ข่าว

ปริศนาฆ่า"ผู้กำกับ"...จับผิดตัว?

ปริศนาฆ่า"ผู้กำกับ"...จับผิดตัว?

28 เม.ย. 2554

หลังสิ้นเสียงปืนที่กระหน่ำร่าง "พ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม" ขณะที่กำลังล้างรถตู้อยู่หน้าบ้านพัก ที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสวรรค์ จนสิ้นชีวิต...ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายไว้อย่างชัดเจน ซึ่งคนร้ายที่ลั่นไกสังหารนายตำรวจ มีใบหน้าคล้ายกับ "ณรงค์ ธงชัย"

 แต่ "ณรงค์ ธงชัย" ปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นกับคดีนี้ โดยมีพยานยืนยันแน่ชัดว่าวันที่เกิดเหตุเขาอยู่ที่ จ.นครพนม !!

 คดีสังหารโหด พ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล เกิดขึ้นบริเวณหน้าตึกแถวหลังหนึ่ง เขตเทศบาลนครสวรรค์ ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 19 เมษายน ที่ผ่านมา

  นายณรงค์ ธงชัย อายุ 43 ปี กลายเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1 ที่ชุดสืบสวนต้องการตัวมากที่สุด ต่อมาคนใกล้ชิดของเจ้าของฉายา "ภาพ 100 ศพ" แจ้งเบาะแสกับทีมงานสืบสวนประจำศูนย์ปราบปรามมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) รรท.ผบช.ภ.1 ว่าพบเห็น นายณรงค์ ธงชัย อายุ 43 ปี ผู้ถูกกล่าวหาในคดีฆาตกรรม อยู่บริเวณตลาดโต้รุ่งเทศบาลเมืองนครพนม พล.ต.อ.อัศวิน สั่งการให้ พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ รอง จตร. พ.ต.อ.ฉัตรไชย เรียนเมฆ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า  รอง ผบก.จตร. พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พลฑิต ไชยรส ผกก.1 บก.ปปป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.สส.บก.น.2 และชุดสืบสวน ประสานงานกับ พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รอง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา ผบก.สส.ภ.4 เพื่อสืบสวนสอบสวนหาตัวนายณรงค์ในพื้นที่ จ.นครพนม

 การควานหาตัวของ นายณรงค์ เป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ในที่สุดชุดสืบสวนที่เฝ้ารอที่ตลาดโต้รุ่งเทศบาลนครพนม ได้พบเห็นนายณรงค์เดินอยู่ภายในตลาดเพื่อซื้อข้าวของเครื่องใช้ จึงแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน พร้อมแสดงหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ที่ 8536/2552 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2552 จังหวะนั้น นายณรงค์มีท่าทีตื่นตระหนกแต่ยอมจำนนโดยดี ไม่ต่อสู้ขัดขวางการจับกุม พร้อมทั้งให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในบางคดีที่ถูกออกหมายจับ ชุดสืบสวนสอบสวนจึงนำตัวนายณรงค์ มาตรวจค้นที่พักบริเวณเพิงพักในไร่มันสำปะหลังแห่งหนึ่งใน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

 หลังถูกจับกุม นายณรงค์ยืนยันต่อ "คม ชัด ลึก" ว่า คดีฆ่านายตำรวจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เพราะได้ย้ายมาอยู่กับภรรยาคนที่สองที่ตัวเมือง จ.นครพนม ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2553 ด้วยการช่วยกันทำมาหากินรับจ้างทำงานขับรถไถ ต่อมาเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ย้ายมารับจ้างทำไร่มันสำปะหลังที่บ้านโพน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ทำหน้าที่ขับรถไถได้เงินวันละ 200-300 บาทต่อวัน และตั้งแต่มาอยู่ที่ จ.นครพนม ยังไม่เคยออกนอกจังหวัดเลย

 "ผมเครียด ผมกลัวถูกจับ เพราะหลบหนีประกันชั้นศาลมาโดยตลอด คดีฆ่าผู้กำกับ ผมก็รู้มาโดยตลอดเพราะเพื่อนโทรศัพท์มาบอกว่าผมถูกออกหมายจับคดีนี้ ผมกลัวจนเครียด ผมไม่ได้เป็นคนทำ หรือไปฆ่าใครมากกว่านี้ ผมยอมรับว่าในอดีตเคยรู้จักผู้มีอิทธิพลในลักษณะเป็นซุ้มมือปืน เคยรับงานแรกฆ่านักการเมืองท้องถิ่น ต.แสนตอ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี แต่ถูกจับอาวุธปืนก่อน ผมสารภาพศาลกาญจนบุรี พิพากษาจำคุก 1 ปี และระหว่างหลบหนีประกันชั้นศาล ผมยอมรับว่าคดีฆ่าที่ สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง ผมได้รับการประกันตัวในชั้นศาล แต่ศาลออกหมายจับเพราะไม่ไปฟังคำพิพากษา นอกเหนือจากทั้งสองคดีนี้ ผมไม่ได้ทำ ไม่มีส่วนรู้เห็น โดยเฉพาะคดียิงนายตำรวจ ทุกสิ่งที่พูดผมมีพยานหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ของผมได้“ นายณรงค์ กล่าว

 เมื่อมีหลักฐานแสดงความบริสุทธิ์ ทำไมถึงไม่มามอบตัวตั้งแต่แรก นายณรงค์บอกว่า ความในใจอยากจะมอบตัวมาโดยตลอด แต่ไม่มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย ตลอดเวลาก็คิดแต่เรื่องนี้ จากที่เคยทำงานคลุกคลีอยู่ในแวดวงตำรวจแถวภาคตะวันออก มองว่าคดีนี้อาจมีเงื่อนงำ

 กรณีที่ถูกตั้งฉายาว่า "ภาพร้อยศพ" นายณรงค์นิ่งคิดก่อนตอบว่า ไม่รู้จะทำอย่างไร ดูเหมือนผมเป็นฆาตกรที่โหดร้าย ทั้งที่เคยจะยิงคนแค่คนเดียว แต่ถูกตั้งฉายาว่าร้อยศพ !!

 อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.อัศวินเปิดเผยว่า การจับนายณรงค์ ตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา โดยนายณรงค์ให้การปฏิเสธในคดีที่ถูกกล่าวหาก็เป็นสิทธิที่ผู้ถูกกล่าวหาจะให้การแล้วต้องไปต่อสู้ในชั้นศาล ส่วนคดีฆาตกรรม พ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ ชุดสืบสวนรายงานว่ามีพยานหลายปากให้ข้อมูลต่อชุดสืบสวนว่าในวันที่เกิดเหตุฆาตกรรม พ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ นั้น นายณรงค์อยู่ในพื้นที่ จ.นครพนม อาจมีความเป็นไปได้ระดับหนึ่งว่า นายณรงค์ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมนายตำรวจ