
ชาวเถินบุรีค้าน "ฝังกลบขยะ" อ้างกลิ่นเหม็น-ทต.ชูเตาเผาไร้ควันแก้
ลำปาง-ชาวบ้านตำบลเถินบุรี ยื่นหนังสือนายก ทต.ล้อมแรด คัดค้านการฝังกลบขยะ อ้างส่งกลิ่นเหม็นรบกวนคนในพื้นที่ ต.เถินบุรี และต.ล้อมแรด นายกทต.ล้อมแรด เสนอเตาเผาไร้ควันแก้ปัญหาดังกล่าว
ชาวหมู่บ้านน้ำโท้ง ต.เถินุบรี อ.เถิน จ.ลำปาง กว่า 150 ครอบครัว นำโดยนายสนั่น มหายศ ผู้ใหญ่บ้านน้ำโท้ง เข้ายื่นหนังสือให้นายจุมพร ชมพูรัตน์ นายกเทศบาลตำบลล้อมแรดเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อคัดค้านการฝังกลบขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลล้อมแรด ในที่ดินสาธารณประโยชน์ใกล้เขตติดต่อหมู่บ้าน โดยให้ทบทวนการกำจัดขยะด้วยวิธีฝังกลบ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสมก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นรบกวนชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่
นายสนั่น เปิดเผยว่า ปัญหากลิ่นเหม็นของขยะในที่ดินฝังกลับของเทศบาลตำบลล้อมแรด ซึ่งตั้งอยู่ที่ดินสาธารณประโยชน์ หมู่ 11 บ้านเด่นแก้ว ต.ล้อมแรด บนเนื้อที่ 102 ไร่ อยู่บนเนินเขามีหมู่บ้านอาศัยใกล้เคียงเขตติดต่อคาบเกี่ยวพื้นที่ 2 ตำบล คือ ต.ล้อมแรด และต.เถินบุรี โดยกลิ่นเหม็นของขยะที่ถูกลมพัดโชยอบอวนไปทั่ว ที่ผ่านมาก็เกิดการประท้วงปิดบ่อขยะมาแล้วสมัยผู้บริหารเทศบาลตำบลล้อมแรดชุดเก่า และปัญหาเผาขยะส่งกลิ่นเหม็นรบกวนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จนหาข้อยุติด้วยการทำข้อตกลงร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาอีก
ด้านนายจุมพร ชมพูรัตน์ นายกเทศบาลตำบลล้อมแรด กล่าวว่า ปัญหาการฝังกลบขยะมูลฝอยของเทศบาล ผู้บริหารชุดใหม่ได้กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการแก้ปัญหาทั้งระบบ ซึ่งมีการร่วมประชุมหารือกับผู้มีส่วนได้เสียกับประชาคมหมู่บ้านน้ำโท้ง ที่ได้รับผลกระทบจากการฝังกลบขยะ เพื่อรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและหาทางยุติปัญหาร่วมกัน ที่ประชุมจึงเสนอวิธีการกำจัดขยะโดยวิธีเผาด้วยระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ ด้วยเตาเผาขยะไร้มลพิษที่ผ่านการรับรองและได้มาตรฐานจากกรมควบคุมมลพิษ แทนวิธีการฝังกลบแบบเดิม
ทั้งนี้เชื่อว่าการกำจัดขยะด้วยวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ดีกว่าและไม่ทำให้เกิดปัญหาสร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนทั้ง 2 ตำบล ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ช่วงดำเนินการตามข้อตกลงร่วมกัน โดยอนุญาตให้ภาคเอกชนเข้ามาทดสอบการเผาขยะไร้มลพิษเป็นระยะเวลา 1 เดือน พร้อมทั้งประเมินความพึงพอใจและมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ โดยอยู่ในขั้นของการมาทดลอง และไม่ได้มีการตกลงตามระเบียบและขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างแต่อย่างใด
เทศบาลตำบลล้อมแรด เป็นชุมชนเมืองที่มีการประกอบธุรกิจและขนส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ขนาดใหญ่ มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีอันดับ 3 ของ จ.ลำปาง รองจากเทศบาลนครลำปางและเทศบาลเมืองเขลางค์นคร มีปริมาณขยะเฉลี่ยวันละ 16 ตันต่อวัน ที่ผ่านมีโครงการฝึกอบรมให้ความรู้และรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนการคัดแยกขยะในชุมชน สถานศึกษา และสถานที่ทำงาน แต่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร



