
ศรีลังกาเขม่นสหประชาชาติถูกกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงคราม
โคลัมโบ-รมต.ศรีลังกาไม่ยอมรับรายงานสหประชาชาติ ที่ระบุว่าปฏิบัติการของกองทัพในการปราบกบฏพยัคฆ์ทมิฬเป็นการกระทำที่เข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงคราม ระบุเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพุธ (27 เม.ย.) ว่า รัฐมนตรีหลายคนในคณะรัฐบาลศรีลังกาได้ออกมาแสดงความไม่พอใจและไม่ยอมรับข้อกล่าวหารัฐบาลศรีลังกาว่า ปฏิบัติการเข้าข่ายก่ออาชญากรรมสงครามในการส่งกองทัพเข้าปราบปรามกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬในปี 2552 ตามที่สหประชาชาติระบุในรายงานฉบับล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (25 เม.ย.)
รัฐมนตรีศรีลังการะบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ และมีการตั้งข้อกล่าวหาจากข้อมูลที่ได้รับจากฝ่ายกบฏพยัคฆ์ทมิฬ ซึ่งพ่ายแพ้ต่อกองทัพรัฐบาล ทั้งยังเตือนด้วยว่า รายงานฉบับนี้อาจเป็นภัยต่อการสร้างความปรองดองภายในประเทศ หลังการสิ้นสุดสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานาน 26 ปี
ทั้งนี้ ยูเอ็นระบุว่า ชาวศรีลังกาเสียชีวิตหลายหมื่นคนจากการสู้รบในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของสงครามกลางเมือง ฝ่ายรัฐบาลและกบฏพยัคฆ์ทมิฬต่างกระทำการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ที่อาจเข้าข่ายการก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยกองทัพยิงปืนใหญ่เข้าไปในเขตห้ามบิน ที่มีพลเรือน โรงพยาบาล และหน่วยงานของยูเอ็น และมีการยิงสังหารพลเรือน ขณะที่กบฏพยัคฆ์ทมิฬเกณฑ์เด็กเข้าร่วมรบ จับตัวพลเรือนมาใช้เป็นโล่กำบัง และยิงประชาชนที่พยายามหลบหนี
นอกจากนี้รายงานยังวิจารณ์ว่า หน่วยงานยูเอ็นและผู้นำในเวทีระหว่างประเทศละเลยในการปกป้องชีวิตพลเรือนศรีลังกาด้วยเช่นกัน



