
จุฬาฯแถลงรับสนธิ-คนขับ-ติดตามรักษา
รองผอ.รพ.จุฬาฯ นำทีมคณะแพทย์เปิดแถลงข่าวรับ สนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมคนขับรถและผู้ติดตามจากรพ.วชิระและรพ.มิชชั่น เข้ารับรักษาเตามคำร้องขอของญาติ ระบุอาการ สนธิ ปลอดภัย-รู้สึกตัวดี มีอาการปวดศีรษะเล็กน้อย ส่วน อดุลย์ ยังน่าห่วง ผบ.ตร.มอบ"จงรัก"ดูแลด้านคด
เมื่อเวลาประมาณ 17.55 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่ตึกสก.ชั้น 10 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รศ.นพ.ธีระพงศ์ เจริญวิทย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ ฝ่ายบริหาร ได้นำคณะแพทย์ออกแถลงข่าวถึงการย้ายตัวมารักษาของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า รพ.วชิระได้ส่งตัวผู้ป่วย 2 ราย ได้แก่ นายสนธิ และนายวาร์ยุภักดิ์ มังคละสินธุ์ และนายอดุลย์ แดงประดับ จากรพ.มิชชั่น มารักษาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ทั้ง 3 ราย ตามที่ญาติผู้ป่วยได้ร้องขอ
"สำหรับอาการของนายสนธิปลอดภัยดี รู้สึกตัวดี มีอาการปวดศีรษะเล็กน้อย โดยคณะแพทย์จะเฝ้าดูอาการ 24 ชั่วโมง หากพ้นจากนี้คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร" รศ.นพ.ธีระพงศ์ กล่าวและว่า
ในส่วนของนายวาร์ยุภักดิ์ แพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีบาดแผลจากกระสุนหลายนัดที่ต้นแขนและมีรอยถลอกที่ขา และโดยรวมแล้วไม่มีอันตรายถึงชีวิต คณะแพทย์ได้ทำแผลเรียบร้อย หากมีเนื้อตายอาจจะต้องตัดเนื้อทิ้ง และคาดว่าน่าจะใช้เวลาการรักษาไม่กี่วัน
"สำหรับนายอดุลย์ แพทย์วินิจฉัยอาการว่า ต้องมีการเอกซเรย์ร่างกายอีกครั้ง เพราะมีอาการหนักที่สุด ขณะนี้อยู่ในไอซียู แต่โดยรวมแล้วคนไข้ทั้ง 3 รู้สึกตัว" รศ.นพ.ธีระพงศ์ กล่าว
ผบ.ตร.มอบ"จงรัก"ดูแลคดีลอบยิง"สนธิ"
พล. ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เรียกผู้บัญชาการตำรวจทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงถึงเหตุการณ์การชุมนุม รวมถึงอุปสรรคในการทำงานต่างๆ พร้อม ยืนยันว่า ตำรวจทำตามหน้าที่โดยไม่แบ่งแยกว่าจะเป็นฝ่ายใด หากมีการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ทั้งคดีการชุมนุม รวมถึงคดีของการลอบยิง นายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดูแลในคดีนี้ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับในการดูแลบุคคลสำคัญที่อาจตกเป็นเป้าในการลอบทำร้าย รวมถึงส่งกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อคุ้มครองอีกด้วย
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังเชื่อว่า หากรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะมีการชุมนุมเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ ได้รเสนอกฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมต่อรัฐบาล เพื่อให้การทำงานของตำรวจอยู่ในกรอบของกฎหมาย และทำงานได้สะดวกขึ้น พร้อมชี้ว่า หากมีการยุยงให้เกิดความแตกแยก จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
สมาคมสื่อจี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งหาตัวคนร้าย
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ให้ความเห็นกรณีคนร้ายลอบสังหาร นายสนธิ โดยใช้อาวุธสงครามที่มีอานุภาพในการทำลายล้างอย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน ทั้ง 2 องค์กร ขอประณามการ
กระทำของกลุ่มคนร้าย และขอเรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างในการข่มขู่คุกคามสิทธิเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนต่อไป
รวมทั้งต้องแถลงผลความคืบหน้าของคดีต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยแก่ชีวิตและร่างกายของประชาชน สื่อมวลชน และชาวไทยโดยส่วนรวม รวมทั้งการแสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกด้วย
โดยสมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน ขอยืนยันว่า การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในสถานการณ์ปัจจุบัน ย่อมสามารถนำเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี และแตกต่างกันได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบจริยธรรมของวิชาชีพสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการใดๆ กับสื่อมวลชน ที่แสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง จะต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย และต้องไม่ใช่วิธีการที่โหดเหี้ยมและป่าเถื่อน เช่นที่เกิดขึ้นกับ นายสนธิ เพื่อให้การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนเป็นไปอย่างมีเสรีภาพ และปราศจากความหวาดกลัว
พธม.บุรีรัมย์ชี้ปมสังหารสนธิจากผู้เสียประโยชน์ทางการเมือง
นางสำเนียง สุภัณพจน์ ประธานสมัชชาประชาชนภาคอีสาน และเครือข่ายพันธมิตรฯ ในเขต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาจับกลุ่ม วิพากวิจารณ์ถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบสังหาร นายสนธิว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ เนื่องจาก นายสนธิ ได้ออกมาเคลื่อนไหวเปิดโปงสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล หรือ สิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองให้ประชาชนทราบ จนทำให้บางกลุ่มที่เสียผลประโยชน์อาจเกิดความไม่พอใจจนก่อให้เกิดการลอบสังหารขึ้น
ดังนั้นจึงเรียกร้องให้รัฐบาล และเจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมคนร้ายและผู้บงการอยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีโดยเร็ว หากไม่เช่นนั้นก็จะส่งผลให้นักลงทุนชาวต่างประเทศที่กำลังจับตามองอยู่ ขาดความเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัย เพราะว่าคนร้ายได้ก่อเหตุอย่างอุกอาจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
นายสำเนียง กล่าวว่า การลอบสังหาร นายสนธิ ไม่สามารถหยุดยั้งการเคลื่อนไหวหาความชอบธรรมในสังคมของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ แต่ยิ่งจะทำให้กลุ่มเครือข่ายพันธมิตรฯ รวมพลังลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับบ้านเมือง สังคม และทำเพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งเป็นที่เทิดทูนของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ จำนวนมากขึ้น
ด้านนายเสฎฐวุฒิ ชมภูพงษ์ เลขาสมัชชาประชาชนภาคอีสาน เห็นตรงกันว่า เหตุการณ์ลอบสังหารนายสนธิ ครั้งนี้ มี 2 ประเด็น คือ กลุ่มการเมือง และกลุ่มที่เสียประโยชน์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะร้องเร่งเข้ามาดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะด้านข้อมูลข่าวสารที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง หรือปลุกระดมให้ประชาชนเข้าใจผิด เพราะขณะนี้เชื่อว่ารัฐไม่สามารถควบคุมกลไกของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงในสังคมและบุคคลต่างๆ ไม่มีความปลอดภัยที่อยู่ในปัจจุบันนี้
ขณะที่นายศักดิ์ชาย แต่งงาม กรรมการยามเฝ้าแผ่นดินบุรีรัมย์ กล่าวว่า การลอบสังหาร นายสนธิ ครั้งนี้ทำเป็นขบวนการ โดยหวังประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกับอดีตนายกฯ ทักษิณ และผู้มีผลประโยชน์ร่วมอีกหลายกลุ่ม ซึ่งเสี้ยนหนาม คือกลุ่มพันธมิตรฯ
ทางรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการติดตามคนร้ายมาดำเนินการอย่างเร่งด่วน หากไม่เช่นนั้นบ้านเมืองไม่เกิดความสงบอย่างแน่นอน พร้อมยืนยันว่าจะออกไปต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับกลุ่มเพื่อนพันธมิตรฯ ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว



