนี้คิดถึงสามีที่อยู่ที่บ้าน มองหน้าเด็จพี่ไปพรางๆ ก่อนก็ได้” เรียกเสียงฮาจากชาวบ้านได้เกรียวกราว



