ข่าว

"วิลเลียม"จุมพิตพระชายาโชว์ทั่วโลก

"วิลเลียม"จุมพิตพระชายาโชว์ทั่วโลก

30 เม.ย. 2554

เจ้าชายวิลเลียมทรงจุมพิตพระชายาเป็นครั้งแรกท่ามกลาวงสายตาของพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนที่ร่วมเป็นสักขีพยานที่ระเบียงพระราชวังบัคกิงแฮม เผยพระองค์ทรงประหม่าระหว่างทรงสวมพระธำมรงค์ให้กับเจ้าสาว ทะไลลามะส่งสงารอวยพรด้วย

เจ้าชายวิลเลียมและพระชายาได้เสด็จโดยพระราชรถเทียมม้าเปิดประทุนที่สร้างขึ้นในปี 2445 ไปยังพระราชวังบัคกิงแฮม นำขบวนโดยทหารและตำรวจม้าพร้อมเครื่องยศ โดยเจ้าชายแฮรี่ได้ทรงพระราขรถเทียมม้าอีกคันหนึ่งพร้อมด้วยเด็กน้อย 4 คนที่เปรียบเสมือนเด็กเทวดาโปรยดอกไม้ท่ามกลางประชาชนนับแสนที่เฝ้ารอชื่นชมด้วยความปิติ

 สมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง คู่บ่าวสาว พระบรมววงศานุวงศ์ได้ทรงปรากฏพระองค์ที่ระเบียงพระราชวังบัคกิงแฮมเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.ตามเวลาในไทย ระหว่างนั้นเจ้าชายวิลเลียมได้ทรงจุมพิตพระชายาเป็นครั้งแรกท่ามกลาวงสายตาของพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชนที่ร่วมเป็นสักขีพยาน

 ในวันมหาปิตินี้ สมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองได้ทรงพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารเที่ยง ที่พระราชวังบัคกิงแฮม โดยมีพระราชอาคันตุกะเข้าร่วมราว 650 คน

 ต่อมา เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ได้ทรงพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารเย็นและงานเต้นรำ ที่พระราชวังบักกิ้งแฮม โดยมีแขกผู้ใกล้ชิดเพียง 300 คน ได้รับเชิญเข้าร่วม
 มีรายงานด้วยว่าเจ้าชายแฮรี ทรงเตรียมการจัดปาร์ตี้ถึงเช้าวันใหม่อย่างลับๆ


เผยเจ้าชายวิลเลียมทรงประหม่า

 แม้พิธีการเสกสมรสในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์จะผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นและสง่างาม แต่สื่อต่างประเทศอดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสังเกตุพระกิริยาของเจ้าชายวิลเลียมระหว่างที่ทรงประทับหน้าแท่นพิธี  ต่อหน้าอาร์คบิชอปว่าพระองค์ทรงประหม่าเล็กน้อยก่อนที่จะตรัสคำว่า "ไอ วิล"  เพื่อเป็นการยอมรับเคท มิดเดิลตัน เป็นพระชายา ขณะที่เจ้าสาวก็ได้กล่าวคำสัญยาต่อหน้าอาร์คบิชอปด้วยเสียงที่แสนจะเบา นั่นทำให้เจ้าชายวิลเลียมได้ทรงยิ้มให้กำลังใจเจ้าสาวของพระองค์

 นอกจากนั้นเจ้าชายวิลเลียมยังทรงมีท่าทางประหม่าระหว่างทรงสวมพระธำมรงค์ให้กับเจ้าสาวของพระองค์อีกด้วย

สถาปนาวิลเลียมเป็นดยุคแห่งเคมบริดจ์

  สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแถลงว่าสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองได้พระราชทานพระอิสริยยศเจ้าฟ้าชาย ดยุคแห่งเคมบริดจ์แก่เจ้าชาย
วิลเลียม พระราชนัดดาเนื่องในวโรกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้และเป็นไปตามราชประเพณีปฏิบัติที่จะทรงพระราชทานพระอิสริยยศอย่างน้อยหนึ่งอิสริยยศแก่เจ้าบ่าวในวันเสกสมรส ทำให้ผู้เป็นเจ้าสาวพลอยได้รับอิสริยศระดับเดียวกับพระสวามีโดยอัตโนมัติ

 โดยหลังพิธีเสกสมรส แคทเธอลีน มิดเดลตัน ได้ดำรงอิสริยยศเจ้าหญิง
วิลเลียมแห่งเวลส์ ดัชเชสส์แห่งเคมบริดจ์  ตามพระอิสริสยศนามของพระสวามี    โฆษกของเจ้าชายวิลเลียม ที่พระตำหนักแคลเรนซ์ กล่าวว่า เจ้าชายวิล
เลียมทรงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง

แหวนแต่งงาน

 สำนักพระราชวังอังกฤษแถลงว่าแหวนที่เจ้าชายวิลเลียมทรงบรรจงสวมบนนิ้วนางของนางสาวเคทนั้นเป็นทองคำจากเหมืองทองแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของแคว้นเวลส์ซึ่งสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเล็ธที่ 2 "สมเด็จย่า"ของเจ้าชายวิลเลียมพระราชทานให้ทันทีที่ทรงประกาศหมั้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน  และให้ช่างทองสกุลวาร์ตสกี้ ที่แคว้นเวลส์ ซึ่งสืบทอดการทำเครื่องประดับมาตั้งแต่ศรวรรษที่ 18 เป็นผู้ทำแหวนแต่งงานวงนี้ถวาย

 สำหรับเหมืองทองแห่งนี้ได้ผลิตทองคำซึ่งพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงนำไปทำเป็นแหวนแต่งงานนับตั้งแต่ช่วงปี 2463 เป็นต้นมา

ทะไลลามะอวยพรวิลเลียม-เคท

 ทะไล ลามะ ผู้นำจิตวิญญาณของชาวทิเบต ส่งสารแสดงความยินดี และ อวยพรให้เจ้าชายวิลเลียม กับเคท มิดเดิลตัน มีชีวิตคู่ที่มีความสุข

 ขณะที่นักบินอวกาศที่ปฏิบัติการในสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ได้ส่งสารอวยพรจากนอกโลกมายังคู่บ่าวสาวด้วยเช่นกัน โดยนักบินอวกาศ เปาโล เนสโปลี รอน กาแรน และ เคดี โคลแมนที่กำลังปฏิบัติการในภารกิจเอ็กซ์พีดิชั่น 27  ได้อ่านสารอวยพรทั้งสองพระองค์จากสถานีไอเอสเอสที่อยู่ในวงโคจรนอกชั้นบรรยากาศโลก ในฐานะประชากรโลกกลุ่มหนึ่งที่ร่วมแสดงความยินดีแก่คู่บ่าวสาว พร้อมกับระบุว่าได้ติดตามการถ่ายทอดพระราชพิธีระหว่างปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศด้วยเช่นกัน

 ด้านประชาชนที่ติดตามการถ่ายทอดสดพระราชพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียม กับเคท มิดเดิลตัน แสดงความรู้สึกถึงความปิติยินดีที่มีต่อคู่บ่าวสาวแห่งราชวงศ์อังกฤษ  โดยนายเฮย์แธม คาลัฟ นักวิจัยวัย 35ปี จากจอร์แดน กล่าวว่าพระราชพิธีเสกสมรสเป็น "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งหนึ่งในชีวิต" ที่ต้องการมาสัมผัสกับบรรยากาศที่แท้จริงแทนการนั่งชมหน้าจอโทรทัศน์

  ขณะที่นายไกลนิส โจนส์ วัย 68 ปี ที่ได้ตั้งเต็นท์จองพื้นที่ชมพระราชพิธีหน้ามหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ พร้อมเตรียมแชมเปญเพื่อเปิดฉลองด้วยกล่าวชื่นชมเจ้าสาวว่า เป็นผู้หญิงที่สง่างามอย่างที่สุด และอวยพรด้วยว่าชีวิตคู่ของทั้งสองจะยิ่งยืนนานเพราะเจ้าชายวิลเลียมทรงเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวตคู่ของพระบิดาและพระมารดามาแล้ว