ข่าว

'หลวงพ่อคูณ'อวยพรทหารพ้นภัยเขมร

'หลวงพ่อคูณ'อวยพรทหารพ้นภัยเขมร

28 เม.ย. 2554

อาการอาพาธหลวงพ่อคูณดีขึ้นมากเตรียมกลับวัดบ้านไร่วันเสาร์นี้ คณะแพทย์ติดวงจรปิดในห้องผู้ป่วยให้ศิษย์ญานุศิษย์ได้ดูแทนการให้เข้าเยี่ยม หลวงพ่อคูณอวยพรเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทยกัมพูชาให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง

(28เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หลังจากที่เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 54 ที่ผ่านมา ลูกศิษย์ใกล้ชิดได้นำตัวหลวงพ่อคูณส่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เนื่องจากมีอาการอ่อนเพลีย มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ และอาเจียน ซึ่งแพทย์ได้ตรวจพบว่าหลวงพ่อคูณมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด แพทย์จึงให้น้ำเกลือและให้ยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ

  ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (28 เม.ย. 54) นายแพทย์พินิจจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด และเป็นแพทย์ประจำตัวของหลวงพ่อคูณ ได้เข้าตรวจอาการหลวงพ่อคูณพบว่า หลวงพ่อคูณมีอาการดีขึ้นมาก สามารถลุกขึ้นเดินออกกำลังกายเบาๆได้ และฉันภัตตาหารได้มาก ไม่คลื่นไส้และอาเจียน ไม่มีอาการไข้ ความดันและชีพจรปกติและได้เปลี่ยนการให้ยาปฏิชีวนะแบบฉันท์แทนการให้ทางหลอดเลือดดำวันนี้(28เม.ย.54)เป้นวันแรก โดยแพทย์ยังคงสั่งห้ามเยี่ยมอย่างเด็ดขาดเพื่อให้หลวงพ่อคูณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งหากหลวงพ่อคูณไม่มีอาการอาพาธแทรกซ้อนวันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2554 นี้แพทย์ก็จะอนุญาตให้กลับวัดบ้านไร่ได้

  หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ได้กล่าวให้พรเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวชายแดนไทย-กัมพูชาทุกคนว่า ขอให้ทุกคนรอดพ้นแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง รวมทั้งให้การปฏิบัติงานสำเร็จทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

  อย่างไรก็ตามขณะนี้คณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้นำกล้องวงจรปิดไปติดตั้งไว้ภายในห้องพักผู้ป่วยของหลวงพ่อคูณ เพื่อให้ศิษย์ญานุศิษย์ที่เดินทางมาเยี่ยมอาการอาพาธที่โรงพยาบาลดูภาพจากกล้องวงจรปิดแทนการเข้าเยี่ยมในห้องพักผู้ป่วย เนื่องจากคณะแพทย์ได้สั่งให้งดเยี่ยมอย่างเด็ดขาด เพื่อต้องการให้หลวงพ่อได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันลูกศิษย์ใกล้ชิดของหลวงพ่อคูณทุกคนหากเข้าใกล้ตัวหลวงพ่อคูณในระยะ 2 เมตรก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกอย่างมิดชิด รวมทั้งต้องล้างมือให้สะอาดก่อนเข้าใกล้หลวงพ่อทุกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้หลวงพ่อคูณติดเชื้อแทรกซ้อน

  ด้านนายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า อาการอาพาธของหลวงพ่อคูณฯ ดีขึ้นกว่าวันแรกมากแล้ว อาการหนาวสั่นไม่มีแล้ว ฉันอาหารได้ขึ้นมาก ทางคณะแพทย์คงจะฉีดยาฆ่าเชื้ออีก 1 วันคือวันนี้ และพรุ่งนี้เราจะเปลี่ยนเป็นยาฉัน และพอครบตามเกณฑ์ก็จะนิมนต์กลับวัดบ้านไร่ได้แล้ว แต่ตอนนี้อยากให้ท่านได้รับยาจนครบชุดเชื้อโรคจะได้หมดไปจะได้ไม่มีการดื้อยาภายหลัง แต่เราห่วงเรื่องน้ำหนักตัวของท่าน เพราะน้ำหนักลดลงในช่วง 2-3 เดือนนี้ค่อนข้างมากจากเดิมประมาณ 40-41 กิโลกรัม ตอนนี้เหลือ 35 กก. ซึ่งยังต้องทำน้ำหนักให้ขึ้นไปเพื่อจะได้แข็งแรง และจะได้มีภูมิต้านทานโรคได้ดี อาการตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว ท่านดีขึ้นเรื่อยๆ คงจะกลับวัดบ้านไร่ใน 1 - 2 วันนี้ประมาณวันที่ 30 เม.ย.54 ส่วนผลการเพาะเชื้อที่คณะแพทย์ตรวจหลายแห่งทั้งปัสสาวะ ปอด ภายในช่องท้อง หัวใจ ไต ตรวจเลือด ตรวจน้ำตาลในเลือด ไม่พบความผิดปรกติ และก็ไม่พบเชื้อว่า สาเหตุของการติดเชื้ออยู่ที่ไหน แต่เป็นธรรมดาส่วนใหญ่ก็จะหาไม่ค่อนเจอ แต่เราดูตามอาการถ้าอาการเป็นการติดเชื้อก็จะให้ยาเลย เพราะจะไปรอหาเชื้อให้เจอบางทีไม่เจอและอาการจะหนักเสียก่อน คณะแพทย์ตัดสินใจให้ยาตั้งแต่วันแรกทันที

 "ตอนนี้อาการตอบสนองดี และอาการท่านไม่หนักหนามาก ไม่มีอะไรแทรกซ้อนด้วย ส่วนที่หลวงพ่อฯเริ่มบ่นอยากกลับวัดบ้านไร่แล้วนั้น อย่างเร็วน่าจะอีก 2 วันโดยอาจจะเป็นวันเสาร์ที่ 30 เม.ย.นี้ ถ้าอาการดีขึ้นอย่างนี้ ซึ่งผลการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการ ปออกมาหมดแล้วไม่พบความผิดปรกติอะไร คณะแพทย์ทำการตรวจทุกระบบครบหมด ส่วนเบาหวานหลวงพ่อเป็นอยู่แล้วเป็นประจำรักษาเบาหวานมาตลอด และน้ำตาลในเลือดเมื่อวานยังไม่ดีขึ้น แต่วันวันนี้ก็ลงมาอยู่ในเกณฑ์ปรกติแล้ว ซึ่งคณะแพทย์ได้ให้ยาฉีดเบาหวานด้วย และยาปฏิชีวนะยาฆ่าเชื้อทางการฉีด ส่วนการเพิ่มน้ำหนักเราก็พยายามช่วยกันหาสูตรโภชนาการและหาอาหารเสริมให้หลวงพ่อ แต่ปัญหาคือหลวงพ่อไม่ชอบฉันอาหารที่เป็นพวกอาหารเสริม ท่านชอบอาหารพื้นบ้าน ซึ่งอาหารจำพวกนี้เพิ่มน้ำหนักได้น้อยและไม่ค่อยมีไขมัน ไม่ค่อยมีโปรตีน เราก็พยายามกระตุ้นให้หลวงพ่อฉันให้เยอะมากๆ ซึ่งเราต้องให้เป็นเองท่านฉันได้เองถึงจะมีน้ำหนักขึ้นได้ถาวรและระยะยาว"

 นพ.ธีรพล กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามมาตรการของคณะแพทย์ 1.อยากให้มีผู้เข้าเยี่ยมน้อยที่สุด โดยเราถ่ายทอดทางทีวีวงจรปิด จากภายในห้องของหลวงพ่อมาไว้หน้าหอพักผู้ป่วย เพื่อให้ญาติโยมที่มาเยี่ยมหลวงพ่อได้เห็นตลอด ไม่จำเป็นต้องเข้าไปใกล้ชิด 2. ผู้ดูแลใกล้ชิดคือ ลูกศิษย์ กับญาติสนิทเราให้ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทุกครั้งที่เข้าไปปรนนิบัติ และใส่หน้ากากอนามัยปิดปาก จมูก เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าไปทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติอย่างนี้ไม่มียกเว้น