ข่าว

ปราบน้ำมันเถื่อนได้ผลกว่า1สัปดาห์แทบไม่พบเห็น

ปราบน้ำมันเถื่อนได้ผลกว่า1สัปดาห์แทบไม่พบเห็น

28 เม.ย. 2554

มาตรการเอาจริงเอาจังปราบปรามธุรกิจน้ำมันเถื่อนของกองทัพภาคที่ 4 สัมฤทธิ์ผล เพียงกว่า 1 สัปดาห์ ลดน้อยทันตาเห็น น้ำมันเถื่อนสะเดา-หาดใหญ่ ขาดตลาด ปั๊มหลอด-น้ำมันขวด ปิดตัวเงียบ หวั่นถูกจับ ตรวจยึดทรัพย์

  (28เม.ย.)หลังจากที่มีนโยบายและมาตรการเข้มงวดในการปราบปรามสกัดการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ภาคใต้ของกองทัพภาคที่ 4 เนื่องจากพบข้อมูลว่ากลุ่มขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนบางส่วนเข้าไปมีส่วนพัวพันกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะเรื่องให้การสนับสนุนเงินทุนในการเคลื่อนไหวก่อเหตุร้าย ทำให้ธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ภาคใต้หยุดชะงัก บางรายต้องปิดกิจการไปก่อน เนื่องจากไม่มีน้ำมันมาจำหน่ายให้ลูกค้า

 โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่มีการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนเป็นจำนวนมาก ล่าสุดกลับพบว่าขณะนี้ปั๊มน้ำมันเถื่อนที่เป็นเพิงหรือซุ้มสังกะสีขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า "ปั๊มหลอด" รวมถึงบรรดาผู้ค้าน้ำมันเถื่อนบรรจุขวด ต่างก็พากันหยุดกิจการ ปิดปั๊ม ปิดร้านชั่วคราว เพราะไม่มีน้ำมันมาจำหน่าย

 อีกทั้งยังหวาดกลัวว่าจะถูกเจ้าหน้าที่มาจับกุมด้วย ส่งผลให้ภาพของการค้าน้ำมันเถื่อนในรูปแบบต่างๆ ทั้งบรรจุขวดวางจำหน่ายและปั๊มหลอดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และในพื้นที่ใกล้เคียงขณะนี้เงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนเช่นในห้วงที่ผ่านมา ที่วางจำหน่ายอย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะรูปแบบบรรจุขวด พร้อมกันนี้แทบจะทุกแผง ทุกปั๊มหลอด ต่างก็นำป้ายระบุข้อความ "น้ำมันหมด" มาปักหรือแขวนแจ้งให้ลูกค้าทราบแทบจะทุกเจ้า

 ขณะเดียวกันพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่ติดชายแดนมาเลเซีย และมีการลักลอบทำธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อนจำนวนมาก ก็ไม่แตกต่างไปจากธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เพราะล่าสุดทราบว่าขณะนี้น้ำมันเถื่อนขาดตลาดอย่างมาก เพราะถูกปราบปรามเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ธุรกิจผิดกฎหมายประเภทนี้ต้องหยุดกิจการไป แต่ยังคงมีบางรายที่ยังลักลอบจำหน่ายอยู่

 ซึ่งในรายที่ยังคงลักลอบจำหน่ายน้ำมันเถื่อนอยู่นั้น ทางด้านแหล่งข่าวในพื้นที่รายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ในรายที่ยังคงมีน้ำมันเถื่อนลักลอบจำหน่ายนั้น มักจะมีการต่อท่อฝังดินไว้จากฝั่งมาเลเซียเข้ามาฝั่งไทย ขณะที่บางรายจะติดต่อรับซื้อน้ำมันจากรถยนต์ชาวมาเลเซีย เพื่อนำมาลอบจำหน่ายเฉพาะหน้าไปก่อน แต่ก็มีน้อยราย เพราะส่วนใหญ่ไม่กล้าเสี่ยงที่จะถูกจับ เนื่องจากทางกองทัพภาคที่ 4 เอาจริง หากจับได้จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทรัพย์สินและยึดทรัพย์ต่อไป

 แหล่งข่าวรายเดิม ระบุอีกว่า ในพื้นที่ อ.สะเดา นั้น ทราบข่าวมาว่า มี 1 รายที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและตรวจยึดปั๊มหลอด รวมถึงบ้านพักเอาไว้ เพื่อรอตรวจสอบเอหสารหลักฐานที่มาของทรัพย์สินต่อไป หากไม่มีเอกสารหลัฐานยืนยัน ก็จะถูกตรวจยึดทันที

 "นอกจากนี้บรรดารถยนต์ต่างๆของไทย ที่ผ่านเข้า-ออก บริเวณด่านพรมแดน ทางเจ้าหน้าที่ของด่านก็เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบขึ้น พร้อมกับกำหนดว่าหากรถยนต์ที่ข้ามแดนมาฝั่งไทย น้ำมันภายในถังน้ำมันรถ จะต้องไม่เกิน 70 ลิตร โดยทางเจ้าหน้าที่จะเรียกทำการตรวจสอบอย่างละเอียด อย่างข้อมูลนี้ที่รับทราบมา

 ซึ่งไม่รู้จริงหรือเท็จอย่างไร คือ เมื่อรถยนต์ชาวไทยที่ต้องสงสัยว่าอาจจะพัวพันธุรกิจค้าน้ำมันเถื่อนจะข้ามแดนไปยังมาเลเซีย ทางเจ้าหน้าที่บริเวณด่านก็จะตรวจดูเข็มบอกระดับน้ำมันในถังรถยนต์เพื่อตรวจสอบ รวมถึงการนำเหล็กเส้นยาวที่ทำขึ้นมาเหย่ลงไปในถังน้ำมันเพื่อวัดระดับน้ำมัน โดยเฉพาะในกรณีข้ามแดนกลับเข้ามาฝั่งไทย"
 
 แหล่งข่าวรายนี้ กล่าวและว่า เพราะฉะนั้นด้วยมาตรการปราบปรามของความเด็ดขาดในการสกัด จับกุม ปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายประเภทนี้ ส่งผลให้แค่เพียง 1 สัปดาห์เศษ น้ำมันเถื่อนขาดตลาดอย่างหนัก หากรัฐบาลหรือหน่วยงานเอาจริงเอาจังในการปราบปรามไปตลอดต่อเนื่อง เชื่อว่าจะสามารถสกัด ปราบปรามให้หมดสิ้นได้แน่นอน