ข่าว

เขมรยิง"บีเอ็ม21"ตกถูกบ้านฝรั่งพังยับ

เขมรยิง"บีเอ็ม21"ตกถูกบ้านฝรั่งพังยับ

27 เม.ย. 2554

แม่ทัพภาคที่ 2 ชี้ต้องเจรจาพื้นที่และต้องสงบก่อน 2-3 วัน ย้ำกองทัพไทยเป็นสุภาพบุรุษพูดคำไหนคำนั้น “ประวิตร-ประยุทธ์” ฝากขอโทษประชาชนตามแนวชายแดนที่ได้รับความเดือดร้อนบ้านฝรั่งพังยับ หลังกัมพูชารบอย่างไม่มีวินัย -ไม่ยึดกฎการปะทะตามหลักสากล พร้อมเสนอรัฐบา

 (27เม.ย.) ที่กองกำลังสุรนารี  พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นไปได้ในการเจรจาหยุดยิงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นหรือไม่ ประเด็นแรกเรื่องการหยุดยิงจะต้องมาก่อน เพื่อให้สถานการณ์ในพื้นที่สงบลงสัก 2-3 วัน แต่หากมีการพูดคุยกันแต่ยังมีเหตุการณ์ปะทะหรือยิงกันก็ไม่เป็นผล ทั้งนี้ทหารของเราได้มีการปรับเปลี่ยนกำลังตลอดหากใครอ่อนเพลียก็ให้มาพัก และเอากองหนุนเข้าไปแทน

 เมื่อถามว่า กองทัพไทย-กัมพูชา ทำสัญญาสุภาพบุรุษ ในการตกลงหยุดยิงได้หรือไม่ พล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า กองทัพไทยเป็นสุภาพบุรุษอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่ากัมพูชาจะเป็นอย่างไร หรือว่าข้างบนเป็นสัญญาสุภาพบุรุษ แต่ละดับล่างอาจจะไม่ทำตาม หรือ อาจจะมี 2 กลุ่ม ที่กลุ่มแรกอาจอยากจะหยุด ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งไม่ต้องการที่จะหยุด ทั้งนี้กองทัพกัมพูชาได้กำลังทหารที่เป็นทหารเขมรแดงเก่ามาปฏิบัติ ส่วนกำลังหลักจะนำมาเป็นกองกำลังสนับสนุนหนุนเท่านั้น

 เมื่อถามว่า ล่าสุด สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ส่งสัญญาณพร้อมเปิดโต๊ะเจรจากับรัฐบาลไทย พล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ยิน แต่หากมีการติดต่อจริงคงติดต่อทางรัฐบาล และขณะนี้ระดับพื้นที่ก็ยังไม่ได้มีการหารือกัน ทั้งนี้ตนยืนยันว่าเรื่องการสู้รบกันตนไม่เป็นห่วง แต่เป็นห่วงประชาชนที่อาจจะมีผลกระทบตามมา หากกัมพูชาไม่เคารพกติกาหลักสากล มีการยิงปืนใหญ่อย่างสะเปะสะปะมาในหมู่ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้กัมพูชาน่าจะมีการปะทะกันบริเวณแนวหน้าเท่านั้น เพราะเราก็ยิงไปที่ตั้งทางทหารเท่านั้น

 “กองทัพมั่นใจ 1,000 เปอร์เซ็นต์ในการดูแลปกป้องอธิปไตยของไทยไม่ให้ใครรุกรานเข้ามาแม้แต่ตารางนิ้วเดียว แต่ระยะเวลาในการต่อสู้มันขึ้นอยู่กับกัมพูชา จะสู้กันเป็นเดือน เป็นปี เราก็มีกระสุน มีกำลังพลเพียงพอไม่ต้องห่วง ส่วนเรื่องการดูแลทางผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ตั้งแต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก รวมถึงนายกรัฐมนตรี ก็ให้กำลังใจ และพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่”

 พล.ท.ธวัชชัย กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้กำลังพลปฏิบัติภารกิจอย่างระมัดระวังในการดูแลรักษาอธิปไตยของประเทศ ส่วนการที่กองทัพกัมพูชาพยายามโจมตีบริเวณปราสาทตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย เนื่องจากเขามีการสูญเสียเยอะ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะถ้ากัมพูชาเพิ่มกำลังเข้ามาเราก็จะต้องเพิ่มกำลังเข้าไป ทั้งนี้คิดว่าการเมืองภายในของกัมพูชาเองก็ร้อนแรงไม่แพ้กับบ้านเรา และอีก 6 เดือนข้างหน้ากัมพูชา ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่

 “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผู้บัญชาการทหารบก ฝากขอโทษพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดตามพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้ง จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ และ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทหารก็พยายามเต็มที่ไม่ต้องการให้เกิดการตาย แต่การป้องกระสุนที่กัมพูชายิงสะเปะสะปะเข้ามาในหมู่บ้านประชาชนห้ามไม่ได้จริง ๆ เพราะกัมพูชาเขาไม่มีวินัย ไม่มีมนุษยธรรม แต่จะอยากให้ประชาชนระมัดระวังตัวเอง และศึกษาด้วย ซึ่งในอนาคตจะมีการทำหลุมหลบภัย และศึกษาสังเกตุการณ์ต่าง ๆ “

 เมื่อถามถึงกรณีการส่งผู้สังเกตุการณ์จากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาในพื้นที่ไทย-กัมพูชา พล.ท.ธวัชชัย กล่าวว่าเรื่องนี้จะต้องมีการปักปันเขตแดนให้เรียบร้อยก่อน ในเมื่อไทย-กัมพูชา ยังไม่ได้มีการปักปันเขตแดน หากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาจะรู้ได้อย่างไรว่าพื้นที่ใดเป็นของไทย หรือ กัมพูชา ซึ่งหากไม่รู้ก็จะยุ่งด้วยกันทั้งคู่ ทั้งนี้มีแนวคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องมี 2 คณะ แต่มาคณะเดียวเลย โดยจัดเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศของไทย-กัมพูชา และ อินโดนีเซีย แล้วไปดำเนินการด้วยกันไม่ว่าจะข้ามไปฝั่งไหนก็แล้วแต่ ซึ่งเตรียมที่จะเสนอให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ นำเรียนผู้บังคับบัญชาระดับสูงต่อไป

ส่วนความเสียหายปรากฏว่าหัวจรวดบีเอ็ม 21 ของทหารประเทศกัมพูชาได้ตกลงมาบริเวณกลางบ้านของนางพรทิพย์ โกดิเยร์ พร้อมสามีชาวต่างชาติ ต.สายตะภู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทตาเมือนประมาณ 4 ก.ม. ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง

มทภ.1 ตรวตด่านชายแดนอรัญประเทศยังคุยกันได้

 เมื่อเวลา 16.30 น.พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาค 1 พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของ จนท.ชายแดนด้าน จ.สระแก้ว ที่ขึ้นยุทธการกับกองกำลังบูรพา โดยเดินทางมาที่ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมี พล.ต.พิสิทธิ์ สิทธิสาร ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา และ พ.อ.มล.ประวีร์ จักรพันธ์ ผบ.ฉก.กรม.ทพ. 12 ฯ นำนายอวยชัย กุลทิพย์มนตรี นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ, พ.ต.อ.มานัด ศรีวงษา ผกก.ตม.จว.สระแก้ว มาร่วมให้การต้อนรับและพาคณะ ชมการปฏิบัติงานของ จนท.ด่านศุลกากรอรัญประเทศ และ จนท.ด่าน ตม.สระแก้ว ณ.บริเวณจุดตรวจหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ

 พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาค 1  เปิดเผยว่าเดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ จนท.ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ซึ่งขึ้นยุทธการกับกองกำลังบูรพา โดยได้เน้นย้ำให้ จนท.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และให้ จนท.ทุกส่วนระมัดระวังไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกับฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่ ส่วนสถานการณ์ชายแดนด้าน จ.สระแก้ว ไม่มีปัญหาใดๆ ประชาชนมั่นใจได้ ได้สั่งการให้ จนท.ทำการเข้มงวดกวดขันและตรวจสอบการเดินทางผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนอรัญประเทศอย่างเข้มงวดและละเอียดมากขึ้น

 แม่ทัพภาค 1ยังกล่าวอีกว่าทหารกัมพูชาทางด้านตรงข้าม จ.สระแก้ว ไม่มีปัญหาใดๆ มีการพูดคุยกันในพื้นที่ตลอดเวลา ซึ่งเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้นำทหารของกัมพูชาในพื้นที่ชายแดนตรงข้าม จ.สระแก้ว ก็เดินทางเข้ามาขอพูดคุยกับผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ซึ่งทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าจะใช้ความระมัดระวังไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ ซึ่งฝ่ายเขมรก็มีความจริงใจและไม่ต้องการให้เกิดการกระทบกระทั่งหรือการเข้าใจผิดในพื้นที่ชายแดนเช่นกัน และปัญหาการปะทะกันทางด้าน จ.สุรินทร์ ก็คงจะมีการจำกัดวงปะทะไม่ให้ขยายวงกว้างมาถึงพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว

 จากนั้น มทภ.1 พร้อมคณะ ได้เดินไปดูบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพ่อค้า แม่ค้า และนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนอรัญประเทศ ว่าชายแดน จ.สระแก้ว ไม่มีเหตุการณ์ใดๆทุกอย่างยังอยู่ในภาวะปกติ

"ปชป."สนับสนุนรัฐบาลและกองทัพตอบโต้"กัมพูชา" 

  เมื่อเวลา 16.00 น. นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และนายเทพไท เสนพงศ์  โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกันแถลงข่าว   โดยนพ.บุรณัชย์แถลงว่า   พรรคติดตามสถานการณ์บ้านเมืองและเห็นว่าตอนนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องแสดงความสมัครสมานสามัคคีท่ามกลางภัยที่คุกคามละเมิดอธิปไตย รวมทั้งสนับสนุนกองทัพในการปกปักษ์รักษาอธิไตย ดินแดนและประชชาน พรรคมั่นใจว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการไปนั้นยืนอยู่บนความถูกต้องชอบธรรมทุกเวที ไม่ว่าจะเป็นกลไกทวิภาคี อาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศ ยืนยันว่า รัฐบาลยึดหลักรักษาสันติภาพและไม่ลุกลามอธิไตยมิตรประเทศ   แต่เมื่อถูกกระทำก่อนและมุ่งเป้าหมายมายังพลเรือนไทย  การดำเนินการดังกล่าวของกองทัพจึงถูกต้องชอบธรรม  

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า แต่การวิตกของบางฝ่ายในเหตุปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชานั้นอาจกระทบการเลือกตั้ง เพราะมันอาจกะทบการทำหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงนั้น  ยืนยันว่าการยุบสภาและเลือกตั้งจะดำเนินการตามระยะเวลาที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แจ้งไว้กับประชาชนว่าจะเกิดขึ้นช่วงต้นเดือนพ.ค.นั้นจะเดินหน้าได้ต่อไป เพราะการรักษาอธิปไตยเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลและเหล่าทัพ  ขอส่งสัญญาณไปยังประเทศที่กำลังรบกับไทยว่า อย่าเข้าใจผิดว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะทำให้การรักษาอธิปไตยของไทยเปลี่ยนแปลงไปได้ ไทยจะไม่ยินยอมให้ใครลุกลามอธิปไตยเด็ดขาด เงื่อนไขที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นคือทุกพรรคต้องแสดงความพร้อมให้เห็นว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปโดยสงบ ประเทศต้องเดินหน้าเพื่อให้ประขาชนเลือกทิศทางประเทศ และลดเงื่อนไขที่สร้างความขัดแย้งวุ่นวายทุกรูปแบบเพื่อให้ประชาธิปไตยตัดสินอนาคตขอประเทศ