
คาดสั่งคดีพธม.บุกทำเนียบ28มิ.ย.นี้
ส่งสำนวนแกนนำพธม.บุกล้อมทำเนียบ - รัฐสภา 7 ต.ค.51 อัยการ ส่วนสนธิขอเลื่อนรอรายงานตัว 26 พ.ค ขณะที่อัยการนัดสั่งคดี 28 มิ.ย.นี้
เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รอง ผบก.น.1 ในฐานะพนักงานสอบสวน บช.น. พร้อมคณะ นำ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พธม. นายอมร อมรรัตนานนท์ นายสาวิตร แก้วหวาน นายอำนาจ พละมี และนางมาลีรัตน์ แก้วก่า เข้าพบนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา เพื่อส่งมอบสำนวนพยานหลักฐาน และความเห็นสมควรสั่งฟ้อง 2 สำนวนที่กลุ่มพันธมิตร ฯ บุกล้อมอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 และสำนวนคดีที่ปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล
ภายหลังนายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ ทนายความกลุ่มพันธมิตร ฯ กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวน นัดส่งตัวผู้ต้องหาสำนวนบุกทำเนียบและทำให้เสียทรัพย์ ที่มีนายพงษ์ศักดิ์ ศิริวงศ์ มอบอำนาจเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวหา พล.ต.จำลอง , นายสนธิ ลิ้มทองกุล , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข , นายพิภพ ธงไชย , นายสมเกียรติ์ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำ พธม. และนายสุริยะใสผู้ประสานงานพธม.ขณะที่วันนี้นายสนธิ ไม่ได้เดินทางมา โดยขอเลื่อนนัดเข้าพบไปเป็นวันที่ 26 พ.ค.นี้ เนื่องจากเหตุไม่สบาย และเรื่องความปลอดภัยด้วย
ส่วนสำนวนที่กล่าวหาบุกล้อมอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.51 นั้นมีผู้ต้องหารวม 24 คน ซึ่งพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง 3 คน ประกอบด้วย น.ส.กมลพร วรกุล ผู้ดำเนินรายการผู้จัดการเล่าข่าวเช้าบนเวทีปราศรัย พธม. นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จึงเหลือผู้ต้องหาที่มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องเพียง 21 คน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวมาให้อัยการแล้ว 2 คน คือนายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีต ส.ว. และนายสุชาติ ศรีสังข์ อดีตส.ส.มหาสารคาม ขณะที่วันนี้พนักงานสอบสวนได้นัดนำส่งผู้ต้องหาให้อัยการอีก 8 คน คือ นายพิภพ นายสมเกียรติ นายสมศักดิ์ นายสุริยะใส นายอมร นายสาวิตร นายอำนาจ และนางมาลีรัตน์ ส่วนผู้ต้องที่เหลือนั้นจะรอส่งตัวในวันที่ 26 พ.ค.นี้
นายสุวัตร ทนายความ กล่าวต่อว่า ในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 8 คนที่เข้ารายงานตัววันนี้ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกันเพราะชั้นสอบสวนผู้ต้องหาเข้ารายงานตัวโดยตลอด ทั้งนี้อัยการได้นัดสั่งคดีทั้ง 2 สำนวนในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. อย่างไรก็ดีระหว่างนี้ตนในฐานะทนายความ จะได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมอัยการสูงสุด พิจารณาสั่งสำนวนอีกครั้งหนึ่งด้วย โดยการร้องขอความเป็นธรรมจะเน้นวัตถุประสงค์การชุมนุมของพธม.ที่ออกมาต่อสู้ปกป้องรัฐธรรมนูญปี 2550 และการที่ พธม.ยกระดับขับไล่รัฐบาล สืบเนื่องจากกรณีที่นายนพดล ปัทมะ ตัดสินใจทำจอยส์คอมมูนิเก กับประเทศกัมพูชา ที่ให้กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหารเพียงฝ่ายเดียว
ขณะที่เวลานี้เห็นได้แล้วว่าป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดนายนพดล ว่ามีความผิดพร้อมกับนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เนื่องจากนายสมัคร เสียชีวิตแล้วเหตุแห่งความตายจึงทำให้คดีอาญาระงับไป ซึ่งการร้องขอความเป็นธรรม จะเน้นเรื่องการปกป้องรัฐธรรมนูญ และดินแดน โดยเราจะใช้กฎหมายมหาชนสู้ และจะให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมพยานในส่วนนักวิชาการ และผู้ที่ร่วมชุมนุม เพราะความคดีอาญา จะมีความผิดหรือไม่ อยู่ที่เจตนา ขณะที่อัยการ ได้บอกแล้วว่า การพิจารณาจะต้องมองทั้งสำนวน สำหรับสำนวนคดีที่ถูกกล่าวปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมืองนั้น จะนัดส่งตัวในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 114 คนจะมาครบหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้
เมื่อถามถึงคดีที่ 9 แกนนำและแนวร่วมพันธมิตร ฯ กกล่าวหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และยุยงให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดิน โดยเมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215 และ 216 สืบเนื่องจากกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้บุกเข้าไปชุมนุมต่อเนื่องในทำเนียบรัฐบาล เป็นเวลาถึง 193 วัน เมื่อปี 255 1 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาสั่งคดีด้วยนั้น นายสุวัตร ทนายความ กล่าวว่า อัยการยังไม่มีความเห็น เพราะได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเช่นกัน



