ข่าว

พระบรมฯทรงเมตตาเหยื่อปะทะชายแดน

พระบรมฯทรงเมตตาเหยื่อปะทะชายแดน

27 เม.ย. 2554

ผู้แทนพระองค์ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯนำถุงยังชีพพระราชทานมอบให้กับประชาชนและทหารที่ได้รับบาดเจ็บ จากการปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีรุดเยี่ยมปลอบขวั

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 เม.ย. ที่โรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พ.อ.แสงศิลป์ แสงศร เป็นผู้แทนพระองค์นำสิ่งของพระราชทานมอบให้กับน.ส.จีรนันท์ จงกฎ อายุ 16 ปี  ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านน้อยร่มเย็น หมู่ที่ 8  ตำบลกาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์  ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากลูกปืนใหญ่บีเอ็ม 21 ตกใส่หลังคาบ้านพังซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อศอกซ้ายกระดูกแตกและแผลฉีกขาดที่เข่า  และถูกนำเข้ารักษาที่โรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์ และมอบถุงพระราชทานเพื่อปลอบขวัญให้กับญาตินายวีระยุทธ คำบาน ชาวตำบลโนนสำราญ อ.กันทราลักษณ์  จ.ศรีสะเกษ ที่มารับจ้างทำนาปรังอยู่ที่บ้านนายพรชัย จงกฎ ผู้ใหญ่บ้านน้อยร่มเย็น และเกษตรกรตัวอย่าง เกษตรอินทรีย์ ของจังหวัดสุรินทร์ แบบเต็มๆ ลูกจรวดตกลงกลางบ้าน ซึ่งเป็นบ้านไม้ สองชั้น ลูกจรวดบีเอ็ม 21 เกิดระเบิดขึ้น อย่างสนั่นหวั่นไหว บ้านพังเสียหายในพริบตา จนสะเก็ดระเบิดมาถูกและเสียชีวิต

 จากนั้นได้มอบถุงพระราชทานแก่ทหารที่บาดเจ็บจากการปะทะกับทหารประเทศกัมพูชาที่บริเวณปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ที่รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์ และโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดทหารบกสุรินทร์ ซึ่งมีทหารได้รับบาดเจ็บทั้งหมดขณะนี้จำนวน 77 ราย โดยแยกรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์จำนวน 6 นาย โรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดทหารบกสุรินทร์ จำนวน 54 นาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมทั้งนำพระกระแสรับสั่งถึงความห่วงใย มาถึงทหาร ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ  สร้างความปลาบปลื้มใจในพระมหากรุณาธิคุณแก่ทหาร ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งญาติๆ เป็นอย่างมาก

 ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.40 น. วันเดียวกันนายอภิสิทธ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เดินทางมายังโรงพยาบาลสุรินทร์ เพื่อเยี่ยมปลอบขวัญพร้อมมอบเงินช่วยเหลือและมอบกระเช้าให้กำลังใจแก่นางสาวจีระนันท์ เช่นกัน และเยี่ยมอาการบาดเจ็บของนายอัมพร  วงศ์ชาดา ชาวบ้านหนองคันนาตำบลตาเมียง  อ.พนมดงรัก  จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับทหารกัมพูชาตามแนวชายแดนปราสาทตาเมือนธม  บ้านหนองคันนา  ต.ตาเมียง  อ.พนมดงรักและปราสาทตาควาย  ต.บักได   อ.พนมดงรัก  ที่รักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์ พร้อมมอบเงินและกระเช้าให้เป็นกำลังใจอีกด้วย

 นายอภิสิทธิ์ได้สอบถามถึงอาการของชาวบ้านและทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากนพ.ธงชัย ตรีวิบูรณ์วณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งทุกคนปลอดภัยดีหลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังตึกเก็บศพเพื่อมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวชาวบ้านที่เสียชีวิต คือนายวีระยุทธ คำบาน ชาวจ.ศรีสะเกษ ที่เสียชีวิต ซึ่งครอบครัวผู้เสียชีวิตถึงกับร้องไห้เมื่อเห็นนายกรัฐมนตรีเดินทางมาให้กำลังใจและมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวในเบื้องต้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้จ.สุรินทร์ดูแลครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเต็มที่ต่อไป

 จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางออกโดยรถตู้เพื่อไปเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ศูนย์อพยพชั่วคราวโรงเรียนบ้านโคกกลางตำบลโคกกลาง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ก่อนเดินทางกลับ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวภายหลังเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนผู้อพยพที่โรงเรียนบ้านโคกกลาง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ว่า เมื่อวานนี้ ฝ่ายกัมพูชาเริ่มมีความพยายามที่จะติดต่อเพื่อเจรจายุติยิง  นับเป็นสัญญาณที่ดี เพราะฝ่ายไทยพร้อมพูดคุยอยู่ตลอดเวลาและในวันนี้ยังรอการติดต่อจากกัมพูชาอยู่ทั้งนี้ทางกัมพูชาก็ต้องหยุดยิงอาวุธเข้ามาฝั่งไทย  โดยเฉพาะเมื่อวานนี้ซึ่งเป็นพื้นที่หมู่บ้านที่มีประชาชนอาศัยอยู่จนได้รับความเสียหายมีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต  ซึ่งการที่กัมพูชาทำเช่นนี้อาจจะต้องการยกระดับความขัดแย้งขึ้นสู่ระดับนานาชาติจึงใช้วิธีการนี้โจมตีฝ่ายไทย ซึ่งเชื่อว่าไมได้ผลโดยยืนยันฝ่ายไทยไม่ต้องการไปรุกรานใคร และไม่อยากให้มีการยิงสู้รบกันหากยังไม่หยุดยิง  ไทยจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อรักษาดินแดนอธิปไตยของไทยอย่างเต็มที่

 อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้กำลังใจประชาชนที่อพยพว่า ได้ติดตามสถานการณ์มาโดยตลอดโดยมอบหมายให้นายองอาจ  คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาประจำอยู่ในพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างดีที่สุดซึ่งรัฐบาลและประชาชนทั้งประเทศมีความรู้สึกห่วงใยผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดน โดยย้ำว่า รัฐบาลคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญจึงต้องอพยพมาอยู่ในที่ปลอดภัยและให้ทุกส่วนราชการออกมาดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่พร้อมจะทำทุกวิธีทางเพื่อให้เหตุการณ์สงบโดยเร็ว

  สำหรับสถานการณ์การปะทะกันตามแนวชายแดนพบว่า  ตลอดทั้งวันนี้(27 เม.ย.54) ยังไม่มีเสียงปืนที่เกิดจากการปะทะกันของทหารทั้ง 2 ฝ่าย ที่ชายแดน แต่ก็มีการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการตรึงกำลังทหารตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด และสถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วงและพร้อมเกิดการปะทะกันขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งในช่วงหลังๆการปะทะจะมีความรุนแรงมากขึ้น เป็นการเปิดฉากใช้อาวุธหนักเป็นส่วนมาก   และเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน โดยเฉพาะที่ศูนย์อพยพโรงเรียนบ้านโคกตะเคียน ตำบลโคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ได้มีการย้ายผู้อพยพมาอยู่ที่โรงเรียนบ้านตาเบา อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ด้านในห่างจากชายแดนเข้ามาอีก จากการปะทะกันตลอด 6 วันที่ผ่านมา พบว่ามีทหารไทยเสียชีวิตจำนวน 5 ราย บาดเจ็บ77 นาย มีพลเรือนเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 คน ส่วนผู้อพยพในศูนย์ต่างๆจำนวน 22 ศูนย์ มีชาวบ้านอพยพแล้วกว่า 32,000 คน

ศูนย์อพยพสุรินทร์ขอรับบริจาคน้ำดื่มอาหาร

นายวิชิต เครือศรี  นายก อบต.โคกกลาง อ.พนมดงรัก จ. สุรินทร์ กล่าวว่า หลังจากช่วงที่เกิดสถานการณ์การปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชามาตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนจากบริเวณตัวเมืองอำเภอพนมดงรัก อพยพเข้ามาที่ศูนย์อพยพบ้านโคกกลางแห่งนี้กว่า 8,000 คน   โดยสิ่งของที่อยากรับบริจาคจากประชาชนมากที่สุดก็คงไม่พ้นเรื่องของเครื่องอุปโภคบริโภค  

 โดยเฉพาะน้ำดื่มเนื่องจากขาดน้ำดื่มที่ได้มาตรฐานและอากาศที่ร้อนผิดปกติเพราะแม้จะมีน้ำที่ทาง จ.นครราชสีมา อบต. และอบจ.ส่งเข้ามาช่วยเหลือแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นน้ำที่ใช้อุปโภคเพียงอย่างเดียว  ได้เปิดรับบริจาคข้าวของนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยสงครามที่ศูนย์อพยพ อบต.โคกกลาง  ได้ที่อบต.ทั้งจังหวัด และอบจ.ซึ่งจะส่งมาที่ศูนย์อพยพอบต.โคกกลาง        

 ด้านนายสุทิศ  รวดเร็ว รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพปราสาท กล่าวว่า ตอนนี้สิ่งที่ต้องการเป็นอย่างมากคือ อาหาร จำพวก ไข่ นม อาหารแห้ง และมุ้งนอน เครื่องใช้ส่วนตัว ซึ่งตอนนี้มีประชาชนที่เข้ามาอยู่ที่ศูนย์ทั้งหมดประมาณ 2,000 คน  หากคนที่สนใจสามารถส่งเครื่องใช้เหล่านี้มาได้ที่ศูนย์อพยพวิทยาลัยการอาชีพปราสาท  หรือหากมาไม่ได้สามารถส่งมาได้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่กรุงเทพ โดยทางเราจะจัดหารถเพื่อไปรับสิ่งของบริจาคเอง

 พระราชทานเพลิงศพทหารไทยเสียชีวิตเหตุปะทะ
 
 เมื่อเวลา 15.30 นที่เมรุวัดโพธิ์ศรีหนองโก  ต.หนองโก  อ.บรบือ  จ.มหาสารคาม   พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ รองผู้บัญชาการทหารบก  เป็นประธานในงานพระราชทานเพลิงศพ  สิบเอกประเวช  หาราช  ผู้บังคับชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 2606 หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 26 ที่เสียชีวิตพร้อมเพื่อนทหารและได้รับบาดเจ็บอีกหลายนาย จากเหตุการณ์ปะทะของทหารไทยและกัมพูชาบริเวณชายแดน ด้านอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์   เมื่อวันที่ 22 เมษายน  ที่ผ่านมา  

 ภายในงานมีคณะข้าราชการ ทหาร ตำรวจและกลุ่มพลังมวลชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก  โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า  ซึ่งทางครอบครัวหาราช  ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กับครอบครัวหาราช  เพื่อใช้เป็นทุนสำรองในการประกอบอาชีพ จำนวน 50,000 บาท  และจากการเสียสละชีวิตของสิบเอกประเวช  หาราชจากการปฏิบัติราชการสนาม  ได้รับการปูนบำเหน็จ  พระราชทานยศอีก 9 ขั้น  เป็นพันเอกประเวช  หาราช   ทางกองทัพจะมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรเรียนจนจบปริญญาตรี และจะรับเข้าทำงานที่โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ 4 ต่อไปด้วย