
กกต.เสนอร่างพรฎ.เลือกตั้งใหม่2เขต5มิ.ย.
กกต. มีมติเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ 2 เขต 5 มิ.ย.นี้ ศาลรธน.ชี้ให้สิ้นสุดความเป็นส.ส. ประพันธ์ ขอบคุณรัฐสภาที่ช่วยผ่านร่างกม.ลูก 3 ฉบับ ใช้กับการเลือกตั้ง ระบุ เลือก กกต.จว.อยู่ระหว่างสอบประวัติ
(28เม.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ที่ประชุมกกต. ได้พิจารณาและมีมติเสนอให้ครม.ทูลเกล้าฯ เพื่อออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ 2 เขต แทนตำแหน่งของ นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส. สกลนคร และร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี พรรคเพื่อไทย โดยเสนอให้มีการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 5 มิ.ย. และจะเปิดรับสมัครวันที่ 16-20 พ.ค. ทั้งนี้ กกต. ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการยุบสภาแต่หากนายกรัฐมนตรียุบสภาในช่วงเวลาที่กำหนดระบุไว้ว่าจะต้องจัดการเลือกตั้ง ก็สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งไปพร้อมกันทั้งประเทศได้
เมื่อถามว่า การที่นายกรัฐมนตรีพบทูตสหรัฐและยืนยันถึงการเลือกตั้ง รวมทั้งประธานรัฐสภากำหนดวันสุดท้ายของการประชุม แต่พรรคการเมืองขนาดเล็กๆ ยังไม่มั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริง นายประพันธ์ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในวันที่ 2 พ.ค. นี้ที่กกต.จะได้คุยกับหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ ถึงระเบียบที่กกต.จะออกมาในการควบคุมการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณสมาชิกรัฐสภา ที่ได้ผ่านร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับที่จะใช้ในการเลือกตั้ง การผ่านกฎหมายดังกล่าวถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่สะท้อนให้เห็นว่าทั้ง 2 สภาต่างร่วมมือกันผ่านร่างกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประเทศและเชื่อว่ากฎหมายที่ผ่านสภาและส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณานั้นเชื่อว่าศาลจะวินิจฉัยได้ทัน หากมีการยุบสภา และมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนพ.ค. ถึงแม้กฎหมายจะให้อำนาจศาลใช้เวลาพิจารณาถึง 30 วันแต่ก็เชื่อว่าศาลคงใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากไม่มีประเด็นที่ซับซ้อนโดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งล่วงหน้าก็ไม่น่าจะทำให้เกิดปัญหา เพราะเรื่องดังกล่าวเคยมีคำวินิจฉัยของศาลอยู่แล้วว่าให้อำนาจกกต. สามารถจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าได้
นายประพันธ์ ยังชี้แจงถึงกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแสดงความกังวลในการแต่งตั้งกกต.จว.ชุดใหม่ที่ระบุว่า ทางกระทรวงมหาดไทยได้ใช้ผู้ว่าฯเข้ามาแทรกแซง ว่า การแต่งตั้งกกต. จังหวัดใหม่ทั้ง 62 จว. แทนชุดเก่าที่จะหมดวาระในวันที่ 8 ก.ค.นี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติ และข้อมูลเชิงลึก โดยเฉพาะผู้ใดที่มีความใกล้ชิดกับพรรคการเมือง ทั้งนี้หากพรรคการเมืองมีข้อมูลก็ขอให้แจ้งมา กกต.ก็พร้อมที่จะรับฟัง



