
พท.ชูนโยบายหนึ่งนักเรียน-หนึ่งแท็บเล็ต
เพื่อไทยชูนโยบายหนึ่งนักเรียน หนึ่งแท็บเล็ต เจ๋งกว่าบรอดแบรนด์แห่งชาติ ผุดอี-บุ๊ครองรับการศึกษาของนร. แจงประเทศพัฒนาได้ประชากรต้องมีคุณภาพ
(28เม.ย.)นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายใหม่ที่น่าจับตามองของพรรคเพื่อไทยคือ นโยบายหนึ่งนักเรียน หนึ่งแท็บเล็ต(คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก) พร้อมเอดีเอสแอลและ wifi(อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง) เพราะจะเป็นการเปลี่ยนประเทศนี้ให้มีความสามารถแข่งขันเพิ่มขึ้น
รัฐบาลชุดปัจจุบันพยายามพูดถึงนโยบายบรอดแบรนด์แห่งชาติ เป็นเพียงคำพูดที่ดูดีแต่จับต้องไม่ได้ ไม่เหมือนกับนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เห็นว่าในอนาคตหากเยาวชนไทยไม่รู้จักการใช้คอมพิวเตอร์และการเข้าถึงเอดีเอสแอลหรืออินเตอร์เนตความเร็วสูงแล้วก็เท่ากับอนาคตของเยาวชนคนนั้นจะไม่สามารถมีความก้าวหน้าได้เลย เพราะสังคมในปัจจุบันและในอนาคตจะเป็นสังคมข้อมูลข่าวสารที่จะเกิดขึ้นในอินเตอร์เน็ต การหาข้อมูลและการเรียนรู้อีกทั้งการซื้อขายสินค้าและบริการ การติดต่อสื่อสารในโลกจะต้องอาศัยระบบอินเตอร์เน็ต
การแจกคอมพิวเตอร์แบบแท็บเล็ตให้กับนักเรียนทุกคนตั้งแต่ประถมหนึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับเยาวชนไทยได้อย่างดีที่สุด เยาวชนทุกคนจะได้มีโอกาสเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์และเข้าถึงแหล่งข้อมูล อีกทั้งสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ทั้งนี้รัฐบาลก็จะต้องสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตให้กับเยาวชนด้วยโดยจะต้องจัดให้มีระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงพร้อม wifi ไปยังโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ อีกทั้งสถานที่ราชการและสถานที่สาธารณะอื่น ๆ โดยไม่คิดค่าบริการ
ทั้งนี้ เพื่อให้เยาวชนที่ใฝ่เรียนรู้สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ได้อย่างทั่วถึง ผู้ที่ไม่อยากตายจนต้องไม่ตายจนตามความเห็นของนายบิล เกตต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกโดยที่รัฐบาลจะต้องทำโปรแกรมการศึกษาและระบบตำราในลักษณอี-บุ๊คไว้รองรับการศึกษาของนักเรียน และการป้องกันการเข้าถึงเว็ปที่ไม่เหมาะสมสำหรับเยาวชนด้วย หากสามารถทำได้ประเทศไทยจะพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งอย่างแน่นอน และเยาวชนที่จะโตขึ้นในอนาคตจะมีองค์ความรู้ที่เพียงพอจะแข่งขันกับเยาวชนของประเทศอื่นได้อีกด้วย
ประเทศที่จะสามารถก้าวหน้าเป็นผู้นำได้จะต้องมีประชาชนที่มีความรู้ความสามารถอย่างเพียงพอ นโยบายนี้จะเป็นนโยบายการเปลี่ยนแปลงความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถของเยาวชนที่จะเติบโตเป็นพลังของชาติในอนาคต เพราะคุณภาพของประชาชนจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศทุกประเทศให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ส่วนที่ห่วงกันว่าราคาแท็บเล็ตจะแพงไปหรือไม่นั้น จากการสำรวจพบว่าราคาแท็บเล็ดในประเทศจีนและประเทศอินเดียมีราคาเพียง $100-$200 ขึ้นกับความสามารถในการใช้สอย ซึ่งประเทศไทยจะต้องซื้อถูกกว่านี้อีกหากซื้อเป็นจำนวนมาก



