ข่าว

"ภท."คิกออฟนโยบายชูลดภาษีมูลค่าเพิ่ม2เปอร์เซ็นต์

"ภท."คิกออฟนโยบายชูลดภาษีมูลค่าเพิ่ม2เปอร์เซ็นต์

30 เม.ย. 2554

"ภูมิใจไทย"คิกออฟนโยบายหาเสียงสู้ศึกเลือกตั้ง ใช้สโลแกนพ่นพูดแล้วกล้าทำให้คนไทย ‘ปู่จิ้น’ ลั่นรับปากยาหอมทำให้สำเร็จถ้าปชช.ไว้ใจเทคะแนนให้ ชูลดภาษีมูลค่าเพิ่มลง 2% เป็นจุดขาย คาดกวาด ส.ส. 60-70 ที่นั่ง เป็นพรรคลำดับ 3 ด้าน"บุญจง" มั่นใจรักษาเก้าอี้เดิม-โว

(30เม.ย.) มีการเปิดตัวแถลงนโยบาย โดยบรรยากาศที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีรัฐมนตรี ส.ส.ว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมอย่างคึกคัก โดยทุกคนสวมใส่เสื้อยืดพรรคสีน้ำเงิน  อาทิ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรค นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรค นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ  ประธานส.ส.พรรค รวมถึงแกนนำของพรรคอย่าง นายเนวิน ชิดชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล  นายสมศักดิ์ เทพสุทิน   นายสุชาติ  ตันเจริญ  นายปองพล อดิเรกสาร   เป็นต้น

 ต่อมาเวลานายชวรัตน์  ได้แถลงนโยบายพรรค เพื่อแสดงความพร้อมในการเลือกตั้งว่า พรรคภูมิใจไทยแม้เป็นพรรคใหม่ แต่สมาชิกส่วนใหญ่ เป็นผู้มีประสบการณ์ทำงานการเมืองสูง รวมทั้งประสบความสำเร็จ มีทั้งผลงานจากทั้งภาครัฐและเอกชนในช่วงกว่า  2  ปีที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยนำแนวทางพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทาง ในการทำงาน คือ“ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี ในทุก ๆ พื้นที่ ที่เข้าไปทำงาน

  “ วันนี้เรามีความมั่นใจเรารู้  เข้าใจ เข้าถึง ความต้องการ ของพี่น้องประชาชน ในแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดี เรามีแนวทางพัฒนาความเป็นอยู่ของพี่ประชาชนทุกคนให้อยู่ดีกินดีกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ดังนั้นนโยบายของพรรคจึงสกัดมาจากความคิด ความเห็น ความต้องการของประชาชนจริง ๆ  ไม่ใช่นโยบายที่เกิดขึ้นจากผู้นำพรรค หรือผู้บริหารพรรค คิดกันเอาเองฝ่ายเดียวว่า ประชาชนอยากได้แบบนั้นแบบนี้   โดยที่ไม่ได้สอบถาม ความต้องการของประชาชนก่อน ” นายชวรัตน์ กล่าวและย้ำว่า สำหรับนโยบายของเรา ไม่ใช่นโยบายที่คิดถึงผลประโยชน์ ของผู้นำพรรค หรือผู้บริหารพรรคผู้สนับสนุนพรรคคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นนโยบายจากประชาชนที่เฉพาะเจาะจงเข้ามา

 นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า  พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ  กล้าทำให้คนไทย ด้วยนโยบายหลัก เพิ่ม “ทุน”สร้าง“ ที่ ”  มี “ ทาง ”ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วน ที่จะเร่งรัดดำเนินการทันที ที่ได้เป็นรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนได้เร็ว ทั้งนี้พรรคภูมิใจไทยยังมีแนวคิด แนวนโยบายด้านอื่น ๆ อีกหลายด้านที่ได้ทำมาแล้วและจะทำต่อไป ได้แก่การปกป้องสถาบันสูงสุดของชาติ การสร้างความ  “ สงบ สันติ  สามัคคี ” แก่คนในชาติ การปราบปรามยาเสพติด การกระจายรายได้ การสร้างความกินดีอยู่ดี การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในชนบท

 “ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขอให้สัญญากับประชาชนว่าหากลงคะแนน ให้กับพรรคภูมิใจไทยและผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. เราทุกคนในพรรคจะมุ่งมั่น ตั้งใจทำงานตามนโยบาย ที่นำเสนอมานี้   ให้ได้ผลสำเร็จ ไม่ทำให้ผิดหวัง ทุกคะแนนที่ลงให้กับพรรคจะอยู่ในหัวใจของเรา ชาวภูมิใจไทยตลอดไป ”  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว

 นายชวรัตน์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเปิดนโยบายเตรียมพร้อมการเลือกตั้ง ว่า พรรคคาดหวังจะได้รับเลือกตั้งเข้ามามีจำนวน ส.ส.เป็นลำดับที่   3  ได้ส.ส. 60-70   ที่นั่ง ซึ่งนโยบายพรรคจะเน้นยกมาตรฐานความเป็นอยู่ให้ประชาชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะลดภาษีมูลค่าเพิ่มให้ลดลง   2%   จะทำให้ของถูกลง จาก   7% เหลือ   5%   เชื่อว่าจะเป็นจุดขายของพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง เพราะที่ผ่านมาเตรียมพร้อมตลอด ไม่ว่าจะยุบสภาเมื่อใด ซึ่งจนถึงขณะนี้เชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนไม่น่าจะมีอุปสรรคอะไร ซึ่งคาดว่านายกรัฐมนตรีจะยุบสภาในวันที่   6   พ.ค.นี้ และหลังจากนั้นจากพรรคก็จะเปิดตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการ

 ด้านนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า แนวทางของพรรคหลังจากเปิดแคมเปญนโยบายแล้วจะให้ผู้สมัครส.ส.ของพรรคทุกคนนำนโยบายเหล่านี้ทั้งที่เป็นแผ่นพับและไปบอกให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบว่าเราต้องการทำอะไรเพื่อพี่น้องประชาชน ส่วนเรื่องการห้ามใช้สโลแกนปกป้องสถาบันในการหาเสียงนั้น คงไม่มีผลกระทบอะไร แต่ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกประชุมหารือในวันที่ 2 พ.ค. จะมีแนวทางกติกาเป็นอย่างไร แต่แนวทางของเราคือปกป้องสถาบันอยู่แล้ว ตนไม่เชื่อว่า กกต.จะห้ามใช้คำว่าปกป้องสถาบัน เพราะคำนี้ก็เป็นสโลแกนของพรรคตั้งแต่แรกแล้ว แต่หากเป็นการขึ้นพระบรมฉายาลักษณ์อย่างนี้คงทำไม่ได้แน่นอน  

 ขณะนี้ผู้สมัครส.ส.ของพรรคทั้งเขตและบัญชีรายชื่อมี 200   กว่าคนแล้ว โดยเป้าหมายจำนวนส.ส.ของเราคือ  60  คน แต่ที่สำคัญคือต้องรักษาส.ส.เก่าที่มี 50  กว่าคนไว้ให้ได้หากได้เท่านี้ถือว่าสอบผ่าน ได้นอกเหนือจากนี้คือกำไร โดยพื้นที่ที่เรามีโอกาสได้ส.ส.เพิ่ม เช่น ภาคอีสานตอนใต้ ภาคกลาง รวมทั้งภาคใต้ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เชื่อว่านโยบายของเราจะเข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะสโลแกนที่ว่า“ พูดแล้วทำได้ ” แน่นอนว่าทำได้คือเราต้องเป็นรัฐบาล แต่จะได้เป็นรัฐบาลนั้นต้องดูผลการเลือกตั้งหลังจากนี้ ซึ่งตนเชื่อว่าไม่มีพรรคการเมืองใดได้เสียงเกินครึ่งแน่นอน ดังนั้นการตั้งรัฐบาลต้องอาศัยพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน