
เทพนิยายภาค2เจ้าหญิงแห่งเวลส์
หลังจากความรักระหว่าง เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารเลือดสีน้ำเงินแห่งราชบัลลังก์อังกฤษ และ เจ้าหญิงไดอานา ผู้เลอโฉม จบลงด้วยโศกนาฏกรรม ผ่านมา 30 ปี ก็ได้เทพนิยายเรื่องใหม่ขึ้นอีกครั้ง เมื่อ เจ้าชายวิลเลียม พระโอรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอานา
ทรงพบรักกับ เคท มิดเดิลตัน สามัญชนแสนสวยร่างระหงจากครอบครัวชนชั้นกลาง เทพนิยายยุคใหม่ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าชายวิลเลียม ทรงเข้าศึกษาต่อในสาขาประวัติศาสตร์ศิลป์ ที่มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ส ในสกอตแลนด์ เมื่อเดือนกันยายน ปี 2001 โดยทรงใช้พระนามในการลงทะเบียนเรียนว่า "วิลเลียม เวลส์" โดยปราศจากพระอิสริยยศนำหน้าพระนาม ด้วยเพราะทรงปรารถนาจะใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน และในรั้วมหาวิทยาลัยนี่เองที่พระองค์ทรงพบกับเคท ที่เป็นนักศึกษาร่วมสถาบัน
ในช่วงปีการศึกษาแรก เจ้าชายและเคทต่างพักอยู่ที่หอพักเซนต์ซัลวาทอร์ ฮอลล์ หรือ แซลลีส์ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งในช่วงนี้เองที่ทั้งคู่เริ่มรู้จักและสนิทสนมกัน จนกระทั่งเดือนมีนาคม ปี 2002 มหาวิทยาลัยจัดงานเดินแฟชั่นโชว์เพื่อการกุศล และเจ้าชายวิลเลียมทรงซื้อบัตรที่นั่งแถวหน้าติดขอบเวทีแคทวอล์ก เคทเดินออกมาในชุดเดรสสั้นซีทรูเห็นชุดชั้นในสีดำ 2 ชิ้น ทำให้เจ้าชายถึงกับจับจ้องเธออย่างไม่ยอมละสายพระเนตรเลยทีเดียว และอีก 6 เดือนต่อมา เจ้าชายและเคทได้ย้ายออกจากหอพักมหาวิทยาลัย ไปอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งร่วมกับพระสหายอีก 2 คน
ในช่วงนั้นเอง ได้เกิดข่าวลือแพร่สะพัด เมื่อปรากฏภาพถ่ายเจ้าชายวิลเลียมและเคท ในอิริยาบถใกล้ชิดระหว่างการชมการแข่งขันรักบี้นัดหนึ่งในเดือนพฤษภาคมปี 2003 แต่แม้เคทจะปรากฏตัวในฐานะแขกในงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันประสูติ 21 ชันษาของเจ้าชายวิลเลียม ที่จัดขึ้นเป็นการส่วนพระองค์ที่ปราสาทวินด์เซอร์ในเดือนมิถุนายนปี 2003 แต่เจ้าชายทรงยืนยันในตอนนั้นว่า ยังทรงไม่มีคนรักและมีข่าวว่าเคทเดทกับหนุ่มคนอื่น
แต่หลังจากนั้น ก็มีภาพถ่ายของเจ้าชายกับเคทในบรรยากาศหวานชื่น ขณะเล่นสกีพักผ่อนอยู่ด้วยกันที่รีสอร์ทตากอากาศในสวิตเซอร์แลนด์ ปรากฏออกมาในเดือนมีนาคมปี 2004 และทางสำนักพระราชวังก็ไม่ได้ปฏิเสธข่าวนี้แต่อย่างใด เคทถูกมองว่า เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะมีอิทธิพลสำคัญต่อเจ้าชายวิลเลียม เธอเป็นใครสักคนที่พระองค์ทรงไว้วางพระทัยได้อย่างสนิทใจ ไม่เพียงเฉพาะแค่ในมุมชีวิตส่วนพระองค์แต่ยังรวมถึงมุมชีวิตที่ปรากฏต่อสาธารณชนด้วย
เคทผ่านบททดสอบที่แสดงให้เห็นถึงการยืนหยัดอยู่เคียงข้างพระวรกาย ในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ เช่น ตอนที่ทรงมีปัญหาเรื่องการเรียน จนพระองค์เกือบถอดพระทัย แต่เคทก็ได้ให้กำลังใจและโน้มน้าวให้พระองค์ทรงสู้ต่อ ด้วยการเปลี่ยนสาขาวิชาไปเรียนด้านภูมิศาสตร์แทน และเจ้าชายก็ทรงทำอย่างเต็มที่ ในการปกป้องเคทให้พ้นจากการถูกคุกคามจากสื่อ ดังที่ทรงเคยเห็นตัวอย่างจากพระมารดา
เจ้าชายวิลเลียมเคยตรัสว่า พระองค์ได้ให้โอกาสหญิงเคทแล้ว ในการถอนตัวออกไปก่อนที่ความรู้สึกที่มีให้ต่อกันจะถลำลึกไปมากกว่านี้ แต่เคทไม่รับโอกาสนั้น แต่ยังสานสัมพันธ์รักต่อไป การถูกจับจ้องจากสื่อและถูกคาดหวังจากสาธารณชน ได้สร้างความกดดันให้แก่เจ้าชายและเคท และตามมาด้วยเหตุการณ์ "เลิกรา" จนได้ ส่วนสาเหตุนั้น ไม่พ้นข้ออ้างเรื่องงานและการยังหวงชีวิตหนุ่มโสดของเจ้าชาย ทำให้ไม่พร้อมที่จะสร้างครอบครัว และตามด้วยภาพปาร์ตี้สังสรรค์กับสาวมากหน้าหลายตาของพระองค์ออกมาเป็นระยะๆ
เจ้าชายทรงพูดถึงการเลิกราในขณะนั้นว่า พระองค์และเคทยังเด็กมาก และต่างยังต้องค้นหาตัวเองต่อไป แต่สำหรับเคท เธอยอมรับว่า ปราศจากความสุขที่ต้องเลิกรา แต่ก็ยืนยันว่า ทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นการแยกทางเดิน ดำเนินไปได้ไม่กี่เดือน ลมก็พัดหวนให้ทั้งคู่กลับมาคบหาดูใจกันใหม่ เคทปรากฏตัวอีกในงานเลี้ยงที่ค่ายทหารในฐานะแขกของเจ้าชายวิลเลียม และร่วมชมคอนเสิร์ตรำลึกถึงเจ้าหญิงไดอานาก่อนจะควงคู่กันออกงานเรื่อยมา
เจ้าชายวิลเลียมทรงตัดสินใจขอเคทแต่งงาน ในระหว่างที่ทั้งสองเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนที่เคนยาเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2010 ก่อนจะทรงประกาศหมั้นอย่างเป็นทางการ ตามด้วยการประกาศจากสำนักพระราชวัง ถึงข่าวมงคลที่ชาวอังกฤษรอคอยมานาน 30 ปี ซึ่งก็คือพิธีอภิเษกสมรสที่กำหนดจะมีขึ้นที่โบสถ์เวสต์มินสเตอร์ ในวันที่ 29 เมษายน 2554



