
ปัญหาไทย-กัมพูชา
ในสายตาของนักสังเกตการณ์ตามสื่อต่างประเทศต่างๆ เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาตามแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเวลานี้นั้น มีสาเหตุสำคัญจากปัญหาภายในของทั้งสองประเทศ
กล่าวคือในส่วนของกัมพูชา ปัจจุบันรัฐบาลพนมเปญเริ่มเผชิญกับวิกฤติศรัทธา เมื่อความนิยมในตัวของฮุน เซนลดน้อยลงกว่าเดิม อันเป็นผลจากปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการคอรัปชั่น แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาวิตกกังวลไปกว่านั้นก็คือกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของโลกยุคใหม่ หรือ “การปฏิวัติดอกมะลิ” ที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เนื่องจากกัมพูชามีปัจจัยหลายประการที่ใกล้เคียงกับการปฏิวัติดังกล่าว โดยเฉพาะการอยู่ในอำนาจมาเป็นเวลายาวนานของฮุน เซน การปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ และการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มคนใกล้ชิดฮุน เซน
ดังนั้น วิธีที่จะเบี่ยงเบนปัญหาต่างๆ ที่พุ่งเข้ามาใส่ตัวเอง ก็คือการสร้างปัญหากับประเทศไทย เพื่อปลุกกระแสชาตินิยม และจัดระเบียบสังคมไปพร้อมกัน พร้อมทั้งเป็นโอกาสอันดีในการโยกย้ายปรับเปลี่ยนบุคคลในตำแหน่งสำคัญๆ เพื่อกระชับอำนาจในมือ หรือรองรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ที่คาดกันว่าน่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้
สำหรับปัญหาภายในของประเทศไทยนั้น นักสังเกตการณ์ต่างประเทศมองว่า เป็นเพราะรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ไม่มีอำนาจอย่างจริงจัง ทำให้ไม่สามารถควบคุมทหารไทยได้ โดยที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลกับทหารของไทย มักมีความเห็นที่แตกต่างกันในปัญหากัมพูชา ขณะที่รัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาด้วยวิถีทางทางการเมืองและการทูต แต่ฝ่ายทหารเห็นว่าควรจะดำเนินการตอบโต้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ขณะเดียวกันภายในสังคมไทยเองก็มีการแตกแยกทางความคิด และมีบางกลุ่มพยายามปลุกกระแสชาตินิยม เรื่องการเสียดินแดน และเรียกร้องให้ใช้กำลังเข้าจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น
นักสังเกตการณ์ต่างประเทศเชื่อว่า เขาพระวิหารไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ในความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา แต่ปัญหาเขาพระวิหารถูกจุดขึ้นเพื่อเป็นเชื้อไฟให้ไหม้ลามไปสู่ปัญหาอื่นๆ ที่สำคัญคือทั้งไทยและกัมพูชาต่างก็ไม่คิดที่จะดับไฟกองนี้ให้มอดสนิท แต่ต้องการรักษาสภาพของไฟสุมขอนเอาไว้ อย่างไรก็ตามยังคงเชื่อว่า ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาจะไม่ขยายตัวไปสู่การทำสงครามเต็มรูปแบบ เพราะต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่าจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี และเป็นช่องทางให้ประเทศที่สามยื่นมือเข้ามาแทรกแซง
นักสังเกตการณ์คาดว่าปัญหาของประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง จะคลี่คลายลงหรือเข้มเครียดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รัฐบาลที่เข้มแข็งและมีเสียงข้างมากในสภา แม้ว่าจะมีบางเสียงเห็นว่าท่าทีที่แข็งกร้าวของทหารไทยต่อปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการแสดงความจงรักภักดีอย่างแข็งขันของเหล่ากำลังพล อาจจะก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในทางการเมืองของไทย ตั้งแต่การให้คุณให้โทษต่อนักการเมืองและพรรคการเมืองต่างๆ การมีบทบาทในการออกแบบจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จนถึงการยึดอำนาจ หากเห็นว่าการมีการเลือกตั้งหรือผลของการเลือกตั้ง จะไม่เป็นไปตามที่คาดคิด
ส่วนกัมพูชานั้น นักสังเกตการณ์เชื่อว่าการเปิดเกมการสู้รบตามแนวชายแดนไทย จะทำให้ ฮุน เซน สามารถจัดการกับปัญหาภายในประเทศของตนได้ถนัดมือขึ้น และเปิดทางสะดวกไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชา ซึ่งน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในระดับผู้นำพรรคและรัฐบาลจากคนรุ่นเก่าไปสู่คนรุ่นใหม่
ครับ นั่นคือมุมมองของนักสังเกตการณ์ต่างประเทศต่อปัญหาไทย-กัมพูชา แล้วคุณๆ ผู้อ่าน ล่ะครับ มองเห็นอย่างเดียวกันหรือเปล่า?



