
ทหารจับอดีตผู้ใหญ่บ้านสงสัยสปายเขมร
ทหารไทยจับอดีตผู้ใหญ่บ้านหนองคันนา อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ สงสัยเป็นสายลับให้เขมร ทหารเขมรยิงทั้งคืนส่งผลทหารไทยดับ1นาย "สุเทพ" อัดสื่อต่างชาติวิจารณ์คลาดเคลื่อน กล่าวหาไทยปะทะเขมร หวังผลการเมืองในประเทศ โยนกต.เร่งแจงองค์กรระหว่างประเทศ ชี้ ฮุนเซน แข็ง
(28เม.ย.) เวลา 10.30 น. ทหารไทยได้รับแจ้งจากชาวบ้านหนองคันนาว่า มีอดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง โทรศัพท์ตลอดเวลาและมีเครื่องโทรศัพท์หลายเครื่อง อยากจะให้ทหารไปตรวจสอบเนื่องจากเกรงจะเป็นสายลับให้กับฝ่ายกัมพูชา เนื่องจากตลอด 2 วันที่ผ่านมา ทหารกัมพูชาได้ยิงจรวด บีเอ็ม 21 มาถล่มที่หมู่บ้านหนองคันนาตลอดเวลา เกรงจะมีสายลับส่งข่าวให้
ต่อมาทหารไทยได้เข้าไปคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 คน ในจำนวนนี้เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองคันนา อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ รวมอยู่ด้วยทราบชื่อคือนายสนัด พิมพ์เก่า อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 89 ม. 8 ต. ตาเมียง พร้อมเครื่องโทรศัพท์หลายเครื่อง โดยมีเบอร์ติดต่อโทรศัพท์ออกไปยังประเทศกัมพูชาหลายครั้ง ล่าสุดได้นำตัวไปสอบปากคำที่สภ.พนมดงรักแล้ว และถูกปล่อยตัวออกมาคนเเรกเพราะไม่มีหลักฐาน
ส่วนผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 รายที่ยังสอบสวนอยู่ยังให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยทางตำรวจจะสอบสวนครบ 48 ชั่วโมงเเล้วหากยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดก็ต้องปล่อยตัวในที่สุด
ทั้งนี้เมื่อสอบสวนต่อโดยการตรวจสอบหมายโทรศัพท์มือถือ พบว่าเป็นหมายเลขโทรศัพท์แปลกๆ หลายเบอร์ และคาดว่าน่าจะเป็นรหัสของทางฝั่งประเทศกัมพูชา ซึ่งตอนนี้ได้ส่งหมายเลขที่ต้องสงสัยไปยังเครือข่ายโทรศัพท์ของผู้ต้องสงสัยเพื่อตรวจสอบ
แหล่งข่าวทหารกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ หากเป็นภาวะปกติสามารถโทรศัพท์ข้ามประเทศไปยังฝั่งกัมพูชาได้ตามปกติ แต่ในช่วงนี้เป็นไปได้ไม่ควรที่จะโทรศัพท์ไปทางฝั่งนั้นโดยเฉพาะคนในพื้นที่ เพราะจะทำให้ต้องสงสัยว่าอาจจะเป็นสายลับให้ทางกัมพูชา เเม้ว่าอาจจะเป็นหรือไม่เป็นสายลับก็ได้
พ.ต.ต.บุญชอบ ใจกล้า สารวัตรสอบสวน สภ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เปิดเผยถึงการสอบปากคำเบื้องต้นของผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 คนจะเป็นสายลับของกัมพูชาหรือไม่ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ควบคุมตัวนายสนัดนั้น ทั้งนี้ทางทหารได้สังเกตพฤติกรรมพบว่า ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาเขมรได้ยิงจรวด บีเอ็ม 21 มาถล่มที่หมู่บ้านหนองคันนาตรงตามเป้าหมายจนผิดสังเกต และก่อนที่จะเข้าควบคุมตัวได้มีโทรศัพท์ที่คาดว่ามาจากกัมพูชาเข้ามายังเครื่องโทรศัพท์ของนายสนัด แต่ยังไม่ทันได้รับโทรศัพท์ ก็ถูกควบคุมตัวมาสอบปากคำที่สภ.พนมดงรักเป็นรายเเรกเสียก่อน
"หลังจากนั้นจึงได้นำกำลังเข้าควบคุมตัวอีก 2 คน คือ นายคำพัน วงศ์ษา อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ม.3 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เคยไปทำไร่ทางฝั่งกัมพูชาและถูกทหารทางฝั่งกัมพูชาสอบสวนก่อนที่จะปล่อยตัวกลับมาเมื่อไม่นานมานี้ 2.นายเสริมสุข โพธิ์ชัยเลิศ อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 86 ม.3 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งขณะนี้กำลังสอบปากคำทั้งหมดอยู่" พ.ต.ต.บุญชอบ
ทหารเขมรยิงทั้งคืนส่งผลทหารไทยดับ1นาย
ส่วนการปะทะกันของทหารทั้งสองฝ่ายเริ่มขึ้นตลอดทั้งคืนวันที่ 28 เม.ย. จนถึงเช้าวันที่ 29 เม.ย. บริเวณปราสาทตาควาย และช่องกร่าง นายสี พาเชื้อ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองคันนา ต.ตาเนียง อ.พนมดงรัก บอกว่า ตลอดทั้งคืนมีการปะทะกันของทหารทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะเวลา 04.25 น. มีเสียงดังคล้ายปืนใหญ่ดังติดต่อกันกว่า 10 นัด ทำให้เจ้าหน้าที่ รวมทั้งชรบ.ที่รักษาความปลอดภัยต้องไปหลบในที่กำบัง
นอกจากนี้จากการสำรวจหลายหมู่บ้านตามแนวชายแดน พบว่ามีร่องรอยกระสุนปืนตกใส่ได้รับความเสียหาย ส่วนในพื้นที่ที่เกิดเหตุปะทะ ทางเจ้าหน้าที่ได้อพยพประชาชนออกมาอยู่ที่ศูนย์อพยพจนหมดแล้ว โดยมีทหาร และ ชรบ.คอยดูแลทรัพย์สินและความปลอดภัยให้กับประชาชน และหากหมู่บ้านใดมีอาสาสมัครที่ต้องการอยู่ในหมู่บ้าน ให้จดชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ไว้ เพื่อจะได้รู้จำนวนของชาวบ้าน เพื่อให้การดูแลอย่างทั่วถึง
และในช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. พล.ท.สหชาติ พิพิชกุล กรมแพทย์ทหารบกได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจทหาร เจ้าหน้าที่คณะแพทย์และพยาบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้บาดเจ็บจากการปะทะ พร้อมมอบพระพุทธรูปให้ นายแพทย์อภิสรรค์ บุญประดับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพนมดงรักไว้เป็นกำลังใจ จากการปะทะกันตลอดทั้งคืน มีทหารได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ ร.ต.อุทัย หมื่นอะภัย สังกัด หน่วยรบพิเศษ 1 พัน 2 จ.ลพบุรี
โฆษกทภ.2ไม่ยันมทภ.2ไปเขมรหารือหยุดยิง
พ.อ.ประวิทย์ หูแก้ว โฆษกกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่า พล.โท.ธวัขชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ได้หารือกับทางทหารกัมพูชา คือ พล.อ.เจียร์ มอน ที่บ่อนโอร์เสม็ด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อหยุดยิงและให้ทั้งสองฝ่ายฟังคำสั่งของ รมว.กลาโหมของสองประเทศว่า ไม่ทราบข้อมูล เพราะตนอยู่ในพื้นที่จ.สุรินทร์ แต่ไม่ทราบเรื่องนี้เลย ขอเวลาตรวจสอบสักนิดหนึ่ง ถึงจะแจ้งข้อมูลได้
"สุเทพ"อัดสื่อเทศกล่าวหาไทยปะทะเขมร
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ไทยถูกสื่อต่างประเทศวิจารณ์เรื่องข้อขัดแย้งไทย-กัมพูชาว่าไทยหวังผลการเมืองภายในประเทศ และเงื่อนไขการเจรจาทวิภาคีไม่น่าจะนำมาเป็นเงื่อนไขที่ตายตัว ทำให้ไม่มีทางออก ว่า การวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติ แต่เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศจะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชาวโลกได้เข้าใจว่าแท้ที่จริงแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มต้น ถือเป็นการวิจารณ์ที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง และพวกเรากันเองที่มีโอกาสที่จะพูดจาในฐานะเป็นคนไทยเจ้าของประเทศก็ต้องให้คนต่างประเทศได้รู้ว่า ทั้งหมดที่ วิพากษ์วิจารณ์ไปไม่ตรงกับความเป็นจริง
ต่อข้อถามที่ว่า เรื่องนี้ชักจะไปสู่เวทีโลก เพราะต่างฝ่ายต่างไปดึงเอาชาติมหาอำนาจ มาสนับสนุน นายสุเทพ กล่าวว่า เราไม่ได้ไปดึงใครมาสนับสนุน สิ่งที่เราดำเนินการเพียงแต่เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นให้มิตรประเทศทั้งหลายได้เข้าใจเท่านั้นเอง เชื่อว่ายังมีทางที่พูดคุยกันและในที่สุดจะนำไปสู่การเจรจา ต้องยอมรับว่าในตอนที่เกิดเรื่องใหม่ๆ มันอาจจะยากหน่อย แต่ในที่สุดต้องเจรจากัน
ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นของฝ่ายไทย ไม่ว่ากรณีที่ทหารกัมพูชายิงเข้ามาทำให้บ้านเรือนประชาชนหรือโรงพยาบาลเสียหาย เราจะนำไปฟ้องต่อศาลโลกได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็คงเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องรายงานให้องค์กรระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นอาเซียน สหประชาชาติได้เข้าใจ แต่ไทยคงไม่มีเจตนาที่จะไปฟ้องร้องอะไรอย่างนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่าทีที่แข็งกร้าวของสมเด็จฮุนเซน นายกฯกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 เม.ย.จะทำให้การเจรจาเกิดขึ้นได้หรือไม่ นายุสเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติท่าทีของผู้นำกัมพูชาก็อยู่ในลักษณะอย่างนี้ เราก็เห็นอยู่แล้ว จึงต้องใจเย็นและอดทน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงแม้ว่าสมเด็จฮุนเซน จะออกมาให้สัมภาษณ์ถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีด้วยถ้อยคำรุนแรงก็ยังยืนยันว่ายังสามารถพูดคุยกันได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ในที่สุดก็ต้องพูดคุยกัน สงครามมีแต่ความเสียหาย บาดเจ็บล้มตาย เสียหายทางเศรษฐกิจ เดือดร้อนต่อประชาชน และประเทศไทยเราไม่ใช่ชาติที่กระหายสงคราม เราต้องการอยู่กับเพื่อนบ้านอย่างสันติสุข เราต้องยึดแนวนี้ต่อไป
นายสุเทพกล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ล่าสุดที่ยังคงมีการปะทะกันตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 27 เม.ย.นั้น ก็ยังไม่หยุด แต่ให้ความมั่นใจได้ว่ากองทัพของเราก็รักษาอธิปไตยของเราอย่างเข้มแข็งแข็งแรงเพียงพอ และไม่มีเจตนาที่จะรุกรานเพื่อนบ้าน และคิดว่า เรื่องนี้ยังไม่ควรที่จะนำเข้าไปหารือในเวทีอาเซียน คิดว่าสองประเทศมาคุยกันดีกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมเดินทางไปเยือนจีน มีรายงานมาหรือไม่ว่ามีโอกาสที่จะได้พบหารือกับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกฯและรมว.กลาโหมของกัมพูชาหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานมา
" นายกฯได้เรียกประชุมปรึกษาหารือทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทยและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอดเวลา เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่เคยเห็นอะไรขัดแย้งกันเลย ไม่เคยพูดหรือทำอะไรขัดแย้งกัน แต่ก็ดันทุรังไปว่ามีปัญหาได้ คิดว่าไม่เจตนาดีต่อบ้านเมืองเลย "



