
ตำนานแผ่นดิน-มหัศจรรย์ลูกหลานพันธุ์มังกร
พระยาอ่างทองเจ้าเมืองสุพรรณบุรีได้ทูลห้ามกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มิให้เสด็จเมืองสุพรรณ เพราะมีคำร่ำลือว่า เทพารักษ์หลักเมืองสุพรรณไม่ชอบเจ้านาย ถ้าเสด็จไปแล้วจะมีภัยอันตราย กรมพระยาดำรงฯ จึงฝืนไปเป็นพระองค์แรก และไม่เกิดอันตรายใดๆ
กรมพระยาดำรงฯ จึงกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเมืองสุพรรณบุรี ทรงตรัสถามกลับว่า “เจ้าไปเมืองสุพรรณแล้วจะเป็นบ้ามิใช่รึ” กรมพระยาดำรงฯ จึงกราบบังคมทูลว่า ข้าพระองค์ไปมาแล้วไม่เห็นเป็นอะไร พระพุทธเจ้าหลวงจึงเสด็จประพาสต้นเมืองสุพรรณบุรีเป็นครั้งแรก ปี พ.ศ.2447
พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จศาลหลักเมืองสุพรรณ ทรงทำพลีกรรมแล้วพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างเขื่อนรอบศาล และสร้างเก๋งจีนเป็นที่พักของประชาชน ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลหลักเมืองสุพรรณ ทำให้ เต็กเชียง แซ่เบ๊ ต้องมากราบขอพรเป็นกำลังใจทุกครั้งที่จะเดินทางไปทำการค้าที่บางกอก
ร่ำรวยมีฐานะดีแล้ว คุณบุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ ชวนเต็กเชียงเข้าสู่การเมืองใหญ่ร่วมกับพรรคชาติไทย เมืองไทยจึงมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ชาวสุพรรณบุรีชื่อ บรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งตอบแทนบ้านเกิดด้วยการสร้างถนนปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้สุพรรณบุรีเป็นเมืองทันสมัย
แต่สิ่งที่คุณบรรหารไม่ลืมคือ การพัฒนาปรับปรุงศาลหลักเมืองสุพรรณบุรี ให้เป็นศาลที่สวยงาม นำศิลปะจีนมาสร้างสวนวัฒนธรรมไทย-จีน ใช้เงินทุนกว่า 200 ล้านบาท สร้างมังกรทองตัวใหญ่เป็น พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร เล่าเรื่องกำเนิดแผ่นดินจีน จนถึงยุคคนจีนหอบเสื่อผืนหมอนใบมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารบนแผ่นดินไทย
คุณบรรหารยังมีโครงการสร้างตลาดโบราณสุพรรณบุรี ให้เหมือนเมืองต้าหลี่-ลิเจียง-แชงกรีลา ระดมร้านอาหารดังในสุพรรณบุรี มาทำอาหารขายนักท่องเที่ยว เพื่อให้ศาลหลักเมืองสุพรรณบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยวครบวงจร ชาวสุพรรณบุรีจึงโชคดีที่มีนายกรัฐมนตรีอย่างคุณบรรหาร ศิลปอาชา
บะหมี่บรรหาร บะหมี่ต้มยำนายกรัฐมนตรี
คุณหนุ่มเจ้าของร้านนพรัตน์ หน้าวัดป่าเลไลยก์ เล่าให้ผมฟังว่า นายกฯ บรรหารชอบกินปลานึ่งซีอิ๊วและผัดผัก อาหารทุกจานไม่ใส่พริก ท่านไม่นิยมกินของแพง ผิดกับผมที่สั่งกุ้งเผา ปลาม้าสามรส ออส่วน ขนมจีบ เป็ดนพรัตน์ (เป็ดกรอบ) อร่อยๆ ทั้งนั้นไม่กินได้ไง
แล้วนายกฯ บรรหารชอบกินก๋วยเตี๋ยวร้านไหน โกเฑียร คุณมณเฑียร สุทธิภัทรพงศ์ ประธานชมรมร้านอาหารสุพรรณบุรี พาผมไปกินบะหมี่ต้มยำข้างร้านข้าวต้มโกเฑียร ไม่มีชื่อร้านแต่กลางวันคนแน่นมาก ผมสั่งบะหมี่ต้มยำหมูมากินกับเลือดอีกหนึ่งชาม อร่อยเต็มอิ่มจริงๆ
นายแกละ คุณกุลชาติ พิทักษ์ชัยณรงค์ เล่าให้ผมฟังว่า เจ๊กเท้าพายเรือขายบะหมี่ต้มยำอยู่ในคลองบางยี่หน อ.บางปลาม้า บะหมี่ต้มยำเจ๊กเท้าอร่อยจนดังมาถึงเมืองสุพรรณ สูตรบะหมี่ต้มยำเจ๊กเท้ากลายเป็นมรดกที่ลูกๆ ทุกคนมีสิทธิ์เอาไปเปิดร้านขาย จึงมีร้านบะหมี่ต้มยำเจ๊กเท้าในเมืองสุพรรณ และคลองบางยี่หน
ในฐานะพี่ชายใหญ่ นายแกละจึงไม่ใช้ชื่อร้านเจ๊กเท้า แต่ขายบะหมี่ต้มยำอยู่ที่หน้าโรงเรียนสุพรรณภูมิ นายแกละต้องทำเส้นบะหมี่ตามตำราของเตี่ย เป็นบะหมี่เส้นบางแต่หนากว่าบะหมี่ทั่วไป (ชาวจีนเรียกว่า หมี่เป๊าะ) ต้องลวกนานกว่าบะหมี่เส้นเล็กๆ เนื้อบะหมี่จะเหนียวหนึบนุ่มอร่อย
บะหมี่ต้มยำร้านนี้ใส่เนื้อหมูสดหรือไก่ต้ม ใช้หมูเนื้อสะโพกหั่นเป็นชิ้นหนาๆ ลวกให้สุก และเนื้อสะโพกไก่ต้มให้นุ่ม น้ำต้มไก่จะเอาไปต้มเลือดไก่หั่นเป็นชิ้นๆ ใส่มาให้กินในบะหมี่ต้มยำด้วย แล้วยังมีก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ และก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กให้เลือกกิน แต่เครื่องปรุงที่ทำให้บะหมี่ต้มยำอร่อยยิ่งขึ้น คือ
ถั่วลิสงบดและพริกป่น นายแกละเอาถั่วลิสงและพริกแห้งไปอบจนกรอบ จึงนำไปบดละเอียด พอใส่มาในบะหมี่ต้มยำ ทำให้น้ำบะหมี่ต้มยำหอมอร่อยยิ่งขึ้น เมื่อรถนายกฯ บรรหารมาจอดที่หน้าร้าน นายแกละจะทำบะหมี่แห้งส่งให้เป็นชามแรก บะหมี่แห้งใส่หมูต้ม เลือด ถั่วลิสง น้ำตาล และมะนาวอีก 1 ซีก
“ท่านจะมานั่งกินร่วมโต๊ะกับชาวสุพรรณบุรี ถ้าพบคนรู้จักจะคุยกันอย่างสนุกสนานไม่ถือตัว อิ่มแล้วจ่ายสตางค์ขึ้นรถกลับทันที” ชาวสุพรรณจึงรักนายกรัฐมนตรีคนนี้มาก ได้ฟังเรื่องนายกฯ บรรหารแล้ว ผมจึงขอตั้งชื่อบะหมี่ต้มยำร้านนี้ว่า “บะหมี่บรรหาร บะหมี่ต้มยำนายกรัฐมนตรี”
ขับรถไปสุพรรณบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมื่นหาร พอถึงหน้าโรงเรียนสุพรรณภูมิ มองไปทางซ้ายจะเห็นร้านบะหมี่บรรหาร ขายตั้งแต่เช้าถึงสี่โมงเย็น โทร.0-3550-2686 บะหมี่ต้มยำชามละ 20 บาท พิเศษ 25 บาท เลือดชามละ 10 บาท กินเก่งๆ สองชามก็อิ่มจนถึงกรุงเทพฯ
มีปัญหาคอมพิวเตอร์-โน้ตบุ๊ก ระบบแมคอินทอชเสีย หาที่ซ่อมไม่ได้ ผมให้ อ.อาทร "คม ชัด ลึกฝึกอาชีพ" ช่วยซ่อมอัพเกรดให้ตลอด สอบถามโทร.0-2743-3704



