
แนวหลัง
การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชาครั้งนี้น่าเป็นกังวลยิ่ง ทั้งหนักหน่วง รุนแรง และขยายวง ที่สำคัญคงจบยาก เพราะฮุน เซนเองก็ไม่ปรารถนาจะเจรจากับไทย
แนวหน้านั้นลำบากยิ่ง กระสุนปืนใหญ่ปลิวว่อนไปทั่ว ชาวบ้านกว่า 3 หมื่นชีวิต ต้องทิ้งที่นาคาที่อยู่ หลบออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย
ปล่อยให้ทหารหาญรับหน้าที่ปกป้องอธิปไตยและดินแดนอย่างสมชายชาติทหารหาญ
ผมต้องขอคารวะในความกล้าหาญและเสียสละ
ใครไม่เคยอยู่ในเหตุการณ์สู้รบกึ่งๆ สงครามคงนึกภาพไม่ออก กระสุนปืนใหญ่ตกนู่นที ตกนี่ที แถมช่วงหลังๆ มานี้กัมพูชาเล่นอาวุธหนัก จรวดหลายลำกล้อง หรือบีเอ็ม 21 ยิ่งได้ทีละ 40 นัด
แค่เสียงที่ดังออกมาเป็นชุดถี่ยิบก็น่าหวาดหวั่นแล้ว ยิ่งเสียงหวีดแหวกอากาศผ่านหัวด้วยแล้วยิ่งหวั่นหวาดยิ่งกว่า
แต่ทหารหาญก็ยังต้องตรึงกำลังถอยไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว เพราะมันหมายถึงอธิปไตยและดินแดนที่เราจะเสียให้ใครไม่ได้
ระหว่างที่แนวหน้าปะทะหนัก แนวหลังอย่างตำรวจก็ต้องทำหน้าที่ดูแลชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ไม่ให้ใครเข้ามากระหน่ำซ้ำทุกข์ให้แก่ชาวบ้านอีก
ในชั้นนี้ผมต้องยอมรับว่า ตำรวจทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นตำรวจท้องที่หรือตำรวจนักรบอย่าง ตชด.
ยิ่ง ตชด.ด้วยแล้ว ภายใต้ชุดสีเขียวเข้มดูดุดัน ยังมีมุมที่นุ่มนวลน่ารักน่าชังกับชุดปฏิบัติการจิตวิทยา
วิทยาการในชุดสนามพูดชวนชาวบ้านให้ผ่อนคลาย ให้คำชี้แนะต่างๆ นานาก็น่าดูน่าชม
ในยามนี้ทุกคนในชาติต้องช่วยกัน ไม่เฉพาะตำรวจเท่านั้น เราคนไทยทุกคนนั่นแหละต้องส่งแรงใจไปช่วยเหล่าทหารหาญ และผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน
ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลเด็กๆ ได้ทำกิจกรรมสันทนาการ ไม่ไปกวนใจพ่อแม่ที่เคร่งเครียดจากการสู้รบ จนไม่เป็นอันกินอันนอน
ใครที่ตอนนี้คิดจะสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง แค่คิดขัดแข้งขัดขาไม่ให้รัฐบาลทำงานได้ก็ควรคิดใหม่ เพราะบ้านเรายามนี้ต้องการความสามัคคีมากที่สุด
อย่าให้เขมรพูดได้ว่า ไทยแพ้เพราะไทยด้วยกันเอง



