ข่าว

แฟนบอลไทยเซ็ง
ห้ามขาย-ดื่มเหล้า
สนามบอลทั่วปท.

แฟนบอลไทยเซ็ง ห้ามขาย-ดื่มเหล้า สนามบอลทั่วปท.

29 เม.ย. 2554

ก.กีฬา จับมือ สสส. และอีกหลายหน่วยงาน ร่วมรณรงค์ "สนามกีฬาปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่” พร้อมติดป้าย ห้ามขาย ห้ามดื่ม รอบสนามกีฬาทั่วประเทศ หวังคุมพฤติกรรมแฟนบอล ก่อเรื่องวิวาท

  นางธนิฏฐา เศวตศิลา มณีโชติ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดตัวการรณรงค์ "สนามกีฬาปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่" ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 28 เมษายน ว่าโครงการนี้เป็นความร่วมมือของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานเครือข่ายองค์การงดเหล้า (สคล.), มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เพื่อร่วมกันรณรงค์ให้คนไทยบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง หลังมีรายงานว่าคนไทยดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น


 "ที่ผ่านมา เราพบว่าแฟนบอลที่ดื่มแอลกอฮอล์มักจะเป็นผู้สร้างปัญหาและความวุ่นวายในสนาม สร้างความรำคาญให้ผู้ชมคนอื่น และสุดท้ายจบลงด้วยการทะเลาะวิวาท ดังนั้น กระทรวงจึงพร้อมจะร่วมสนับสนุนมาตรการทางกฎหมายคือ ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าสนามฟุตบอลและห้ามดื่มขณะชมฟุตบอล โดยได้ติดป้ายเตือนความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 27 และ 31 ที่กำหนดห้ามขายห้ามดื่มในสถานที่ราชการและสนามกีฬาของราชการ ฝ่าฝืนมีความผิดจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"


 ด้าน นายคำรณ ชูเดชา ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา กล่าวว่า มาตรการนี้ถือปฏิบัติในหลายประเทศมาแล้ว อาทิ อิตาลี รัสเซีย และบราซิล ที่ห้ามขาย-ดื่มแอลกอฮอล์ในสนาม โดยการห้ามขายไม่ได้จำกัดเฉพาะบริเวณรอบสนามเท่านั้น แต่จะคลุมไปถึงพื้นที่สาธารณะอื่นๆ ซึ่งจะช่วยยับยั้งเรื่องแฟนบอลตีกันได้ นอกจากนี้ควรห้ามผู้ที่มีอาการมึนเมา ครองสติไม่ได้เข้าสนาม และควรเพิ่มระบบตรวจอาวุธ เพิ่มเจ้าหน้าที่ รวมถึงติดกล้องวงจรปิด เพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมของแฟนบอลด้วย
 น.ส.สุมาลี เกตรัตนัง ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า เครือข่ายเยาวชนได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลในสนามฟุตบอล 19 สนาม เป็นสนามไทยพรีเมียร์ลีก 14 สนาม และดิวิชั่น 1 จำนวน 5 สนาม สำรวจ 39 ครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2554 พบว่า ผู้จัดงานส่วนใหญ่ยังรับสปอนเซอร์จากบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ และมีการโฆษณาแฝงทุกรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีซุ้มขายเบียร์ตามสนามต่างๆ ด้วย ขณะที่หน้าสนามต่างๆ ก็จะมีหาบเร่แผงลอย ขายเหล้า เบียร์ จำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาต บางสนามยังมีการตั้งโต๊ะดื่มเหล้า เบียร์ และสูบบุหรี่ ให้อย่างเป็นทางการด้วย
 ในส่วนรายชื่อผู้ได้รับรางวัลการประกวดโลโก้ และคำขวัญ มีดังนี้ ประเภทคำขวัญ ชนะเลิศ น.ส.นิธิภรณ์ สุดสูง (นครพนม) คำขวัญ "ปลอดเหล้าปลอดบุหรี่ ยกศักดิ์ศรีสนามกีฬา", รองชนะเลิศอันดับ 1 นายกำพล วงค์อนันต์ (นครปฐม) คำขวัญ "ไร้บุหรี่ ปลอดสุรา สนามกีฬายุคใหม่", รองชนะเลิศอันดับ 2 นายวรายุทธ โพธิ์ลา (กทม.) คำขวัญ "สนามกีฬาคนเก่ง คนกล้า บุหรี่สุรา say no" ส่วนประเภทโลโก้ ชนะเลิศ นายภูวเดช พรมเกษา (ปทุมธานี), รองชนะเลิศอันดับ 1 นายสมชาย นิลแก้ว (ปทุมธานี) และรองชนะเลิศอันดับ 2 นายกิตติบดี บัวหลวงงาม (กทม.)