
ไทย-เขมรปะทะทั้งคืนทหารเจ็บ4ราย
ทหารไทยปะทะเขมรอีกรอบทหารเจ็บ 4 ราย ร.ท.โกสิทธิ์ ส่องแสง สาหัสสุด ถูกยิงลำคอและหลัง รวมปะทะ 9 วัน ทหารไทยเจ็บ 95 นาย และ เสียชีวิต 7 ราย
(30เม.ย.) พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เหตุปะทะที่ยังเกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ฝ่ายไทยอยู่ระหว่างการหารือระหว่างผู้บัญชาการท้องถิ่นของ 2 ฝ่าย คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงด้วยดี ขณะเดียวกันทางชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด กองทัพภาค2 เก็บกู้ลูกระเบิดที่มาตกในพื้นที่ไทยได้แล้วมากกว่า100 ลูก ศูนย์ประชาสัมพันธ์ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ส่วนหน้า ยืนยันว่าสถานการณ์โดยรวม ของคืนวันที่ 29 เม.ย.ถึงเช้าวันนี้ (30เม.ย.)ภาพรวมแล้วดีขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้านี้
พ.อ.ประวิทย์ หูแก้ว โฆษกกองทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชาเมื่อคืนวันที่ 29 เม.ย.ว่า เวลาประมาณ 20.00 น.มีเสียงปืนดังขึ้นทางฝั่งกัมพูชา มีการยิงปืนเล็กกันประมาณ 10 นาที จากนั้นเวลา 21.00 น.กัมพุชาได้มีการยิงปืนเล็ก ปืนค.เข้ามา 20 นาที จากนั้นหยุดไประยะหนึ่งจนมีการยิงอีกครั้งในเวลา 22.00 น. แต่มาหนักตอนประมาณ 05.00 น.ทางกัมพูชาใช้กำลังบางส่วนพยายายามเคลื่อนกำลังเข้าตีที่มั่นฝ่ายเรา เราจึงตอบโต้กลับไป จนเวลา05.45 น.จึงสงบลง จากเหตุปะทะที่เกิดขึ้นส่งผลให้ทหารไทยบาดเจ็บ 4 คน เป็นนายทหาร 2 คน และพลทหารอีก 2 คน โดยจำนวนนี้สาหัส 1 ราย ส่วนการวางกำลังทหารขณะนี้ ยังคงวางกำลังเต็มที่เหมือนเดิมทั้งการระวังป้องกัน การดูแลพื้นที่เหมือนเดิมทุกประการ
“หลังการพูดคุยระหว่างพล.ท.ธัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กับพล.ท.เจีย มอน ผบ.ภูมิภาคทหารที่ 4 ก็มีการปะทะเล็กน้อย ทางผบ.หน่วยเราโทรสอบถามว่า เหตุใดมีการปะทะ เขาระบุว่า ยังกระจายข่าวไม่ทั่วถึง ซึ่งเขาก็รับว่า จะกลับไปดูแลไม่ได้เกิดเหตุขึ้น แต่คืนที่ผ่านมาก็ยังมีการยิงปะทะ ทางผบ.หน่วยจึงได้มีการพูดคุยกันอีกว่า เหตุใดจึงมีการปะทะกันอีก โดยฝ่ายกัมพูชาระบุว่า มีทหารบางคนไม่มีวินัย นอกแถว ซึ่งเขารับปากว่า จะพยายามกำกับดูแลให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุอีก ทั้งนี้หลังจากที่มีการพูดคุยไปแล้วมีเพียงการปะทะประปรายซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่า ไม่มีอาวุธหนัก อาทิ ปืนใหญ่ จรวด มีเพียงปืนเล็ก แค่ปืนค. และสัญญาณที่ดี คือผบ.หน่วยในพื้นที่ยังสามารถคุยกันได้ ทำให้การปะทะไม่บานปลาย ทั้งนี้เราไม่ประมาท เพราะขณะนี้มีข่าวว่า กัมพูชารับอาสาสมัครเกณฑ์เป็นทหารมากขึ้น พยายามโน้มน้าวให้อดีตเขมรแดง และลูกหลานมาเป็นทหาร ซึ่งเรายังติดตามประเมินสถานการณ์และเฝ้าระวังอยู่ ทั้งนี้เรายังคาดการณ์ไม่ได้ว่า เหตุการณ์จะสงบเมื่อไร เพราะต้องขึ้นอยู่กับกัมพูชา ทั้งนี้ตามหลักการจากที่มีการพูดคุยให้หยุดยิงกันระหว่างพล.ท.ธวัชชชัย กับพล.ท.เจีย มอน นั้น ระบุว่า หากเกิดอะไรในพื้นที่ให้ผบ.หน่วยในพื้นที่พูดคุยเพื่อให้มีการหยุดยิง” โฆษกกองทัพภาคที่ 2 กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.50 น. วานนี้(29เม.ย.) เกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา บริเวณปราสาทตาเมือนธม บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก และที่ปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นรอบ 2 ในวันนี้ หลังจากการปะทะเมื่อคืนและหยุดเวลาประมาณ 06.00 น.เช้าที่ผ่านมา เริ่มจากการปะทะด้วยปืนกลเล็ก ตามด้วยระเบิดมือ ปืน ค. และอาร์พีจี เสียงปืนดังสนั่นไกลออกมาถึงตัว อ.พนมดงรักษ์ ขณะที่รพ.พนมดงรักเตรียมแพทย์และเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินไว้พร้อม
สำหรับจุดที่มีการปะทะกันขณะนี้อยูที่บริเวณปราสาทตาควาย โดยเจ้าหน้าที่ทหารกำลังลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.พนมดงรักฯ ด้วยเฮลิคอปเตอร์ รพ.ค่ายวีรวัฒน์ฌโญธิน และรพ.สุรินทร์ เมื่อเวลา 23.45 น.ที่ผ่านมา
สำหรับผู้บาดเจ็บประกอบด้วย 1.ร.ท.โกสิทธิ์ ส่องแสง สังกัด ร.8 พัน 2 ถูกยิงที่ลำคอและหลัง รวม 2 นัด 2.ร.ท.วีระ ชัยชวาลย์ สังกัด ร.8 พัน.13. 3.พลทหารกฤษดา พรหมจักร ร.8 พัน 14. 4.พลทหารดำรง บัวขาว สังกัด ร.13 พัน2 ซึ่ง 3 คนหลังได้ รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย 5.จ.ส.ต.บุญเทียน ศรีจันทร์ ที่ถูกสะเก็ดระเบิดขาซ้าย 6.พลทหารไกรสร อินทร์เฉื่อย 7.พลทหารสราวุฒิ จู้จำรูญ 8.ส.อ.พงศธร บางแก้ว 9.พลทหารวันชัย บัณฑิต 10. พลทหารสุเมธ ปานทอง รวมผู้บาดเจ็บตลอดระยะเวลา 9 วัน เป็นทหารจำนวน 95 นาย เสียชีวิต 7 ราย
รายงานข่าวแจ้งว่า ร.ท.โกสิทธิ์ ส่องแสง สังกัด ร.8 พัน 2 ซึ่งอาการสาหัสที่สุดถูกส่งตัวมายังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ด้วยเฮลิคอปเตอร์แล้วเมื่อเวลา 08.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ซึ่งออกลาดตระเวน กล่าวว่า มีการปะทะกันหนัก ด้วยอาวุธประจำกาย เอ็ม 16 อาร์ก้า ปืนกล และระเบิดมือเข้าใส่กัน โดยฝ่ายทหารกัมพูชาใช้การรบแบบกองโจรซุ่มโจมตีฝ่ายไทยที่ออกลาดตระเวน



