
แถลงการณ์ด่วนเขมรประกาศพร้อมรบ
วิทยุบายนกัมพูชาเผยแพร่เสียงของแถลงการณ์จะไม่มีการเจรจาระหว่างไทย - กัมพูชาอีก สั่งอพยพชาวบ้าน 35,000 คน ตามแนวชายแดนออกจากพื้นที่
เมื่อเวลา 12.30 น.วิทยุบายน กัมพูชา คลื่น 95 .00 MHZ ซึ่งดูแลโดยบุตรสาวของฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา ได้อ่านแถลงการณ์รัฐบาลกัมพูชา มีใจความว่า จากเหตุปะทะตามชายแดนจังหวัดสุรินทร์ เป็นเพราะประเทศไทยไม่ได้ยึดถือตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ไทยและฝรั่งเศสร่วมกันทำไว้ในอดีต ตลอดจนไทยไม่ยึดถือตามข้อตกลงความร่วมมือที่เคยทำกับกัมพูชาเมื่อปีพ.ศ.2542 แม้จะมีการเจรจาโดยพล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 และพล.ท. เจียมอน ผู้บัญชาการทหารภูมิภาคที่ 4 จังหวัดอุดรมีชัย กัมพูชา เมื่อวันที่ 28 เมษายน แล้วก็ตาม
โดยปรากฏว่าฝ่ายไทยยังละเมิดข้อตกลงแอบซุ่มยิงทหารกัมพูชาอีก เมื่อคืนที่ผ่านมาทำให้เกิดการปะทะเดือดอีกรอบบริเวณปราสาทตากระไบ(ตาควาย)และปราสาทตาเมือนธม จนมีทหารเสียชีวิตทั้งสองฝ่าย ทำให้รัฐบาลกัมพูชาจำเป็นต้องตอบโต้คืน และจากเหตุการณ์นี้ กัมพูชาขอเรียกร้องถึงสหประชาชาติ ให้รีบจัดส่งกองกำลังนานาชาติเข้าควบคุมสถานการณ์ และอาเซียนควรผลักดันให้ยูเนสโกช่วยเหลือ ให้มีการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทันทีแม้จะมีเหตุการณ์ปะทะ
ขณะเดียวกันจากนี้ไปกัมพูชาจะไม่ยอมเจรจากับไทยอีกในทุกระดับ ต้องยูเอ็นเข้ามาเท่านั้น และทางรัฐบาลกัมพูชาได้สั่งอพยพประชาชนที่อยู่ริมชายแดนไทย กัมพูชา ในรัศมี 20 กิโลเมตร ออกจากพื้นที่และให้เข้าไปพักในที่ปลอดภัย จำนวนกว่า 35,000 คน ในช่วงเช้าวันนี้เพื่อความปลอดภัย หลังจากมีกระสุนปืนใหญ่จากไทยตกลงในพื้นที่พลเรือนจำนวนมากและในขณะนี้ยังมีการอพยพอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าอาจมีการสู้รบหนักหน่วงกว่าเดิมเพราะสภาสูงกัมพูชาอนุมัติเปิดไฟเขียวให้ทหารสู้เต็มตัวได้ เพื่อป้องกันการรุกรานจากไทย เสียงของแถลงการณ์วิทยุกัมพูชา ระบุ
นายชัยวัชระ ประยงค์หอม อายุ 45 ปี ชาวบ้านหินโคน หมู่ที่ 2 ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เล่าว่า ตนลงมือสร้างหลุมหลบภัยก่อด้วยอิฐถือปูน ความหนา 50 เซนติเมตร กว้างยาวกว่า 3 เมตร จำนวน 2 ห้อง ด้วยตนเองเป็นงบประมาณกว่า 20,000 บาท จุคนได้ไม่ต่ำกว่า 30 คน เพื่อไว้สำหรับการหลบลูกปืนใหญ่ที่มักจะตกลงมารอบบริเวณหมู่บ้าน เห็นว่าหากรองบประมาณจากทางราชการคงไม่ทันกับสถานการณ์
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่โรงพยาบาลพนมดงรัก อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่ทางทหารประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงห้ามบุคคลทั่วไปและสื่อเข้าไปทำข่าวนั้น ปรากฏว่า ในโรงพยาบาลได้มีคำสั่งสละโรงพยาบาลหมดแล้ว มีการอพยพพยาบาล แพทย์ ผู้ป่วย ออกนอกพื้นที่ไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่มีเพียงหน่วยกู้ชีพตาเมียง หน่วยกู้ภัยสุรินทร์และหน่วยพยาบาลทหารเพียงไม่กี่นายที่รอรับผู้บาดเจ็บจากการปะทะเพื่อส่งต่อโรงพยาบาลปราสาทเท่านั้น



