ข่าว

ไทย-เขมรยิงอีกรอบที่ปราสาทตาเมือนธม

ไทย-เขมรยิงอีกรอบที่ปราสาทตาเมือนธม

30 เม.ย. 2554

เขมรเปิดฉากปะทะทั้งคืน ไม่สนการหารือระหว่างแม่ทัพภาค 2 และพล.ท.เจีย มอน ส่งผลอาสาสมัครทหารพรานไทยดับ 1 เจ็บอีก 4 นาย ตกเย็นก็เริ่มยิงกันอีกรอบ "พล.อ.ประยุทธ์ ”ซัดเขมรคุมลูกน้องไม่ได้ยิงไทยอีก หลังเจรจา ระบุ อ่านเกมให้ออก เขมรยิง หวังสร้างสถานการณ์ ยกระดับ

(29เม.ย.) เมื่อเวลา 20.00 น.  ได้เกิดเหตุการณ์ประทะกันอีกครั้งระหว่างทหารไทยและกัมพูชา ที่ปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย โดยมีการใช้อาวุธประจำกายปืนเล็กและปืน ค. ยิงเข้าใส่กัน เสียงดังสนั่นจนถึงอำเภอพนมดงรัก

ล่าสุดเวลาประมาณ 22.50 น.พบว่ามีทหารไทยได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีก 4 นาย ทราบชื่อคือ ร.ท.โกสิทธิ์ ส่องแสง อาการสาหัสหนักสุด ถูกยิงที่ลำคอและหลัง รวม 2 นัด ,ร.ท.วีระ ชัยชวาลย์, พลทหารกฤษดา พรหมจักร และพลทหารดำรง บัวขาว ซึ่ง 3 คนหลังได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย

สำหรับจุดที่มีการปะทะกันขณะนี้อยูที่ บริแวณปราสาทตาควาย โดยเจ้าหน้าที่ทหารกำลังลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.พนมดงรักฯด้วยเฮลิคอปเตอร์ มายัง รพ.ค่ายวีรวัฒน์ฌโญธิน และรพ.สุรินทร์ เมื่อเวลา 23.45 น.ที่ผ่านมา โดยยังมีเสียงปืนดังอยู่ต่อเนื่อง

 ไทย-เขมรปะทะทั้งคืนทหารดับ1เจ็บ4  

ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการปะทะตามแนวชายแดนของไทย และ กัมพูชา เข้าสู่วันที่ 8 เมื่อคืนยังมีการปะทะต่อเนื่อง แม้มีการประชุมหารือระดับล่าง ระหว่าง พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาค 2 กับ พล.ท.เจีย มอน ผู้บัญชาการภูมิภาคที่ 4 ของกัมพูชา ให้ยุติการสู้รบเอาไว้ก่อนจนถึงเที่ยงวันนี้ (29 เม.ย.) แต่ตลอดทั้งคืนยังมีการปะทะกันต่อเนื่อง โดยมีเสียงปืนดังตลอดตั้งแต่เวลา 21.00 -21.30 น.และเวลา 03.00 -05.00 น.และส่งผลให้อาสาสมัครทหารพรานกึ๋ง  พลสงคราม เสียชีวิตจากการขว้างระเบิดมือจากทหารฝ่ายกัมพูชา เนื่องจากทหารฝ่ายกัมพูชาได้รุกคืบจากเขตชายแดนเข้ามาในตัวปราสาทตาควาย พร้อมยิงอาวุธปืนประจำกายเข้ามาทำให้ฝั่งไทยตอบโต้ด้วยปืนประจำกายเช่นกันแต่ไม่มีการตอบโนต้ด้วยอาวุธปืนใหญ่และทำให้พลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่อีก 4  รายได้ร้ับบาดเจ็บ และถูกลำเลียงขึ้นรถพยาบาลส่งไปรักษาตัวที่ค่ายวีรวัฒน์โยธินจ.สุรินทร์

ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนชาวไทย 3 คน ที่คาดว่าเป็นสายให้ฝั่งกัมพูชานั้น พ.ต.ต.บุญชอบ ใจกล้า สารวัตร สภ.พนมดง จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นการสอบสวนความผิดยังไม่ชัดเจน เพราะไม่มีหลักฐานมารกพอ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องทำเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ให้เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังสุรนารีเฝ้าจับตาดูตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูว่ามีพฤติกรรมต้องสงสัยหรือไม่ โดยเพิ่งปล่อยตัวทั้งหมดไปเมื่อเช้านี้ 
 
ด้านความเคลื่อนไหวที่ด่านช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์นั้น ล่าสุดยังไม่สามารถเปิดด่านได้ทั้งที่มีการตกลงกันวานนี้ระหว่างแม่ทัพภาค 2 กับ พล.ท.เจีย มอน ของกัมพูชาว่าจะหยุดยิงและมีการเปิดด่านช่องจอม และช่องสะงำ ต.ไพรพัฒน์ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ที่ปิดไปก่อนหน้านี้ แต่ล่าสุดเช้านี้ยังไม่สามารถเปิดได้ เพราะมีการยิงปะทะกันอยู่

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก  ให้สัมภาษณ์ในรายการห้องข่าวรับอรุณ ของงสถานีโทรทัศน์เนชั่นชาแนล ถึงสถานการณ์ไทยกัมพูชาภายหลังการเจรจาของ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาค 2 และ พล.ท.เจีย มอน ผบ.ภูมิภาคที่ 4 กัมพูชา และนำมาซึ่งข้อตกลงหยุดยิงว่า   ขณะนี้ยังต้อง ต้องติดตามสถานการณ์ เพราะการหารือวานนี้เป็นการหารือในระดับพื้นที่ และเมื่อคืนที่ผ่านมาก็พบว่าทหารกัมพูชาพยายามใช้ปืนเล็กลูกระเบิดขว้าง ยิงและขว้างเข้ามาในเวลาประมาณ  21.00-21.30 ส่งผลให้ทหารไทยบาดเจ็บ  2 นาย และหลังจากนั้นในเวลา 02.00 และ 03.00 น. ของวันนี้ (29 เม.ย.)ก็ยังมีอยู่ประปราย

เมิ่อถามว่า การเจรจากับพล.ท.เจีย มอน อาจะไม่ได้ผลเพราะไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจจริงใช่หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า   พอมีเหตุการณ์ยิงกันเราก็ประสางานไปกัมพูชา เขาก็รับปากว่าจะควบคุมให้ได้ พล.ท. เจีย มอน ก็พยายามอยู่ แม้จะมีการยิงกันอยู่แต่ไม่ถึงขั้นปะทะกัน ดังนั้นถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่เราต้องติดตามอีกวันหรือสองวันสถานการณ์อาจจะดีขึ้น และกัมพูชาจะหยุดยิงจริงหรือไม่

ทั้งนี้ พ.อ.สรรเสริญ ระบุว่าจนถึง ขณะนี้ มีทหารไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้รวมแล้ว 6 นาย และบาดเจ็บ  72 นาย

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เมื่อคืนของวันที่ 27 เม.ย.จนถึงช่วงเช้าของวันที่ 28 เม.ย.ได้มีการปะทะกันประปราย ซึ่งอย่างที่ตนเคยพูดไปแล้วว่าการที่เจรจาพูดคุยกันนั้นไม่ใช่เป็นพันธะสัญญาอะไร เพราะหากกัมพูชายังมีการใช้อาวุธอยู่เราก็จำเป็นต้องใช้อาวุธตอบโต้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งในส่วนของประชาชนและกำลังพล ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจอย่างหนึ่งเพราะเดิมเราตั้งใจว่าอยากจะให้ประชาชนได้กลับบ้านหลังจากที่มีการเจรจาหยุดยิง แต่ก็ยังมีการยิงกันอยู่ ดังนั้นคงต้องรอดูสถานการณ์สักระยะก่อน ทั้งนี้คืนวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมาได้มีการติดต่อพูดคุยกับนายทหารระดับสูงของกัมพูชา ซึ่งได้รับปากว่าช่วงเช้าของวันที่ 28 เม.ย.จะตรวจสอบให้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ทั้งนี้เบื้องต้นได้รับรายงานว่าจากการปะทะกันทำให้มีอาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิต 1 นาย และบาดเจ็บอีกประมาณ 5 นายเนื่องจากมีการปะทะกันในระยะใกล้ ซึ่งตนได้ให้ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันไปแล้วว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นคนเปิดฉากการยิง โดยการขว้างระเบิดเข้ามาก่อนในช่วงหัวค่ำ และมีการยิงปืนเล็กโดยประปรายจนถึงช่วงเช้าของวันที่ 28 เม.ย. และขณะนี้ได้หยุดและสงบแล้ว

 " เราได้ตอบโต้ไปเฉพาะปืนเล็ก ไม่ได้ใช้ปืนใหญ่ตอบโต้กลับไป แต่ได้บอกไปแล้วว่าหากยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก เราก็จำเป็นต้องตอบโต้ ทั้งนี้แนวทางเจรจา ก็ต้องหวังไปว่ามันจะเกิดขึ้นเพื่อให้เหตุการณ์สงบ แต่ถ้ากัมพูชามีการใช้อาวุธหนักเราจะตอบโต้ให้พอเหมาะพอสมควร ประชาชนเองก็ต้องระมัดระวัง เพราะสิ่งที่สำคัญในตอนนี้คือเขาพยายามยกระดับเข้าสู่สากล อาจจะเข้าสู่ยูเอ็น สู่อาเซียน เดี๋ยว ก็จะได้รู้กันว่าจะเป็นยังไงต่อไป" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าหากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ความหวังที่จะเจรจากันนั้นดูแล้วค่อนข้างเลือนลางหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มันคงไม่เลือนลางหรอก ต้องหวังกันต่อไปไม่อย่างนั้นมันจะอยู่กันไม่ได้ประเทศเพื่อนบ้าน 2 ประเทศมันอยู่ที่ผู้นำ ถ้าเขาสั่งมาลูกน้องก็ทำตาม ดังนั้นเขาอาจจะมีปัญหาเรื่องการบังคับบัญชา การปกครอง การสั่งการที่ยังไม่ทั่วถึง และระเบียบวินัยที่คุมได้บ้างไม่ได้บ้าง ผิดกับของเราสั่งได้ พูดคนเดียวสั่งได้หมด และขณะนี้ก็มีกลไกหลายกลไกที่กำลังดำเนินการทั้งกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการสูงสุดก็กำลังทำอยู่ ซึ่งมีหลายช่องทางให้พูดคุยกัน และทุกคนอยากให้สงบไม่มีใครอยากรบกัน

 เมื่อถามว่าที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เป็นเพราะผู้นำทางฝ่ายกัมพูชาไม่มีความจริงใจที่จะเจรจากับไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แล้วจะทำอย่างไร เราจะไปแก้ผู้นำเขาได้หรือไม่ ตนไม่สามารถตอบได้ว่าเขาจะจริงใจหรือไม่จริงใจ เราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ อาจจะเป็นนโยบายแนวทางปฏิบัติของแต่ละประเทศ มันต้องเคารพในสิทธิของเขา ถ้าใครมาด่าผู้นำเรา เราก็ไม่ชอบ เขาคงเหมือนกันเป็นเรื่องธรรมดาให้ไปคิดเอาเอง

 “ กัมพูชาพยายามฟ้องเรื่องดินแดนโดยจะนำหลักฐานมาอ้างว่าตรงนั้นตรงนี้เป็นของเขา ของเรา ซึ่งต้องไปสู้กัน ส่วนการยิงและการใช้อาวุธเป็นการสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้น เพื่อจะนำไปสู่การเจรจาเรื่องดินแดนต่อไป มองเขาให้ออกบ้าง มองภาพให้มันเกี่ยวโยงกันยึดโยงกัน เพราะการรบหรือการปะทะกันนั้นท้ายที่สุดแล้วทางออกคือการเจรจา ผมบอกไปแล้วยังไงต้องขึ้นโต๊ะ ดังนั้นถ้าขึ้นโต๊ะเจรจาโดยที่ไม่มีการเจ็บล้มตายน่าจะดีกว่า แต่เราต้องเคารพกติกาของอาเซียนและยูเอ็น หรือใครจะไม่เคารพก็แล้วแต่จะมาบอกว่าถ้าเขามาเคารพเราก็ไม่ต้องเคารพ ใครเป็นโจรแล้วเราจะต้องเป็นโจรตามหรือเปล่า ผมไม่รู้ ใครฝ่ายไหนจะทำไม่รู้ แต่ไทยทำไม่ได้ เราเป็นประเทศไทย คุณไม่มีศักดิ์ศรีความเป็นประเทศไทยหรือ เราเป็นผู้นำในอาเซียนด้วยหรือไม่ เราเป็นประเทศชั้นนำในอาเซียนด้วยใช่หรือไม่ ในยูเอ็นเขาก็มีความเคารพนับถือ ตนถึงได้บอกว่าเราต้องรักษากติกาให้ได้มากที่สุด แต่เราไม่ได้ยอมให้ประชาชนบาดเจ็บสูญเสีย ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เจรจาหารือในประเด็นเรื่องผู้ตรวจการว่า ตนพูดไปหลายครั้งแล้วว่าตนไม่อยากให้มี ไม่มีใครอยากให้มี แต่ถ้าจำเป็นต้องมี ถ้าบานปลายมีบาดเจ็บเสียหายล้มตายจำนวนมาก เราต้องพยายามควบคุมความเสียหายให้ได้ การใช้อาวุธต่างๆและการใช้กระสุนต้องจำกัด ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่ให้บ้านเรือนเสียหาย เราไม่สามารถเอาอารมณ์แค้นเคืองมาเป็นที่ตั้งในการทำงานได้ ถึงแม้ตนจะหงุดหงิดแต่เราก็ต้องควบคุมหน่วยให้สามารถอยู่ได้ มีการควบคุมบังคับบัญชาที่ดีมีการเชื่อฟังคำสั่ง ถ้าสั่งกันไม่ได้ก็พินาศย่อยยับกันทั้งคู่ แล้วใครจะเดือดร้อนนอกจากประชาชน ทั้งนี้เรายืนยันว่าเราจะทำให้ดีที่สุด ทำในกรอบหน้าที่ที่มีอยู่ภายใต้สนธิสัญญาที่มีอยู่ ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่การพูดคุยเจรจากันในระดับสูงต่อไป เราต้องมีอะไรที่เหนือกว่าให้ได้ รับรองยังไม่มีอะไรเสียทั้งนั้น ไม่ต้องกลัว ยังไม่เสีย