ข่าว

แพทย์เผย"พ่อคูณ"ดีขึ้น30เม.ย.กลับวัด

แพทย์เผย"พ่อคูณ"ดีขึ้น30เม.ย.กลับวัด

27 เม.ย. 2554

หลวงพ่อคูณอาการดีขึ้นมาก ลุกเดินได้แล้ว ฉันอาหารได้ดี ฝากบอกลูกศิษย์ไม่ต้องเป็นห่วง “กูยังไม่ตายดอก” แพทย์เผย30เม.ย.กลับวัดได้

(27เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ภายหลังคณะลูกศิษย์ใกล้ชิดได้นำตัวหลวงพ่อคูณเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ 9821 ชั้น 8 อาคารเฉลิมพระเกียรติ  เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2554 ที่ผ่านมา เนื่องจากหลวงพ่อคูณมีอาการหนาวสั่น อาเจียน และมีไข้ ล่าสุดคณะแพทย์ที่ทำการรักษาสันนิษฐานว่าหลวงพ่อคูณน่าจะมีอาการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสโลหิต เนื่องจากมีการตรวจพบเม็ดเลือดขาวในกระแสโลหิตสูงกว่าปกติ
 
 ล่าวันนี้ (27เม.ย.) อาการของหลวงพ่อคูณในช่วงเช้าตื่นตั้งแต่เวลา 05.30 น. เนื่องจากทั้ง 2 วันที่ผ่านมาหลวงพ่อคูณได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ จึงทำให้วันนี้หลวงพ่อคูณมีสีหน้าแจ่มใสและอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ซึ่งหลวงจากที่ได้ปฏิบัติกิจวัตรส่วนตัวเสร็จสิ้นแล้ว คณะลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดได้นำหลวงพ่อคูณเดินออกกำลังกายที่ระเบียงหน้าห้องพัก และได้ให้หลวงพ่อคูณนั่งพักผ่อนด้านหน้าระเบียงเป็นเวลาร่วม 1 ชั่วโมง จากนั้นก็ได้นำหลวงพ่อคูณฉันภัตตาหารเช้า ซึ่งหลวงพ่อคูณสามารถฉันด้วยตนเองได้แล้ว และฉันได้มากเป็นพิเศษ

 จากนั้นคณะแพทย์ได้ทำการตรวจอาการหลวงพ่อคูณในเบื้องต้นพบว่า ไม่มีไข้ ความดันและการเต้นของชีพจรเป็นปกติ แต่พบว่าเส้นเลือดที่แขนซึ่งถูกเจาะเพื่อให้น้ำเกลือแตกและมีอาการบวม ประกอบกับหลวงพ่อคูณสามารถฉันอาหารได้ดี ทางคณะแพทย์จึงยุติการให้น้ำเกลือชั่วคราว พร้อมกับเปลี่ยนการให้ยาปฏิชีวนะ ที่ก่อนหน้านี้จะทำการฉีดเข้าหลอดเลือดดำผ่านทางสายน้ำเกลือ มาเป็นการให้ยาชนิดเม็ดแทน โดยภายหลังจากที่ได้ฉันภัตตาหารเช้าและยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว คณะแพทย์ได้ให้หลวงพ่อคูณนอนพักผ่อน  เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้น

  ทั้งนี้หลวงพ่อคูณ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวผ่านไปยังศิษยานุศิษย์ที่ติดตามข่าวอาการอาพาธ ว่า ขอให้ลูกศิษย์ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้สบายดีแล้ว ไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบใจที่ลูกหลานที่ให้ความเคารพทั้งต่อหน้าและลับหลัง กูไม่เป็นอะไรแล้วดีแล้ว ฝากให้หมั่นทำความดี ทำบุญตักบาตรกันอยู่เป็นนิจ วันนี้ฉันได้เท่าที่ได้ดีแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว

แพทย์เผยหลวงพ่อคูณดีขึ้น30เม.ย.กลับวัด

 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานเพิ่มเต็มว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. วันนี้ ( 27 เม.ย.2554 ) นพ.พินิศจัย   นาคพันธุ์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด รพ.มหาราชนครราชสีมา ซึ่งเป็นแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ เข้าตรวจร่างกายหลวงพ่อคูณ เพื่อดูอาการ ซึ่งผลการตรวจปรากฏว่าสภาพร่างกายของหลวงพ่อคูณดีขึ้นมาก ไม่มีไข้ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด แต่อย่างไรก็ตามทางคณะแพทย์ยังคงต้องให้หลวงพ่อคูณนอนพักผ่อนที่โรงพยาบาลต่อไปอีกสักระยะเพื่อรอดูอาการให้แน่ใจก่อนอนุญาตให้กลับวัด  สำหรับการรักษาขณะนี้แพทย์ยังคงให้ยาปฏิชีวนะฉีดเข้าทางเส้นเลือด และยาฉัน   และจัดทีมแพทย์ดูอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมงดการเยี่ยมอาการอาพาธ โดยนำป้ายมาแขวนไว้ด้านหน้าประตูเข้าห้องพักผู้ป่วย “กรุณางดเยี่ยม” พร้อมจัดหน้ากากอนามัยไว้ให้ลูกศิษย์แพทย์พยาบาลรวมทั้งผู้สื่อข่าวได้สวมขณะเข้าใกล้หลวงพ่อเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่มเติม

 ด้าน นพ.พินิศจัย  เปิดเผยว่า วันนี้อาการหลวงพ่อดีขึ้นตามลำดับ ไม่มีไข้  แต่ภาวะน้ำตาลในเลือดยังไม่นิ่ง อย่างไรก็ตามในส่วนนี้คณะแพทย์สามารถคอนโทรลได้  ขณะนี้เป็นห่วงอาการแทรกซ้อนและการติดเชื้อเพิ่มเติมในอวัยวะอื่นซึ่งช่วงแรกอาจจะยังไม่แสดงอาการก็ได้ ฉะนั้นทางคณะแพทย์จึงต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด จากการประเมินอาการในวันนี้ คาดว่าจะให้หลวงพ่อคูณกลับวัดบ้านไร่ได้เร็วที่สุดวันเสาร์ที่ 30 เม.ย.นี้ แต่ทั้งนี้ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวันก่อน

 นพ.พินิศจัย กล่าวว่า สำหรับการรักษาแพทย์ยังคงให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดต่อไปอีก หลังจากที่ทางคณะแพทย์ได้ทำการรักษาแผลที่บริเวณเส้นเลือดที่มีอาการอักเสบเล็กน้อยเรียบร้อยแล้ว  อย่างไรก็ตามการอาพาธของหลวงพ่อคูณครั้งนี้ เป็นภาวการณ์ติดเชื้อในกระแสเลือดเช่นเดียวกันกับทุกๆครั้งที่ผ่านมา  เบื้องต้นผลการเพาะเชื้อในห้องปฏิบัติการ ยังไม่ปรากฏผล  แต่คาดว่าน่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรียส่วนติดเชื้อในอวัยวะส่วนใดยังไม่ทราบ แต่คนไข้ตอบสนองต่อการรักษาดี ตอนนี้ต้องขอความร่วมมือทุกคนให้งดเยี่ยมอย่างเด็ดขาดเพื่อให้หลวงพ่อได้พักผ่อนเต็มที่ และหลังจากกลับวัดแล้ว ควรงดการเคาะหัวจะเป็นการดี ที่สำคัญช่วงที่ท่านพักฟื้นหรือไม่สบายลูกศิษย์ควรอยู่ห่างท่านอย่างชัดเจน นพ.พินิศจัยฯกล่าว.

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เนื่องจากหลวงพ่อคูณในช่วงหลังมีอายุมากถึง 88 ปี แล้ว อีกทั้งยังเกิดการติดเชื้อได้ง่าย ทางจังหวัดนครราชสีมา จึงได้มีการเตรียมออกประกาศของจังหวัด เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ทุกคนได้ปฏิบัติกับหลวงพ่อเหมือนกันทุกระดับ และได้มีการประชุมหารือกันระหว่างทางรองผู้ว่าราชการจังหวัด คณะแพทย์ และคณะกรรมการวัดบ้านไร่ มาแล้วในช่วงเย็นวานนี้ ซึ่งในเบื้องต้นทางนายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า เมื่อหลวงพ่อคูณหายจากการอาพาธกลับวัดบ้านไร่แล้ว ยังคงสามารถปฏิบัติกิจนิมนต์ออกโปรดญาติโยมที่วัดบ้านไร่ได้ตามปกติ  แต่ห้ามไม่ให้หลวงพ่อเคาะหัวญาติโยมอย่างเด็ดขาด  ให้ญาติโยมเข้ากราบนมัสการเพียงอย่างเดียว และต้องอยู่ห่างจากตัวหลวงพ่อคูณอย่างน้อย 2 เมตร โดยจะมีการนำผ้าจีวรมาผูกกั้นไว้ทำเป็นบริเวณเพื่อให้ประชาชนจับผ้าจีวรแทนการเข้าใกล้ตัวหลวงพ่อคูณ นอกจากนี้ทุกคนที่เข้ากราบนมัสการหลวงพ่อคูณจะต้องผ่านการตรวจวัดไข้ และใส่หน้ากากปิดปากปิดจมูกให้มิดชิด พร้อมทั้งล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะลูกศิษย์ใกล้ชิดทุกคนจะต้องปฏิบัติให้เป็นแบบอย่าง และบุคคลวีไอพีก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกันด้วย

 ทั้งนี้วัดบ้านไร่จะเปิดให้ญาติโยมเข้ากราบนมัสการหลวงพ่อคูณได้ทุกวัน วันละ 3 เวลา คือ ช่วงก่อนฉันภัตตาหารเช้า ก่อนฉันภัตตาหารเพล และช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. โดยกำหนดเวลาครั้งละไม่เกิน 30 นาที เพื่อให้หลวงพ่อได้มีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ ส่วนการรับกิจนิมนต์ของหลวงพ่อคูณนั้น หากหลวงพ่อคูณมีกิจนิมนต์ภายนอกวัดต้องให้คณะแพทย์ผู้ดูแลเป็นผู้อนุญาตก่อนที่จะออกรับกิจนิมนต์ได้ โดยทางจังหวัดนครราชสีมาเตรียมออกเป็นประกาศของจังหวัดภายใน 1-2 วันนี้เพื่อประกาศให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบต่อไป