
"สนธยา"แยกตัวภท.ตั้งพรรค"พลังชล"
"สนธยา"แยกตัวจากภท.แล้ว ยอมรับตั้งพรรคพลังชล ตั้งเป้า 12 ส.ส. อ้างเป็นพรรคพลังน้ำใจที่จะปรองดอง
เวลา 13.10 น.(28เม.ย.) นายสนธยา คุณปลื้ม ในฐานะที่ปรึกษาพรรคพลังชล นำคณะนักลงทุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าเยี่ยมคารวะ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายสนธยากล่าวถึงการแยกตัวออกมาตั้งพรรคพลังชลว่า เราตั้งพรรคใหม่ในนามพรรคพลังชล ตอนนี้อยู่ระหว่างจัดตั้งและอยู่ระหว่างการพิจารณาของกกต. โดยสำนักงานใหญ่อยู่ที่ จ.ชลบุรี หัวหน้าพรรคคือนายเชาวน์ มณีวงศ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพาและอดีตส.ว.ชลบุรี ส่วนจะเปิดตัวพรรคเมื่อใดนั้นกำลังดูเวลาที่เหมาะสม ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมแล้ว เพราะได้แบ่งงานชัดเจน
“ผมจะอยู่ในตำแหน่งใดของพรรคนั้น คิดว่าคงจะเหมือนนายบรรหาร ศิลปอาชา และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กับคนอื่นๆที่ทำงานร่วมกัน ถือว่าตรงนี้จะอยู่ในฐานะที่ปรึกษา และไม่ได้มีข้อห้ามทางกฎหมายกับสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 สำหรับคนในครอบครัวผมนั้น ภรรยาผม(นางสุกุมล คุณปลื้ม) เปิดตัวนานแล้ว ลงสมัครใน จ.ชลบุรีแบบเขต และได้ลาออกจากพรรคภูมิใจไทยแล้ว” นายสนธยา กล่าว
เมื่อถามว่าเหตุที่ย้ายออกจากพรรคภูมิใจไทย เป็นเพราะกระแสในพื้นที่ไม่ตอบรับจึงต้องย้ายมาตั้งพรรคเอง นายสนธยา กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมองกันว่ากลุ่มชลบุรี และตนทำงานการเมืองมานาน และประชาชนก็เห็นว่าบ้านเมืองเป็นแบบนี้ก็น่าจะทำพรรคของตัวเอง โดยอยู่ตรงกลางเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เมื่อได้รับเสียงสนับสนุนจากคนในพื้นที่ จึงเป็นแรงผลักดันให้ตั้งพรรค
สำหรับนโยบายของพรรคที่เสนอให้ กกต.พิจารณา นั้น เป็นนโยบายเป็นภาพรวม แต่หลักๆ จะครอบคลุมทั้งหมด เช่น การลงทุน อุตสาหกรรม เกษตร การท่องเที่ยว การสร้างความสามัคคีปรองดอง และจุดเด่นอีกด้านคือ กีฬาที่จะเป็นตัวเชื่อมประชาชนและสร้างสังคมที่เข้มแข็ง รวมทั้งการพัฒนาภาคตะวันออก และภาคอื่นๆที่พรรคมีสมาชิกที่จะลงสมัครส.ส. พรรคจะทำงานการเมืองเพื่อทุกคนโดยรวม ไม่ใช่เฉพาะส่วนภูมิภาค
เมื่อถามว่าคาดว่าจะได้ส.ส.กี่คน นายสนธยา กล่าวว่า คาดว่าจะได้ 12 ส.ส. เมื่อถามว่าส.ส.จากพรรคภูมิใจไทยจะย้ายมาร่วมงานด้วยหรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า ณ วันนี้รอให้มีการตั้งพรรคให้เรียบร้อย ส่วนผู้สมัครหรือกลุ่มการเมืองที่จะมาร่วมงานกับพรรคพลังชล จะมีการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พรรคพร้อมเปิดกว้างรับส.ส.หรือผู้ที่จะทำงานการเมืองร่วมกับพรรค แต่จะเน้น จ.ชลบุรี เป็นเป้าหมายหลัก เมื่อถามว่าคาดว่าจะได้ส.ส.ในภาคตะวันออกเท่านั้นหรือไม่ และจะส่งผู้สมัครส.ส.ครบทุกเขตหรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า ส.ส.ที่จะมาร่วมงานกับพรรคมาจากทุกภาค
เมื่อถามว่า จะกวาดส.ส.ชลบุรีหมดเลยหรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า “ต้องให้คนเมืองชลเป็นผู้ตัดสินเพราะมีพรรคที่กำเนิดในจ .ชลบุรี และรวมตัวของคนชลบุรีจะเป็นก้าวเเรกไปสู่การเป็นพรรคหลักของประเทศในอนาคต และหวังว่าคนชลจะสนับสนุนพรรคชลบุรีในเบื้องต้น และสมาชิกในทุกภาคที่จะทำงานในนามพรรค อย่าลืมว่าพรรคพลังชลไม่ใช่พรรคชลบุรี แม้ชื่ออาจพ้อง แต่เป็นพรรคหนึ่งที่เกิดในจ.ชลบุรี เป็นพรรคที่แสดงถึงพลังแห่งน้ำใจที่จะมาร่วมปรองดองในการพัฒนาประเทศ”
เมื่อถามว่า ส.ส.ที่ระบุว่าจะย้ายมาร่วมงานด้วยนั้น มีส.ส.ภาคกลางจากพรรคชาติไทยพัฒนา หรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า “เดี๋ยวหัวหน้าว่าเอา (นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย) หัวหน้าบอกว่า อย่ามาดึงไป” เมื่อถามว่าจะมีส.ส.พรรคเพื่อไทยย้ายมาหรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า ใกล้เคียง
ส่วนการส่งผู้สมัครส.ส.ในนามพรรคนั้น นายสนธยา กล่าวว่า ส.ส.ที่จะมาทำงานกับกลุ่มชลบุรีในนามพรรคพลังชล จะมีจากทุกภาคยกเว้นภาคใต้เท่านั้นที่ยังไม่มีผู้สมัคร ส่วนการทำงานการเมืองในช่วงที่ผ่านมากลุ่มชลบุรีสามารถทำงานกับพรรคและกลุ่มต่างๆได้ทั้งหมด โดยยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การที่แยกตัวจากพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหาอะไร และถือเป็นเรื่องปกติ



