
เครื่องประดับบอกความทรงจำ
ความทรงจำในอดีตต่อให้ประทับใจขนาดไหนเมื่อเวลาผันผ่านก็อาจมีเลือนรางไปบ้าง หากไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดไว้คอยย้ำเตือน "เครื่องประดับ" ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยชั้นดี ที่ไม่เพียงเป็นสมือนสมุดบันทึกเหตุการณ์ในวันว่างเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องบ่งบอกบุคลิกของผู้สวมใ
ในโอกาสที่แบรนด์จิวเวลรี่และเครื่องประเทศสัญชาติเดนิช นามว่าแพนโดรา เข้ามาปิดตัวในไทยเป็นครั้งแรกโดยผู้บริหารหนุ่ม "แพน" ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท ธนจิรา รีเทลคอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งมั่นใจในคุณสมบัติเด่น 3 ประการ ที่จะสามารถตอบสนองผู้หญิงไทยให้ใส่ไอเดียลงบนเครื่องประดับของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ด้วยว่ามีชาร์มมากกว่า 700 แบบ คือ 1.วัสดุทำจากทองคำ เงิน และอัญมณีแท้ ไม่ผ่านการชุบ 2.สามารถเลือกใส่เข้ากับบุคลิกหรือไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ได้ และ 3.มีเรื่องราวในเครื่องประดับส่งผลให้มีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่า สามารถสวมใส่ได้ทุกวัน
ภายในงานซึ่งได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ มิเชคล เหมนิทิ วินเทอร์ เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย พร้อมด้วยภริยา รัตนวดี เหมนิทิ วินเทอร์ มาเป็นประธานเปิดงานและที่ขาดเสียไม่ได้คือการตั้งโต๊ะพูดคุยเกี่ยวกับสไตล์การเลือกเครื่องประดับของตัวเอง ซึ่งสาวแต่งตัวเรียบๆ พลอย จิรยะเวช เล่าว่า เธอขอเน้นดีไซน์และสไตล์ให้มีเอกลักษณ์ สามารถสวมใส่ได้ในหลายๆ โอกาส ส่วนเครื่องประดับที่ประทับใจมากที่สุด คงเป็นกำไลข้อแขนลวดลายศิลปะเขมรเป็นรูปงู ที่ได้รับจากคุณพ่อซึ่งตกรุ่นมาจากคุณปู่
ส่วนแขกที่มาร่วมงานอย่าง "มุก" ม.ล.รดีเทพ บุรณศิริ บอกด้วยรอยิ้มหวานๆ เมื่อนึกถึงของประดับในความทรงจำว่า ต้องยกให้แหวนหมั้นอย่างเดียวเลย เช่นเดียวกับเพื่อนสนิท "เดียร์" ชาลินี กิติยากร ณ อยุธยา เล่าว่า ส่วนของเธอคือนาฬิกาที่ใช้แลกกับแหวนหมั้นในงานแต่ง เปรียบเหมือนเป็นการหยุดเวลาและหยุดความแก่
ปิดท้ายที่ มาดามรัตนวดี ที่ทำท่าทางขนลุกเมื่อถูกถามเครื่องประดับที่ประทับใจก่อนที่จะตอบว่า แน่นอนต้องเป็นชิ้นที่สามีซื้อให้ในวาระครบรอบแต่งงาน ซึ่งเป็นสร้อยคอสไตล์เดนมาร์ก และทุกครั้งที่ใส่สามีก็จะยิ้มด้วยความภูมิใจเสมอ



