
ชาวพัทยาแจ้งจับทักษิณปลุกม็อบทำศก.พัง
ประชาชนชาวพัทยา ดาหน้าเข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับ "ทักษิณ" ปลุกม็อบผ่านวีดีโอลิงก์ล้มประชุมอาเซียนทำเศรษฐกิจพัง "นิพนธ์"โผล่ทำเนียบแล้ว พร้อมโชว์ตัวให้ช่างภาพรูปร่องรอยที่ถูกทำร้าย ญาติและสมาชิก นปช.กว่า 100 คน แห่เข้าเยี่ยม 3
เมื่อเวลา 15.00 น. (17 เม.ย.) ประชาชนชาวพัทยาจำนวน 30 คน นำโดย นายวิเชียร ตั้งธรรมสถิตย์ นายนิสัย ไมยวงศ์ พร้อมหนังสือ 1 ฉบับ พร้อมหลักฐานจากหนังสือพิมพ์รายวัน และซีดี 1 แผ่น เข้ายืนร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อ พ.ต.ท.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ รอง ผกก.( สส.) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
นายวิเชียร กล่าวว่า พวกตนนั้นเป็นประชาชนชาวเมืองพัทยา ซึ่งมาจากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งทางเมืองพัทยาได้เกิดความเสียอย่างมาก หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าระงับการประชุมได้สำเร็จ ซึ่งหลังจากการชุมนุมสลายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานออกมายจับนายอริสมันต์ กับพวกแกนนำรวม 10 คน ซึ่งในรายชื่อออกหมายจับเหล่านั้นไม่มีชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่อย่างใด
ทั้งนี้ในหนังสือที่นำมายื่นต่อพนักงานสอบสวน มีเนื้อหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอิน วีดีโอลิงก์ จากต่างประเทศ มายังประเทศไทย โดยถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ ดี-สแตชั่น มายังกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่ม นปก. คนเสื้อแดง โดยได้กระทำการชักชวน ปลุกปั่น ปลุกระดม ยุยง ให้กลุ่ม นปก. กลุ่มแท๊กซี่ กทม. ให้เดินทางไปยังโรงแรมรอยัลคลิฟบีช เพื่อกระทำการขัดขวาง และ ล้มการประชุมผู้นำอาเซียน ในวันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา
นอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้กระทำการพังกระจกโรงแรม จนการประชุมต้องยกเลิก ซึ่งก่อความเสียหายแก่ประชาชน และประเทศชาติดดยรวมอย่างร้ายแรง รวมไปถึงเศรษฐกิจภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเสียหายอย่างมาก
อีกทั้งพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร หมวด 3 ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 127 ซึ่งบัญญัติว่า “ ผู้ใดกระทำผิดการใดๆ เพื่อให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศจากภายนอก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี
ด้าน พ.ต.ท.ชนพัฒน์ หลังจากรับหนังสือ จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยทางสำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 ได้ตั้งศูนย์ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรภาค 2 ส่วนหน้า การรักษาความปลอดภัยและอำนวยการจราจรเมืองพัทยา ที่ห้อง 401 ศาลาว่าการเมืองพัทยา
พล.ต.ท.อัศวิน ณรงค์พันธ์ ผบช.ภาค 2 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการการทำงานขึ้นมาโดยมี พล.ต.ต.ปราโมช ปทุมวงศ์ รอง ผบช.ภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.บัณฑิต คุณจักร์ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ควบคุมดูแลสืบสวน สอบสวนหาผู้กระทำผิด พร้อมใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และ พนักงานสอบสวนมือดีในตำรวจภูธรภาค 2 ทั้งหมด 70 นาย ในการปฎิบัติงาน ซึ่งสามารถออกหมายจับนายอริสมันต์ พร้อมแกนนำจนถึงปัจจุบันได้รวม 15 นาย
ส่วนกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นอยู่ในการรวบรวมหลักฐาน ที่แน่ชัดอย่างระเอียด เพื่อออกหมายจับ หลังจากประชาชนชาวเมืองพัทยา ได้รับฟังคำตอบ จึงพึ่งพอในก่อนเดินทางกลับ
"นิพนธ์"โผล่ทำเนียบแล้วโชว์ตัวให้ช่างภาพดู
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14.00 น. ภายหลังการประชุมครม.เสร็จสิ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยังบ้านพักของนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ย่านลาดพร้าว เพื่อเยี่ยมอาการหลังถูกกลุ่มเสื้อแดงทำร้ายที่กระทรวงมหาดไทย จากนั้นเวลา 15.40 น. นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ 3 สำนัก ได้แก่ บีบีซี ซีเอ็นเอ็น และอัลจาซีรา
ต่อมาในเวลา 16.30 น. นายนิพนธ์ ได้เดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล ด้วยรถเบนซ์ส่วนตัว โดยนายนิพนธ์มีสีหน้าสดชื่น และยิ้มแย้มแจ่มใส และเปิดโอกาสให้ช่างภาพได้ถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง โดยกล่าวว่า ตอนนี้หายแล้ว โดยเฉพาะแผลฟกช้ำดำเขียวไม่มีแล้ว เหลือเพียงแผลสดที่อยู่ด้านใน อีกทั้งคนขับรถของตนที่ถูกทำร้ายร่างกายก็หายเป็นปกติแล้ว วันนี้ก็ขับรถมาให้ตน เมื่อถามว่าหายตกใจกับเหตุการณ์เกิดขึ้นหรือยัง นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่ตกใจแล้ว แต่ก็เสียดายรถ
สมาชิกเสื้อแดงแห่เยี่ยม3แกนนำนปช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่หน้ากองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับ 3 แกนนำกลุ่มเสื้อแดง คือ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และ นายแพทย์เหวง โตจิราการ มาควบคุมตัวไว้ที่ ตชด.ภาค 1 วันนี้เป็นวันที่ 3
โดยบรรดากลุ่มเสื้อแดง ที่เข้าชุมนุมด้วยกัน ทั่วสารทิศ ต่างใส่เสื้อหลากสี ไม่กล้าใส่เสื้อสีแดง กลัวจะมีอันตราย มาเยี่ยมให้กำลังใจกว่า 100 คน ตั้งแต่ช่วงเช้า จนถึงช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียน มาเยี่ยมให้กำลังใจ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่อนุญาติ ปล่อยให้กลุ่มเสื้อแดงเข้ามาเยี่ยม 3 แกนนำ เกรงว่าจะเกิดความวุ่นวาย
จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ออกมาส่งข่าวให้กับผู้มาเยี่ยม และให้กำลังใจ ทำให้กลุ่มผู้มาเยี่ยมเกิดความไม่พอใจ เกิดมีปากมีเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพักใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงอนุญาตให้กลุ่มผู้มาเยี่ยมใช้โทรศัพท์พูดคุยกับนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นายวีระ มุสิกพงศ์ และ นายแพทย์เหวง โตจิราการ ทำให้ผู้ที่มาเยี่ยมพอใจ ที่ได้พูดคุยกับ 3 แกนนำ
โดยผู้ที่มาเยี่ยมได้ฝากความคิดถึง ตลอดจนถึงฝากถามสารทุกข์สุขดิบ พร้อมกับบอกว่าพวกตนมาจากสมุทรสาคร พระราม 2 กรุงเทพ คลองสามธัญบุรี ขอนแก่น และที่อื่นๆ อีกหลายแห่ง
ขณะที่แกนนำทั้ง 3 กล่าวขอบคุณที่มาเยี่ยมพร้อมขอให้สามัคคีกันไว้เพื่อที่จะได้ต่อสู้กันต่อไป หลังจากนั้น กลุ่มเสื้อแดงได้ลงลายชื่อผู้มาเยี่ยม ให้กำลังใจส่งผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจไปให้ 3 แกนนำกลุ่มเสื้อแดง ในกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 หลังจากนั้นได้พากันแยกย้ายกลับไป
“เพื่อไทย”เปิดศูนย์ร้องทุกข์เหตุการณ์สลายชุมนุมเสื้อแดงแล้ว
ที่พรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เริ่มปฏิบัติการศูนย์รับร้องทุกข์และเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเสื้อแดงที่ชั้น 1 อาคารที่ทำการพรรค ในวันนี้ ปรากฏว่าตลอดทั้งวันได้มีประชาชนซึ่งร่วมชุมนุม ได้เดินทางมาร้องทุกข์อย่างต่อเนื่องจำนวนมาก ซึ่งบางรายได้มีการแจ้งข้อมูลที่บุคคลในครอบครัวหายตัวไป และบางรายได้เดินทางมาในสภาพร่างกายบาดเจ็บแขนเข้าเฝือก พร้อมนำฟิลม์เอ็กซเรย์ มามอบให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ดำเนินการตรวจสอบด้วย
ต่อมาเวลา 15.20 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีพรรคเปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุข์และเยียวยาสถานการณ์สลายการชุมนุม ว่า หลังจากที่ได้เปิดศูนย์ปฎิบัติการมาได้ 1 วัน ในวันนี้มีผู้เดินทางมาแจ้งข้อมูลที่พรรคกรณีบุคคลสูญหาย 2 ราย รายที่ 1 เป็นชายจังหวัดร้อยเอ็ด รายที่ 2 เป็นแพทย์อาสาลาดพร้าว ซึ่งทั้ง 2 ราย อายุประมาณ 30 ปีเศษ โดยหายไปตั้งแต่คืนวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เวลาล่วงเลยมา 4 แล้ว
ส่วนการแจ้งทางโทรศัพท์มี 1 ราย ว่าเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทางพรรคก็ขอให้มาแจ้งด้วยตนเองในวันพรุ่งนี้ (18 เม.ย.) ส่วนข้อมูลผู้ได้รับบาดเจ็บ ก็มีผู้เดินทางมาร้องทุกข์จำนวน 11 ราย โดยมีข้อมูลผู้ที่ถูกยิงและถูกตีที่ศรีษะ ซึ่งมีภาพประกอบเป็นหลักฐานด้วย ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ชุมนุมอยู่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง โดยศูนย์ได้ลงรายละเอียดข้อมูลแต่ละบุคคลไว้แล้วพร้อมข้อมูลตามบัตรประชาชน นอกจากนี้ทางพรรคยังได้รับข้อมูลว่ามีบางรายที่เข้าร้องทุกข์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม ด้วยตนเอง แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้ง ทางพรรคจึงประสานให้นำข้อมูลมาร้องกับศูนย์ของทางพรรคต่อไป
ตำรวจตรวจค้นวิทยุชุมชนแม่สอด
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 เมษายน พ.ต.ท.ศิริพงษ์ ศรีทันฑ์ รองผกก.สภ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมด้วยกำลังตำรวจใช้หมายศาลเข้าทำการตรวจค้นสถานีวิทยุชุมชนคนรักถิ่น เอฟเอ็ม 105.50 เมกกะเฮิรตซ์ เลขที่ 5/1 ถนนชิดวนา เขตเทศบาลเมืองแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายศาลต่อนายวีระ สดมพฤกษ์ เจ้าของสถานีวิทยุ และนายกสมาคมวิทยุโทรทัศน์พัฒนาธุรกิจไทย และขอเข้าไปตรวจค้นภายในห้องส่ง พร้อมกับนำผังรายการและแผ่นซีดี รวมทั้งเอกสารต่างๆ ไปตรวจสอบ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่พบหลักฐานการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขณะนั้นนายวีระ ได้ปฏิเสธ และไม่เกี่ยวข้องกับการปลุกระดม หรือ เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดงในการเดินทางไปชุมนุมประท้วงที่กทม.
รายงานข่าวแจ้งว่าทางตำรวจ สภ.แม่สอด ได้รับคำสั่งจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ให้ทำการตรวจสอบวิทยุชุมชน ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งหมด ซึ่งใน อ.แม่สอด มีสถานีวิทยุชุมชนจำนวนไม่น้อยกว่า 10 แห่ง
ออกหมายจับ3แกนนำเสื้อแดงเชียงราย
พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จรัญ เริงธรรม ผกก สภ.เมือง จ.เชียงราย เร่งรัดดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ก่อเหตุปิดถนนบริเวณสี่แยกแม่กรณ์ ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายนที่ผ่านมา โดยพ.ต.ต.สรัญรัฐ ชยานนท์ สารวัตรสืบสวน สภ.เมือง ได้นำหมายจับจากศาล จ.เชียงราย ที่ 97/2552 ลงวันที่ 16 เมษายน 2552 ไปจับกุมนายธนิต บุญญนสินีเกษม นายอรรถกร กันทไชย และน.ส.พุทธชาติ โกฏิแก้ว ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ในนาม กลุ่มคนเจียงฮายฮักประชาธิปไตย
ในข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจาโดยวิธีปิดกั้นถนนจราจรอันมิใช่ เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น ติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองและข้อหาจอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจร
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้เพียงนายธนิต ได้ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด เทอร์โม-คูล อิเลคทริค เลขที่ 21/24 ม. 16 ถนนราชโยธา ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย เพียงคนเดียว ส่วนอีก 2 คนที่เหลือไม่สามารถติดตามจับกุมมาได้ จึงได้ทำการประสานไปทางเครือญาติให้มาทำการมอบตัว โดยทางนายธนิตไม่ได้มีการขัดขืน พร้อมกับได้เดินทางเข้ามามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ทันที ซึ่งพบว่าหลังจากที่นายธนิต เข้ามอบตัว ได้มีกลุ่มเสื้อแดงที่ทราบข่าว ได้ต่างพากันมามอบดอกไม้ให้กำลังใจกับนายธนิต ที่สภ.เมืองเชียงราย โดยทันที ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนเพื่อเติม โดยยังไม่สามารถที่จะให้ประกันตัวได้
เบื้องต้นยังพบอีกว่า นอกจากเจ้าหน้าที่จะได้มีการขอหมายศาลในการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน แล้ว ยังได้มีการยื่นขอหมายศาลในการจับกุมแกนนำกลุ่มเสื้อแดงอีก 3 คน คือนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย และอดีตกรรมการพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปีและเป็นบิดาของน.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย เขต 2 พรรคเพื่อไทย น.ส.จีรนันท์ จันทวงษ์ และนางเกษนีย์ ชื่นชม 2 แกนนำจากกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ในข้อเดียวกัน แต่ทางศาลยังคงไม่อนุมัติหมายจับให้ เนื่องจากข้อมูลหลักฐานไม่เพียงพอจึงให้ทางเจ้าหน้าที่ได้หาหลักฐานมาเพิ่มเติมต่อไป
ด้านนายธนิต กล่าวว่า ในการจับกุมครั้งนี้ ตนและพวกที่ถูกออกหมายจับในครั้งนี้ทราบดีว่าเป็นเรื่องเกมการเมือง ซึ่งตนและพวกไม่คิดจะหลบหนีไปไหน และได้เคยคุยกันว่าจะมามอบตัวต่อทางเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากที่ผ่านมาได้ติดธุระส่วนตัวเกี่ยวกับธุรกิจทางบ้าน จึงไม่เดินทางมามอบตัว ซึ่งกลุ่มที่ถูกออกหมายจับในครั้งนี้ตนได้รู้จักนายอรรถกร เพียงคนเดียว และได้พยายามที่จะทำการติดต่อให้มาต่อสู้คดี ส่วน น.ส.พุทธชาติ นั้นเพียงแต่เคยเห็นหน้าในการร่วมชุมนุม แต่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว จึงไม่สามารถที่จะติดต่อได้



