
ศาลรัฐธรรมนูญชี้จุมพฏ-ปรพล พ้นสภาพส.ส.
ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ จุมพฏ-ปรพล พ้นสภาพส.ส. เหตุ ร่วมงานการเมืองภูมิใจไทย ด้าน ปรพล เผย ไม่หวั่น ย้ำ เดินหน้าลงสมัครสังกัดใหม่ ขณะที่ ประพันธ์ ระบุ หากยุบสภาก่อน ไม่จำเป็นต้องเลือกตั้งซ่อม
(27เม.ย.)คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์ พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร และร.ต.ปรพล อดิเรกสาร อดีตพรรคเพื่อไทย ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า มติของพรรคเพื่อไทย มีลักษณะขัดต่อสถานะและหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ หรือขัดหรือแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 65 วรรค 3
ศาลได้วินิจฉัยคำร้องทั้ง 2 คดี เห็นว่า มติของพรรคเพื่อไทย ผู้ถูกร้อง เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2553 ที่ให้นายจุมพฎ และร.ต.ปรพล ผู้ร้อง พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยนั้น มิได้มีลักษณะขัดต่อสถานะและการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ของนายจุมพฏ และร.ต.ปรพล ตามรัฐธรรมนูญ หรือขัดหรือแย้งกับหลักการพื้นฐานแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตามมาตรา 65 วรรค 3 ให้ถือว่าสมาชิกภาพความเป็นส.ส.ของนายจุมพฏ และร.ต.ปรพล สิ้นสุดลงนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนืองจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความประพฤติ แม้ว่าผู้ร้องยังไม่ได้สมาชิกเป็นสมาชิกของพรรคอื่น และเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวกับการสถานะลและการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.
สำหรับมติพรรคเพื่อไทย ที่มีมติขับนายจุมพฏ และร.ต.ปรพล พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคนั้นเนื่องจากทั้ง 2 ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ที่ไปร่วมกิจกรรมและปฏิบัติตัวเหมือนเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย
ด้านนายจุมพฏ และร.ต.ปรพล ซึ่งมาฟังคำวินิจฉัยของศาลด้วยตัวเอง มีสีหน้าเรียบเฉยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว ขณะที่ร.ต.ปรพล กล่าวยอมรับคำวินิจฉัยของศาล และว่าหลังจากนี้ ตนจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย
นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการเลือกตั้ง ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาล แต่เบื้องต้นต้องดูว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 คนไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ แต่หากคำวินิจฉัยระบุว่าพ้นสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ตามกฎหมายจะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน ทั้งนี้ หากนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา ในวันที่ 6 พ.ค.นี้ และมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมาก็ไม่ต้องมีการเลือกตั้งซ่อม แต่ให้ถือว่าเลือกตั้งใหม่ไปพร้อมกัน



