
กกล.สุรนารีประกาศพระวิหารเสี่ยงภัยสื่อ
กกล.สุรนารีประกาศเขาพระวิหารเป็นเขตเสี่ยงภัยสื่อแล้ว แหล่งข่าวเผยเขมรยังใช้เด็ก - ผู้หญิงเป็นโล่ห์มนุษย์แถมยังมีทารกแรกเกิดด้วย ทำผิดเงื่อนไขมรดกโลกเพรียบ
วันนี้ ( 28 เม.ย. 54 ) เวลา 14.00 น. กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 นำโดย พ.ต. รวีรักษ์ สัตตบุศย์ หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน กองกำลังสุรนารี และ พ.ท.สุรกิจ กาฬเนตร รอง ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 (ฉก.ทพ. 23) นำคณะสื่อมวลชนเดินทางขึ้นไปบริเวณจุดชมวิว ผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เพื่อบันทึกภาพความเคลื่อนไหวของกองกำลังฝ่ายกัมพูชา ที่บริเวณรอบปราสาทพระวิหาร ที่ปรากฏว่าฝ่ายกัมพูชาได้ทำการก่อสร้างอาคารถาวรขึ้นหลายหลัง และยังใช้เป็นที่ตั้งฐานอาวุธหนัก หลายจุด ซึ่งผิดเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ที่ทางยูเนสโก ระบุชัดเจนว่าจะต้องไม่มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ และไม่นำอาวุธไปตั้งบริเวณรอบปราสาทที่เป็นมรดกโลกโดยเด็ดขาด
หลังจากได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางขึ้นไปบริเวณหน้าแนวรบที่ต่างฝ่ายได้ตั้งฐานปฏิบัติการเผชิญหน้ากันบริเวณประตูเหล็ก (ทางขึ้น - ลงปราสาทฯ) จากนั้นเดินข้ามร่องตามาเรียเข้าไปใกล้ตลาดชุมชนทางขึ้นปราสาทพระวิหาร ได้เห็นความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งส่วนใหญ่แต่งตัวเป็นพลเรือน และยังพบผู้หญิงอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวอีกจำนวนหนึ่งด้วย
แหล่งข่าวทางทหาร เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีผู้หญิงและเด็ก ซึ่งเป็นลูกเมียของทหารกัมพูชา บริเวณเขาพระวิหารอาศัยอยู่กันเป็นครอบครัวตามปกติ ไม่มีการเคลื่อนย้ายลงไปอยู่หมู่บ้านข้างล่างที่ปลอดภัยกว่า แม้จะมีเหตุปะทะกันอย่างหนักตลอดหลายวันที่ผ่านมา ที่บริเวณชายแดน ด้าน จ.สุรินทร์ ซึ่งล่าสุดทราบว่ามีเด็กทารกที่เพิ่งคลอดใหม่ได้ไม่กี่วันรวมอยู่ด้วย
แหล่งข่าวรายเดิม เปิดเผยต่อว่า สาเหตุที่ทหารกัมพูชา นำลูกเมียขึ้นมาเสี่ยงอันตรายบริเวณชายแดนเขาพระวิหารนั้น เนื่องจากหากปล่อยให้อยู่กันตามลำพังที่บ้าน จะไม่มีใครหาเลี้ยง จึงจำเป็นต้องพาขึ้นมาอยู่ด้วย แม้จะเสี่ยงอันตรายแต่อย่างน้อยก็มีอาหารการกินที่ดีกว่า ไม่ต้องอยู่อย่างอด ๆอยาก ๆที่บ้าน
“ยอมรับว่าหนักใจมากหากเกิดการปะทะขึ้นอีก ฝ่ายเราคงโต้ตอบลำบากมากขึ้น หลังเกิดเหตุปะทะที่ จ.สุรินทร์ เราพยายามประสานให้เขานำลูกเมียออกจากแนวรบ แต่เขาไม่ยอมปฏิบัติตาม ” แหล่งข่าวกล่าว
จากการสังเกตวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของทหารฝ่ายที่บริเวณดังกล่าวพบว่า อาหารการกินมีเพียงพอ และจากการสอบถามทราบว่าขวัญและกำลังใจทหารทุกนายยังดีเยี่ยม พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มกำลัง
ทั้งนี้กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า การนำคณะสื่อมวลชนขึ้นมาที่ผามออีแดง และ บริเวณแนวรบด้าน เขาพระวิหารครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย และจะประกาศให้ชายแดน เขาพระวิหารเป็นเขตเสี่ยงภัยสำหรับสื่อมวลชน เหมือนที่ อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้แล้ว รอจนกว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะคลี่คลายจึงจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง



