ข่าว

 เขตเศรษฐกิจพิเศษ"สระแก้ว"การสร้างโอกาสสู่ประตูตะวันออก

เขตเศรษฐกิจพิเศษ"สระแก้ว"การสร้างโอกาสสู่ประตูตะวันออก

30 เม.ย. 2554

แม้ว่าจะมีอายุเพียง 20 ปี ในแง่ของการก่อตั้ง สำหรับ "สระแก้ว" แต่ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของทำเลที่ตั้งทำให้จังหวัดแห่งนี้กำลังมีความโดดเด่นยิ่งขึ้นตามลำดับ ที่น่าจับตามองก็คือหากพิจารณาจากโครงสร้างทางเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง

 ในนาม “เบญจบูรพาสุวรรณภูมิ” ประกอบด้วยฉะเชิงเทรา นครนายก สระแก้ว  สมุทรปราการ และปราจีนบุรี พบว่ามีผลิตภัณฑ์มวลรวมกว่า 931,775.40 ล้านบาท มีรายได้เฉลี่ยต่อหัว 285,195 บาท โดยเฉพาะสัดส่วนภาคอุตสาหกรรมมากที่สุดร้อยละ 65

 สำหรับสระแก้ว แม้ว่าจะมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจของภาคเกษตรกรรมและภาคการค้าส่งค้าปลีกที่โดดเด่นที่สุด แต่ศักยภาพด้านการส่งออกและนำเข้าสินค้าจากประเทศกัมพูชากลับมีมูลค่าสูงสุดในบรรดาด่านชายแดนอื่นๆ คิดเป็นมูลค่ากว่าปีละ 3 หมื่นล้านบาท หรือประมาณครึ่งหนึ่งของมูลค่าการค้าระหว่างไทย-กัมพูชา โดยมีสัดส่วนในการส่งออก สูงกว่าการนำเข้ามาก ทำให้ไทยได้เปรียบดุลการค้าอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ ที่สะท้อนถึงแนวโน้มการขยายตัวในการส่งออกไปยังประเทศกัมพูชาที่มีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 ทำให้กลุ่มจังหวัดข้างต้นและสระแก้วหันมาให้ความสำคัญด้วยการกำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาจังหวัดใหม่ว่า "ศูนย์กลางโลจิสติกส์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศของอินโดจีน ถิ่นพืชพลังงาน อาหารปลอดภัย" เพื่อให้สอดรับกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจอาเซียนและเศรษฐกิจโลก เพราะเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในแนว East-West Economic Corridor เชื่อมโยงจากเวียดนามสู่ท่าเรือทวายของพม่าสู่อินเดีย ถือเป็นแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ในขณะที่เออีซี หรือประชาคมอาเซียนกำลังผลักดันให้เกิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน บรรยากาศในการลงทุน ดึงดูดให้ต่างประเทศใช้อาเซียนเป็นฐานการผลิต

 เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมาย ทางจังหวัดจึงได้ว่าจ้างให้ฝ่ายวิจัยจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นที่ปรึกษาโครงการศึกษาข้อมูลเชิงลึก เพื่อประเมินถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสถานีขนถ่ายสินค้ารองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนด้านอรัญประเทศ ในปลายปี 2553 ที่ผ่านมา โดยได้เลือกบ้านหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ เป็นพื้นที่ที่จะพัฒนาเป็นสถานีขนถ่ายสินค้าและเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดน

 "เราได้เตรียมที่จะพัฒนาศักยภาพด้านระบบโลจิสติกส์ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ใหม่ของจังหวัด เพื่อรองรับการกระจายตัวของสินค้าจากภูมิภาคใกล้เคียงสู่ประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนาศักยภาพด้านเศรษฐกิจให้เจริญเติบโตในอนาคต โดยให้ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นที่ปรึกษาโครงการศึกษาข้อมูลเชิงลึกและลงสำรวจพื้นที่ชายแดน เพื่อประเมินถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสถานีขนถ่ายสินค้า รองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนด้านอรัญประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับที่กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายที่จะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจ  โดยศักยภาพแล้วเห็นอรัญประเทศมีความเหมาะสมมากที่สุด" นายศานิตย์ นาคสุขศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ให้ข้อมูล

 5 พื้นที่เหมาะเป็นแหล่งผลิตสินค้า

 ในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมเพื่อเป็นแหล่งผลิตสินค้าต่างๆ บริเวณชายแดนก่อนส่งผ่านกัมพูชาไปยังเวียดนามและจีนตอนใต้ ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้คัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมในการศึกษา 5 แห่ง ได้แก่ 1.บ้านป่าไร่ อ.อรัญประเทศ 2.บ้านหนองเอี่ยน อ.อรัญประเทศ 3.จุดผ่อนปรนบ้านหนองปรือ อ.อรัญประเทศ 4.จุดผ่อนปรนบ้านเขาดิน อ.คลองหาด 5.จุดผ่อนปรนบ้านโนนหมากมุ่น อ.โคกสูง และจากการศึกษาของทีมวิจัยพบว่า พื้นที่บริเวณบ้านหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ก่อนถึงตลาดโรงเกลือ เป็นพื้นที่ซึ่งมีองค์ประกอบเหมาะสมกับการพัฒนาเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจ

 ปัจจัยสนับสนุนประกอบด้วย เป็นพื้นที่ที่เคยมีการปรึกษาหารือและวางแผนการเปิดจุดผ่านแดนถาวรร่วมกัน มีโครงข่ายทางถนนเพื่อการขนส่งสินค้า มีโครงการตัดถนนเส้นทางเลี่ยงเมือง มีพื้นที่ว่างเปล่าจำนวนมาก มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน มีแหล่งน้ำ มีแรงงานในพื้นที่จำนวนมากและราคาถูก นอกจากนี้ บ้านหนองเอี่ยนยังเป็นเขตติดต่อกับจังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปตโอเนียง (Poipet O'Neang Special Economic Zone) ในฝั่งกัมพูชา ที่ได้รับการจับคู่ให้เป็นเมืองคู่แฝดของสระแก้ว ตามแผนปฏิบัติการยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ACMECS ปฏิญญาพุกาม ที่มุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระดับทวิภาคี ทั้งในด้านการเงิน การขนส่ง การตลาด แหล่งท่องเที่ยว อุตสาหกรรมและการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานร่วมกัน

 "นอกจากบ้านหนองเอี่ยนจะเป็นทั้งนิคมอุตสาหกรรม ภายในปี 2555 จังหวัดจะเสนอเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรขึ้นอีก เพื่อใช้สำหรับขนส่งสินค้าเพื่อส่งออกแยกออกจากด่านคลองลึกปัจจุบันที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งทำให้เกิดความวุ่นวาย ไม่สะดวก" ผู้ว่าฯ สระแก้ว กล่าว

 ขณะเดียวกันในส่วนของสถานีขนถ่ายสินค้า หรือคลังสินค้าได้มีกาารพิจารณาพื้นที่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ ซึ่งอยู่ทางเหนือของตลาดโรงเกลือ มีที่สาธารณะ 700-800 ไร่ และพื้นที่บ้านหนองใหญ่  ต.ผักขะ อ.วัฒนานคร ก็มีที่สาธารณะเช่นกัน ทั้งสองแปลงมีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ ซึ่งในระยะแรกจะมีการพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบสถานีขนถ่ายสินค้า เพื่อสร้างความสะดวกและลดต้นทุนในด้านการขนส่งระหว่าง 2 ประเทศ และนับเป็นก้าวแรกในการสร้างความร่วมมือตามนโยบายยุทธศาสตร์เมืองคู่แฝด

 "มีหลายพื้นที่ที่เหมาะสมในลักษณะต่างๆ จึงอาจจะเสนอให้ประกาศทั้งอำเภออรัญประเทศ ในฐานะเมืองหน้าด่าน เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้ได้รับสิทธิพิเศษบางอย่างเพื่อให้มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการแข่งขันการผลิตเพื่อส่งออก เป็นเขตส่งเสริมการลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งทางทีมวิจัยเสนอรูปแบบเป็น “พ.ร.บ.จัดตั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเมือง....จังหวัดสระแก้ว” ผู้ว่าฯ สระแก้ว กล่าว

 แนะเชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปต

 ผศ.ดร.เสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หัวหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบในการจัดตั้งสถานีขนถ่ายสินค้า กล่าวว่า จากการศึกษาถึงศักยภาพด้านเศรษฐกิจ ศักยภาพด้านโลจิสติกส์ และโอกาส เห็นถึงยุทธศาสตร์ที่จะเสริมให้จ.สระแก้วสามารถใช้ศักยภาพที่มีอยู่เอื้อต่อการพัฒนาประเทศ แต่ต้องเตรียมการทั้งระยะสั้นและระยะยาว ในเบื้องต้นถ้าดูศักยภาพด้านเศรษฐกิจและสภาพภูมิประเทศ สระแก้วสามารถพัฒนาให้เกิด “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ได้  แต่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ต้องประกาศเป็นนโยบาย ผลักดันกฎหมายต่างๆ ให้เกิดขึ้น

 "ที่จังหวัดจะทำเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นการต่อยอดอุตสาหกรรมต่างๆ สร้างตรงไหนก็ได้ ไม่น่ามีปัญหา แต่จำเป็นต้องรีบทำ เพราะที่ผ่านมา รมช.พาณิชย์ (อลงกรณ์ พลบุตร) ได้ให้ความสนใจลงมาดูพื้นที่ทั้ง 2 แห่งด้วยตัวเอง และพร้อมที่จะผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ให้เสร็จภายในรัฐบาลนี้ เพราะเป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศ" ประเสริฐ โสตพัฒนพงษ์ รองประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว ให้ทัศนะ

  ปัจจัยความสำเร็จของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว เพื่อการเป็นประตูสู่ตะวันออกนั้น จากผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความสำคัญกับการที่จะต้องมีการเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว เข้ากับเขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปต-โอเนียง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 9 แห่ง ที่มีความสำคัญของกัมพูชา ส่วนการที่ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาใช้พื้นที่ได้ คือการให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุน รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ จะต้องมีมากกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปตโอเนียง เนื่องจากเขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปตโอเนียงเกิดขึ้นก่อน และมีแรงงานราคาถูก แต่ถ้าพิจารณาจุดด้อยในการลงทุนในกัมพูชา จะเห็นได้ว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้วจะมีความได้เปรียบมากกว่า

 นักลงทุนสามารถใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว เป็นฐานการผลิตสินค้าประเภทสินค้าเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมสนับสนุนการผลิตสินค้าทางการเกษตร ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงเงื่อนไขของการจำกัดโควตานำเข้าสินค้าดังกล่าวมายังประเทศไทย แต่ใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษปอยเปตโอเนียง เป็นฐานการส่งออก เนื่องจากการส่งออกจากกัมพูชาจะได้รับสิทธิประโยชน์จีเอสพีจากประเทศพัฒนาแล้ว  หลังจากที่รัฐบาลเห็นชอบจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ในการเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่ชายแดนเพื่อกระจายการลงทุนและความเจริญไปยัง 5 ภูมิภาคของประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 วงแหวน 5 ประตู   จึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับสระแก้วในฐานะประตูสู่ตะวันออก